สุสานทหารฝรั่งหลอน กาญจนบุรี

สุสานทหารฝรั่งหลอน
สุสานทหารฝรั่งหลอน

สุสานทหารฝรั่งหลอน สว้สดีค่ะวันนี้จะมาแชร์ประสบการ์ถูกวิญญานตามมาจากสถานที่ท่องเที่ยว ขอเข้าเรื่องเลยนะคะ

เมื่อ 22 ปีที่แล้วช่วงนั้นเราอยู่ในช่วงปิดเทอมใหญ่ค่ะ พ่อแม่เราไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงเรา
เลยพาเราไปฝากลุงกับป้าไปฝากที่บ้านตาในจังหวัดกาญจนบุรี
ในตอนนั้นเราก็มีลูกพี่ลูกน้องอายุไล่ๆกัน มาคอยชวนกันเล่นเลยไม่เหงา
เพราะเวลาลูกพี่ลูกน้องคนนี้จะไปเที่ยวไหนก็จะคอยหนีบเราไปด้วย

วันนั้นลุงเขยพ่อของน้องคนนี้ว่างเลยชวนเราไปกินข้าวกันเราก็ตามไปด้วยตามประสาเด็ก
รอก็นั่งมองวิวจากหน้าต่างรถไปเรื่อยๆ จนเข้าเขตสุสานทหารฝรั่งสมัยสงครามโลก

เรา : ลุง ๆ ไหนบอกพามากินข้าวไง พามาที่นี่ทำไม?
ลุง : ร้านมันอยู่ในนี้เพื่อนลุงบอกว่าข้าวคลุกกะปิที่นี่อร่อยมาก พวกเอ็งอยากกินกันไม่ใช่เหรอ

ลุงเราพูดไปก็เลี้ยวเข้าไปจอดเทียบข้างๆ ร้าน (ตอนนี้ไม่รู้ว่ายังขายอยู่ไหม)
พอลงจากรถได้บรรยากาศเย็นๆ วังเวง เราต้องลูบแขนตลอดเวลาเพราะขนแขนลุก
ตอนที่กินข้าวกันอยู่ลุงเราก็เล่าประวัติศาตร์เกี่ยวกับสะพานมรณะให้ฟัง

เพราะมันเกี่ยวกับทหารที่อยู่ในสุสานที่นี่ เราก็ฟังไม่รู้เรื่องหรอกค่ะตอนนั้นแค่ฟังผ่านๆ
เอาสนุกก็ไม่ได้คิดอะไร พอกินเสร็จก็กลับบ้านตาตามปกติค่ะ

ตกกลางคืนเราก็ไปนอนที่บ้านลุงกับป้าอีกคนนึง เพราะลุงคนนี้ชอบตามใจเราเลยติดเค้า
คืนนั้นจำได้แม่นเลยว่าลุง ป้า และหลานกำลังตั้งใจดูละครมกุฎดอกส้มตอนจบค่ะ
เราก็อั้นฉี่ไว้กลัวพลาดตอนสำคัญไป อธิบายก่อนนะคะห้องน้ำที่ต่างจังหวัด

มักจะสร้างแยกออกมาจากตัวบ้านค่ะ เราก็เปิดประตูหลังบ้านจะออกไปฉี่
เราก็เจอเป็นใส่ชุดกากีมอๆ เหมือนไปคลุกดินแดงมายังไงยังงั้นเลย หัวโล้นๆ
ตัวใหญ่ยืนหันหลังห่างจากเราไปประมา 10 เมตรได้ ทีแรกเราก็คิดว่าเพื่อนของลุง

เค้าแวะมาหา เราก็เลยถาม         บาคาร่า
เรา : มาหาลุง….เหรอคะ?

พอเค้ารู้ว่าเราเห็นเค้าก็ค่อย ๆ หันมาหาเราค่ะ สภาพที่เห็นคือเป็นฝรั่งเนื้อตัวมอมแมม
เสื้อผ้าสีกากีเก่าๆ ขาดรุ่งริ่ง วันนั้นล่ะค่ะเข้าใจคำว่าใจล่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เค้าพยายามเดินลากขาและยื่นมือไขว่ขว้ามาหาเราที่ยืนตะลึงก้าวขาไม่ออก

กลัวก็กลัวทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนน้ำตาคลอมองเค้าเดินมาใกล้ๆ จนอีกไม่ถึงคืบมือของเค้า
จะถึงเราแล้ว เราก็กรี๊ดออกมาสุดเสียงเลยค่ะ แล้วผู้ชายคนนั้นก็แตกเป็นเหมือนฝุ่น
ปลิวหายไปก่อนที่จะถึงเรา คืนนั้นลุงกับป้าต้องพาเราไปฉี่แล้วก็ต้องนอนกกเราทั้งคืน

เช้ามาต้องพาไปทำบุญยกใหญ่แล้วขอพระกับสายสิญจน์มาคล้องให้
แล้วหลังจากนั้นมาเราก็ได้เจอได้สัมผัสสิ่งลี้ลับแบบนี้มาโดยตลอดค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/35049963…

เสียงใครในห้องเก็บของ ? ” เราเลิกงาน4ทุ่ม​ นอนตี1ตี2​ ก็ยังได้ยินเสียง”

เสียงใครในห้องเก็บของ

เสียงใครในห้องเก็บของ

เสียงใครในห้องเก็บของ คือพึ่งย้ายห้องใหม่​ เพราะอยู่ใกล้ที่ทำงาน​ ห้องอยู่ชั้น3​ มีเราและพี่คนนึง​อยู่ด้วยกัน
วันแรกที่ย้ายมาก็ไม่มีอะไร​ วันที่สองเราได้ยินเสียงคนเดินคนวิ่ง​ อยู่ชั้นบน​
ตอนแรกเราก็ไม่คิดอะไรเพราะคิดว่ามีคนอยู่​ชั้นบน​ เราเลิกงาน4ทุ่ม​ นอนตี1ตี2​
ก็ยังได้ยินเสียง​ ได้ยินแบบนี้ทุกคืน​ เราสงสัยว่าคนอะไรวิ่งเดินทำไมเวลานี้​
เราเลยขึ้นไปดูและเห็นว่ามีประตู2บาน บานนึงเป็นห้องอีกบานถ้าเปิดประตูก็เป็นดาดฟ้า​
ถ้าเปิดไปดาดฟ้าก็จะมีห้องใต้หลังคา3ห้อง​

เราก็คิดว่าคงไม่มีอะไร​ อย่างน้อยก็มีคนนอนชั้นบน​ นานๆเข้าได้ยินเสียงของตกบ้าง​
เสียงเหมือนลูกแก้วกลิ้ง​ เสียงยกโต๊ะยกเก้าอี้​ เราเลยไปบอกเจ้าของหอ​
เพราะมันรบกวนคนอื่น​ เจ้าของหอบอกว่าไม่มีคนอยู่ชั้นบน​ ห้องนั้นเป็นแค่ห้องเก็บของ​
เราจำได้วันนั้นวันอาทิตย์เป็นวันหยุด เราได้ยินเสียงเด็กหัวเราะ​
แต่เด็กที่ไหนจะมาหัวเราะ​ เพราะชั้นบนไม่มีใคร บาคาร่า

ชั้น3ที่เรานอนมีแค่ห้องเราและ​เจ้าของหอ2ห้องแค่นั้น​ เสียงเด็กหัวเราะชัดเจนมาก
ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ยินเสียงเด็ก​ เราอยู่ห้องใหม่มาได้12วันแล้ว​ ได้ยินเสียงทุกคืน​
กลัวก็กลัวโมโหก็โมโหจนเมื่อคืนค่ะ​ ตัดสินใจขึ้นไปดูตอนเที่ยงคืนว่าเสียงมาจากไหน
ไปกับพี่2คน​ แต่ก็ไม่มีอะไร เหมือนเมื่อคืนก่อนนอนเสียงวิ่งหนักกว่าเดิม​ ชัดกว่าเดิม​
เสียงลูกแก้ว​ ยกโต๊ะเก้าอี้​ ของตกก็ได้ยินเหมือนเดิม​ เราจะได้ยินชัดเจนกว่าพี่คนนั้น
เพราะเรานอนพื้น​ พี่เค้านอนบนเตียง​ พี่เค้าได้ยินแค่เสียงเดินวิ่งและกระทืบเท้า​

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…

เสียงจากห้องเก็บของชั้นบน

เสียงจากห้องเก็บของชั้นบน

เสียงจากห้องเก็บของชั้นบน

เสียงจากห้องเก็บของชั้นบน คือพึ่งย้ายห้องใหม่​ เพราะอยู่ใกล้ที่ทำงาน​ ห้องอยู่ชั้น3​ มีเราและพี่คนนึง​อยู่ด้วยกัน
วันแรกที่ย้ายมาก็ไม่มีอะไร​ วันที่สองเราได้ยินเสียงคนเดินคนวิ่ง​ อยู่ชั้นบน​
ตอนแรกเราก็ไม่คิดอะไรเพราะคิดว่ามีคนอยู่​ชั้นบน​ เราเลิกงาน4ทุ่ม​ นอนตี1ตี2​
ก็ยังได้ยินเสียง​ ได้ยินแบบนี้ทุกคืน​ เราสงสัยว่าคนอะไรวิ่งเดินทำไมเวลานี้​
เราเลยขึ้นไปดูและเห็นว่ามีประตู2บาน บานนึงเป็นห้องอีกบานถ้าเปิดประตูก็เป็นดาดฟ้า​
ถ้าเปิดไปดาดฟ้าก็จะมีห้องใต้หลังคา3ห้อง​

เราก็คิดว่าคงไม่มีอะไร​ อย่างน้อยก็มีคนนอนชั้นบน​ นานๆเข้าได้ยินเสียงของตกบ้าง​
เสียงเหมือนลูกแก้วกลิ้ง​ เสียงยกโต๊ะยกเก้าอี้​ เราเลยไปบอกเจ้าของหอ​
เพราะมันรบกวนคนอื่น​ เจ้าของหอบอกว่าไม่มีคนอยู่ชั้นบน​ ห้องนั้นเป็นแค่ห้องเก็บของ​
เราจำได้วันนั้นวันอาทิตย์เป็นวันหยุด เราได้ยินเสียงเด็กหัวเราะ​
แต่เด็กที่ไหนจะมาหัวเราะ​ เพราะชั้นบนไม่มีใคร บาคาร่า

ชั้น3ที่เรานอนมีแค่ห้องเราและ​เจ้าของหอ2ห้องแค่นั้น​ เสียงเด็กหัวเราะชัดเจนมาก
ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ยินเสียงเด็ก​ เราอยู่ห้องใหม่มาได้12วันแล้ว​ ได้ยินเสียงทุกคืน​
กลัวก็กลัวโมโหก็โมโหจนเมื่อคืนค่ะ​ ตัดสินใจขึ้นไปดูตอนเที่ยงคืนว่าเสียงมาจากไหน
ไปกับพี่2คน​ แต่ก็ไม่มีอะไร เหมือนเมื่อคืนก่อนนอนเสียงวิ่งหนักกว่าเดิม​ ชัดกว่าเดิม​
เสียงลูกแก้ว​ ยกโต๊ะเก้าอี้​ ของตกก็ได้ยินเหมือนเดิม​ เราจะได้ยินชัดเจนกว่าพี่คนนั้น
เพราะเรานอนพื้น​ พี่เค้านอนบนเตียง​ พี่เค้าได้ยินแค่เสียงเดินวิ่งและกระทืบเท้า​

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…

ว่ายน้ำหนีผีจากบ้านร้างสุดหลอน

ว่ายน้ำหนีผีจากบ้านร้างสุดหลอน

ว่ายน้ำหนีผีจากบ้านร้างสุดหลอน

ว่ายน้ำหนีผีจากบ้านร้างสุดหลอน วันนี้ผมมีประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาคำอธิบายได้มาเล่าให้ฟัง
ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง ลองอ่านกันดูนะครับ

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นบ้านผมอยู่ตจว. เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก
ทุกวันหยุด ผมกับลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง ซึ่งเขาอายุน้อยกว่าผม 4 ปี จะมาเล่นด้วยกันเสมอครับ

วันนั้นเป็นวันหยุด ผมกับน้องชาย ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน
ชวนกันไปเล่นน้ำ ซึ่งเป็นคลองแถวบ้าน คลองมีขนาดไม่กว้างและน้ำก็ไม่ลึกครับ

ผมกับน้องว่ายน้ำเล่นอยู่ซักครู่หนึ่ง
ผมก็เอ่ยปากชวนน้องว่า “เราว่ายน้ำข้ามคลอง ไปเก็บเชอร์รี่กินกันดีกว่า

ผมขออธิบายก่อนนะครับ          บาคาร่า
ต้นเชอร์รี่อยู่ที่บ้านทวดหวาน ทวดหวานไม่ใช่ทวดผมนะครับ แต่แกแก่มากแล้ว เลยเรียกว่าทวดครับ
เป็นคนแก่ที่อยู่บ้านเพียงคนเดียว ลักษณะเป็นเหมือนบ้านสวน เป็นบ้านไม้
มีใต้ถุนสูงประมาณเอวได้ครับที่นี้มีต้นเชอร์รี่ที่ปลูกอยู่ที่บ้านของแก ด้วยความที่เป็นเด็ก
และรู้ว่ามีต้นเชอร์รี่ ผมก็เลยอยากกิน และชวนน้อง น้องก็อยากกินเหมือนกันครับ

เราจึงว่ายน้ำข้ามคลองไปกันสองพี่น้อง
แต่ตอนที่ไปนั้น เจ้าของต้นเชอร์รี่ แกเสียชีวิตไปได้ไม่นาน ด้วยโรคชรา
ส่วนบ้าน ยังไม่ถูกรื้อถอน แต่สภาพเหมือนบ้านร้างเก่ามากแล้วครับ

พอถึงที่หมาย พวกเราก็เดินไปที่ต้นเชอร์รี่ ซึ่งอยู่ติดกับบ้าน
สภาพเหมือนใกล้จะพัง ห่างจากคลองประมาณ 100 เมตร
รอบบ้านมีแต่ต้นไม้น้อยใหญ่เต็มไปหมดครับ

ก่อนจะเดินไปเก็บผลเชอร์รี่ ผมสังเกตุสีหน้าน้อง “หน้าตาเหมือนตื่นอะไร เหมือนเห็นอะไรซักอย่าง”
แต่ผมก็ไม่ได้ถาม กลัวน้องบอก แล้วจะพากันกลัว ผมเลยทำเนียน ชวนคุยเรื่องอื่นไปครับ

ที่นี้พวกเราก็เก็บผลเชอร์รี่ ซึ่งก็เก็บกินกันที่ต้นนั่นแหละครับ
กินไปได้ซักพัก เป็นที่พอใจ ก็เลยตกลงกัน เดินทางกลับครับ

แต่ในขณะที่กำลังจะเดินกลับ และแล้วก็เจอดีจนได้ครับ

ผมกับน้อง ได้ยินเสียงคน “ถ่มน้ำลาย” เสียงดังมาจากในบ้าน
เสียงมันชัดเจนมาก เหมือนต้นเสียงเจตนาให้เราได้ยิน
และก็เป็นผมที่หลุด หลุดถามไปว่า “เฮ้ย…เสียงไรว่ะ”
หลังจากนั้นต่างฝ่ายก็ทำท่าทางเหมือนจะวิ่ง ไม่วิ่ง ลังเลว่าจะเอายังไงดี แต่สุดท้ายก็วิ่งครับ

วิ่งไปจนถึงริมคลอง ซึ่งก็ห่างจากบ้านทวดหวานพอสมควร
นั่งพักหายใจกันซักพัก ระหว่างนั้นก็คุยกัน เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าเสียงที่ได้ยิน
“ใช่ทวดหวานรึเปล่า ?”

ปัญหาคือ ตอนจะว่ายน้ำกลับนี่แหละครับ มันกลัวอย่างบอกไม่ถูก
นั่งทำใจอยู่พักนึง และก็ตัดสินใจครับว่า

น้ำก็ไม่ลึก คลองก็ไม่กว้าง ว่ายไปตะโกนไปเอาเสียงเข้าช่วย ข่มความกลัว เดี๋ยวก็ข้ามฝั่งได้
เราสองคนจึงตัดสินใจกระโดดน้ำ และตั้งหน้าตั้งตาว่าย โดยผมให้น้องว่ายนำไปก่อน
ผมจะคอยระวังหลังให้ และระหว่างว่าย เราสองคนก็ตะโกนเสียงดังโวยวาย เพื่อข่มความกลัวครับ

แต่แล้ว ว่ายยังไม่ทันถึงครึ่งคลองเลยครับ
เท้าผม เหมือนถีบโดนอะไรบ้างอย่าง ลักษณะเหมือน “หัวคน”

ผมตัดสินใจหันกลับไปมอง สิ่งที่เห็นคือ
น้ำด้านหลัง มันแหวกนูนเป็นคลื่น เหมือนมีอะไรดำน้ำตามมา
ตอนนั้นผมตกใจมาก ใจมันหายแวบ ร้องไห้ลั่นออกมาเลย ตะโกนด้วยร้องไห้ด้วย
พอน้องผมได้ยินว่าผมร้องไห้ น้องก็ร้องไห้ตาม แต่เราก็ไม่ได้หยุดว่าย ฝืนว่าย กระทั่งถึงฝั่งจนได้ครับ

พอถึงฝั่ง ก็ต่างคนต่างหยิบเสื้อผ้าที่ถอดไว้ พากันจับมือ วิ่งกลับบ้าน
พอมาถึงบ้านผม น้องกับผมก็เข้าไปในบ้าน ไปนั่งคุยกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ผมถามน้องว่า เห็นหน้าตาตื่นตั้งแต่เดินไปเก็บเชอร์รี่แล้ว น้องเห็นอะไร
น้องตอบผมว่า ไม่ได้เห็นอะไร แต่รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากในบ้าน พอหันไปมอง ก็ไม่เห็นมีใคร

ส่วนตอนที่ผมว่ายน้ำ แล้วผมร้องไห้
เพราะถีบโดนเหมือนหัวคน หันไปมอง มีคลื่นนูนตามหลังมา และเดาว่าคงเป็นผีทวดหวาน
ว่ายน้ำตามมา ตัวน้องเองหันมามอง แต่ไม่ได้สังเกตุว่ามีอะไรผิดปกติ
ได้ยินเสียงผมร้องไห้เสียงดัง ตัวเองก็กลัวอยู่แล้ว เลยร้องไห้ตามไปด้วย

ส่วนตัวผมเชื่อว่า อาจเป็นวิญญาณของทวดหวาน ซึ่งแกคงจะหวงผลเชอร์รี่ของแก
ถึงแม้เราจะเป็นเด็ก แต่ก็ถือได้ว่า เป็นการขโมยกิน
“ซึ่งของของใคร เขาก็ย่อมหวงเป็นธรรมดา แม้เจ้าของเขาอาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ตาม”

พอหลังจากนั้นไม่นาน บ้านก็ถูกรื้อครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36257683…

วิญญานสาวตายทั้งกลมในหอพัก

วิญญานสาวตายทั้งกลมในหอพัก

วิญญานสาวตายทั้งกลมในหอพัก

วิญญานสาวตายทั้งกลมในหอพัก ตอนผมพบเจอกับประสบการณ์นี้ ผมอาศัยอยู่ที่หอพักย่านศาลายากับแฟนสาว
หอพักแห่งนี้เป็นหอพักที่ราคากลางๆ แหล่งรวมนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยมาอาศัยกัน
แต่แปลกหอพักแห่งนี้ไม่มีคนรู้จักหรือเพื่อนผมอยู่เลยสักคน
เราเข้าอาศัยวันแรกก็เริ่มทำความสะอาดจัดข้าวของต่างๆ พอเราทำไปสักพักก็ไปพบกับ
เหรียญสิบบาทที่วางอยู่เรียงรายใต้เตียง เรานำเหรียญเหล่านั้นออกมานับได้จำนวนทั้งสิ้น 180 บาท

(ผมและแฟนนับถือศาสนาคริสต์โรมันคาทอลิค เลยไม่ได้เข้าใจถึงความเชื่อตรงนี้ )
ก็เลยนำเหรียญทั้งหมดไปหยอดตู้ซักผ้าไมได้คิดอะไร

เรื่องราวทั้งหมดดำเนินผ่านไปอย่างปกติ จนกระทั่งคืนหนึ่งผมฝันว่า ผมอยู่ในห้องที่ผมนอน
แต่ในห้องมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้จักนั่งอยู่ตรงปลายเท้า เธอพยายามพูดแต่พูดไม่เป็นภาษา
เสียงที่เธอกล่าวออกมาเป็นประมาณนี้ “จาจาจาจ๊ะ จะ จ๊ะจา” วกวนไปมา ผมพยายามถาม
พยายามฟังแต่ก็ไม่เข้าใจว่าเธอจะสื่ออะไร เมื่อเธอพูดเสร็จ เธอลุกยืนและเดินพุ่งเข้ามา
ผ่านตัวผมไป ผมสะดุ้งตื่นผวากับสิ่งที่ฝัน จึงลืมตาขึ้นมาเพื่อปรับอารมณ์
ในตอนนั้นเวลาตีสองกว่า (ผมนอนตะแครงข้างหลังติดกำแพงห้องน้ำ หน้าหันไปทางแฟน
แฟนผมและผมหันหน้ามาชนกัน) แฟนผมนอนหันหลังให้กับตู้เสื้อผ้า ซึ่งด้านหน้าของตู้
เป็นกระจกบานใหญ่สะท้อนเงาได้ทั้งห้องรวมถึงห้องน้ำด้วย

ผมนอนปรับสายตาและมองกระจกอยู่สักพักจนเห็นเงาแปลกๆขยับอยู่ตรงห้องน้ำ
เพ่งสายตาปรับภาพอยู่เวลาหนึ่ง สิ่งที่ผมเห็นคือ มีมือมือหนึ่งจับขอบประตูห้องน้ำ
มือนั้นพยายามเหมือนออกแรงลากร่างตัวเองออกมา ผมไม่ทราบว่าเป็นหญิงหรือชาย
ในตอนนั้นตกใจมาก็เลยลุกขึ้นวิ่งไปเปิดไฟห้องน้ำแต่ก็ไม่พบเจออะไร
แฟนผมถามว่ามีอะไรหรือเปล่า? ผมพูดไม่ได้เลยครับเพราะตัวแฟนเองนั้นกลัวผีขั้นสุด
เลยบอกไปว่าปวดท้องหนัก แล้ววันนั้นก็ผ่านไป

และคืนหนึ่งผมก็สะดุ้งตื่นเพราะฝันเหมือนเดิม สิ่งที่ผมฝันก็เหมือนเดิม แล้วผมก็มองไปทางเดิม
ตู้เสื้อผ้า เวลาเดิมคือตีสองกว่า สิ่งที่กลัวที่สุดในตอนนั้นคือมันจะเหมือนเดิม เวลาผ่านไปสักพัก
ก็ยังไม่มีอะไรแปลก แต่ผ้าม่านที่เป็นริ้วๆ อยู่ตรงระเบียงนั้นขยับ พริ้วไปมาอย่างน่ากลัว
สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดมากคือ มีหน้าคนหน้าหนึ่ง ซ้อนและดันผ้าม่านออกมาเป็นรูปใบหน้า
ผมอึ้งและมองตรงนั้นไปถึงเช้าโดยที่จำไม่ได้ว่าผมรู้สึกตัวได้อย่างไร ผมก็เลยนำเรื่องราวนี้
ไปเล่ากับเพื่อน เพื่อนจึงบอกว่างั้นเอาสิ่งที่นับถือไปวางไว้ที่เตียง ผมจึงนำไม้กางเขน
ไปวางไว้ที่หัวเตียง หลังจากนั้นก็ไม่พบเจออะไรอีก บาคาร่า

เหมือนจะจบ แต่ยังเหลืออีกเหตุการณ์หนึ่ง เพื่อนที่ขอไปนอนห้องผมพบเจอมา
เพื่อนชายผมชื่อ นุ นุเป็นนักดนตรีกลางคืน ละจะมาเล่นดนตรีแถวหอพักผมจึงขอมานอน
ในวันที่นุมานอน ผมและแฟนแยกย้ายกันกลับบ้าน นุจึงต้องนอนคนเดียวที่ห้อง
ในวันนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเพื่อนมากมาย แต่เมื่อถึงเวลาตีสาม นุก็โทรมาหาผม
พร้อมกับเสียงที่สั่นฟังไม่รู้เรื่องว่าจะพูดไร มันจึงบอกว่า
“เดี๋ยวเช้ากูเล่าให้ฟัง” และแล้วมันก็โทรมา นุเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนกูเล่นวิญญานเสร็จ
ประมาณเที่ยงคืนกว่า ก็กลับมาที่ห้อง อาบน้ำนอนปกติ สะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตูกระจก
ตรงระเบียงห้อง พอไปดูก็ไม่เจออะไรกูคิดว่าเป็นนกมาทำรัง เลยกลับมานอนต่อ
สักพักได้ยินเสียงเดิมอีก พอลุกไปดูก็ไม่เจออะไร เป็นแบบนี้ประมาณ 5 ครั้ง
จนครั้งสุดท้ายทนไม่ไหวเลยเปิดไปดูด้านนอกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ในขณะที่เปิดประตูกระจกนั้น
ประตูหน้าห้องก็มีเสียงคนเคาะดังมาก กูเลยรีบวิ่งไปเปิดประตู เห็นเป็น นักศึกษาหญิงใส่ชุดเต็ม
ยืนอยู่ กูก็เลยถามว่า มาให้ใครหรือเปล่าครับ ผู้หญิงคนนั้นก้มหน้าไม่พูดสักพักหันหลัง
วิ่งลงบันใดหนีไฟไป กูเลยจำที่บอกได้ว่ามึงไม่มีเพื่อนอยู่หอนี้ กูเลยหลอนกลับบ้านเลย”

จนถึงวันที่ผมย้ายออก เตรียมตัวเก็บข้าวของกันเรียบร้อย แต่ผมกับแฟนเราสองคน
รีดผ้าบนเตียงเลยทำให้เตียงไหม้เป็นจุดๆ ผมเลยบอกว่างั้นกลับด้านเตียงตอนที่เขามาตรวจ
จะได้ไม่โดนว่า แฟนผมตกลง จึงช่วยกันพลิกแต่พอเราพลิกขึ้นสิ่งที่เจอคือ
แผ่นยันต์นับสิบยี่สิบแผ่นวางอยู่ใต้เตียง
ผมอึ้งเหมือนกันครับ แต่พูดกับแฟนไปแค่ว่า ทุกที่ก็จะเป็นแบบนี้ความเชื่อส่วนบุคคล
เมื่อผมทำเรื่องย้ายออกเรียบร้อย ก็มีโอกาสไปถามกับผู้ดูแลที่สนิทกันว่า
“ผมถามจริงเลยนะ ที่นี้มีเรื่องผีหรือเปล่า”
เพราะความสนิทกันเขาจึงเล่าว่า เกือบสองปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาหญิงกินยาแทง
และตายอยู่ในห้องเอ็งเกือบอาทิตย์กว่าจะมีแจ้งว่าเจอศพ หลังจากนั้นมีหลายคน
ที่เข้ามาพักแต่ทุกคนเจอผี ไม่ถึงเดือนก็ย้ายออกกัน
เจ้าของหอเขาจึงคิดว่าเปิดห้องนี้ต่อไป เป็นผลประโยชน์ล้วนเพราะจะได้กินมัดจำสบายๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…

ความทรงจำสุดสยองศพเดินได้

ความทรงจำสุดสยองศพเดินได้

ความทรงจำสุดสยองศพเดินได้

ความทรงจำสุดสยองศพเดินได้ มีวันหนึ่งจำได้ว่า เป็นช่วงเวลาเย็นๆประมาณ 5-6โมงเย็นเห็นจะได้
ผมกะน้องก็นั่งเล่นอยู่ตามขั้นบันได ส่วนแม่ผมก็นั่งด้วย ไม่แน่ใจว่า
นั่งสอนอ่านหนังสือ หรืออะไรกัน จำไม่ได้ พ่อผมก็ยังไม่กลับ

พี่ชายก็ยังไม่ถึงบ้าน ส่วนบ้านเช่าอีกหลังคนใต้ที่มาเช่าอยู่ ก็อยู่ในบ้านแล้ว
ซักพัก ไม่รู้แม่ผมเป็นอะไร นั่งอยู่ด้วยกันดีๆ ก็ลุกเดินขี้นบันได
ไปบนชั้นสองของตัวบ้านและเดินเข้าห้องไป และหายไปอยู่ห้องนานมาก

ผมกะน้องก็นั่งอยู่ ตรงขั้นบันได ก็ชวนกันเดินขึ้นบันได ไปตามแม่
แต่พอเข้าห้องไปแล้ว กลับไม่เจอแม่อยู่ในห้องเลย ทั้งๆทีบ้านบนชั้นสอง
ไม่มีห้องอะไรอีกเลย นอกจากที่โล่งๆ เราก็ตกใจกัน ก็เลยวิ่งไปหาพี่ๆที่บ้านเช่าอีกหลัง

บอกว่าแม่หายไปไหนไม่รู้ ให้ช่วยดูแม่หน่อย เค้าก็ออกมานอกห้องกัน
ประมาณ 3-4คน แล้วก็มายืนมองไปทีบ้านของผม แต่เขาจับตัวผม กะ น้องไว้
ไม่ให้วิ่งกลับไปที่บ้านของผม และสิ่งที่เค้าเห็นกัน …………

มันคือซากศพ…ครับ ทีมันเดินได้ ลักษณะของมันก็คือ ตัวแห้งหนังติดกระดูก ดำๆ
ผมเผ้ารุงรัง มองไม่เห็นหน้าตา แต่นุ่งผ้าถุงเก่าๆ คือประมาณว่า
คนตายแล้ว แล้วเอาไปฝัง หลายเดือน แล้วเอาขึ้นมาอะไรประมาณเนี้ยครับ

มันเดินออกจากห้องมา บนชั้นสองที่บ้านผม ที่แม่ผมหายไป มันมาหยุดพิงประตูไม้ที่เปิดอยู่!!!
แล้วมันก็อยู่แบบนั้น ครับ …พี่อีกบ้านที่เค้าดูอยู่ ผมก็ไม่รู้ว่าเค้ากลัวมั้ย หรืออะไร รู้แต่ว่า
มีคนหนึ่ง เอาไม้ ดันตัวมันครับ ผมเห็นพี่เค้าดันอยู่นานมาก ….. สุดท้ายมันทำยังไงรู้มั้ยครับ

มันเดินแบบ เซไป เซมา เข้าไปในห้องเหมือนเดิมครับ พอคราวนี้ มันหายเข้าไปในห้องแล้ว
พวกพี่ๆ ก็รีบวิ่งกันมาแล้วขี้นบ้านผม เพื่อจะไปดูแม่ผมที่หายไป  บาคาร่า

ปรากฎว่า แม่ผมหลับอยู่กลางห้อง โดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ถามว่าทำไมมานอนตรงนี้ แม่บอกว่าจะขึ้นมาเปิดไฟข้างบน แต่มันรู้สึกง่วงก็เลยนอน …..

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36051471…

หลงเสียงหลอนของนางตานี

หลงเสียงหลอนของนางตานี

 

หลงเสียงหลอนของนางตานี

หลงเสียงหลอนของนางตานี เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านของผม ซึ่งหลังหมู่บ้านผมจะมีต้นกล้วยเต็มไปหมด
ผมเรียกกันว่า ป่ากล้วย จริงๆแล้วมันไม่ได้อยู่ในรั้วของหมู่บ้านผมหรอกครับ มันอยู่ข้างนอก
คิดว่าเป็นพื้นที่ของชุมชนมุสลิมที่อยู่ติดกัน แต่สามารถมองถึงกันได้

เอาล่ะ ผมขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน…      บาคาร่า
ป่ากล้วยที่ว่า มันอยู่ท้ายหมู่บ้าน ซึ่งบริเวณนั้นจะมีสนามฟุตซอลของหมู่บ้าน
พวกผู้ชายก็จะพากันไปเตะกันตอนเย็น แต่สิ่งที่ทุกคนรู้ดีคือ ถ้าเริ่มมองลูกบอลไม่เห็น
ต้องกลับทันที ถึงมีสปอตไลท์ก็ไม่เปิดครับ เพราะทุกคนที่อยู่มานานจะรู้ดี

บางคนก็ฟังมา บางคนก็เจอมา ผมก็เป็นคนนึงที่ฟังพี่ๆเขาเล่ามา
และประสบกับตัวเองด้วย ครั้งเดียวเท่านั้น จากที่ฟังพี่ๆที่เตะบอลด้วยกันเล่าตอนเด็กๆ
ผมก็คิดว่าพี่เขาแกล้งหลอกให้เรากลัวสนุกๆ แต่สุดท้ายก็เจอครับ…

ตอนนั้นอยู่ประมาณ ป.4 หรือ ป.5 นี่ล่ะครับ จำไม่ได้ละ ช่วงนั้นกำลังซนครับ ติดเล่น
กลับจากโรงเรียนก็จะปั่นจักรยานคู่ใจไปตามเพื่อนๆมาเล่นกันที่สนาม
แล้วเผอิญวันนั้นไม่มีผู้ใหญ่มาเตะบอลกัน พวกเราเด็กๆก็เลยสนุกกันเต็มที่เลย

เล่นกันตั้งแต่ 5 โมง จนใกล้จะ 6 โมง ปกติจะเริ่มทยอยเข้าบ้านแล้ว
แต่ช่วงนั้นหน้าร้อน 6 โมง ฟ้ายังไม่มืด ก็เล่นกันต่อ ซึ่งวันนั้นปิดท้ายด้วยการเล่นซ่อนแอบ
ถึงแม้ใครจะเตือนก็ตามว่าอย่าเล่นซ่อนแอบตอนกลางคืน แต่วันนั้ยังไม่มืดนิเนอะ จัดสักนิด…

เล่นกันอยู่ 5 คน ตาแรกผมเป็นคนหา ก็หาจนครบหมด เพราะที่ซ่อนมีไม่เยอะ
พอมาตาที่สอง ผมเป็นคนแอบบ้าง ก็ไปแอบใกล้ๆกำแพงที่ติดกับป่ากล้วย
ตรงนั้นมีพุ่มไม้เยอะหน่อย ส่วนคนอื่นๆก็กระจายกันไป แล้วในที่สุดก็ถึงจุดเสียวสันสันหลังครับ

ขณะที่ผมแอบอย่างเงียบที่สุด ผมก็ได้ยินเสียงคนๆนึงพูดขึ้นมาเบาๆจากที่ใกล้ๆว่า
“มาซ่อนตรงนี้สิ หาไม่เจอหรอก” ผมก็รีบหันมอง 360 องศาเลยครับ ไม่มีใครซ่อนแถวนั้นเลย
ผมคิดว่าหูฝาด ผมก็หลบตรงนั้นต่อไป แล้วมีเสียงเหมือนคนเคาะกำแพงด้านหลังที่ผมซ่อนอยู่

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!! คราวนี้ล่ะครับ วิ่งร้อง เห้ยยยยยยยย แบบยาวๆ วิ่งไปกลางสนาม
เรียกหาเพื่อน แล้วไอ้เพื่อนที่เป็นคนหาก็วิ่งมาโป้งเรา (คิดในใจ กูไม่ตกใจถีบก็บุญละ)
มันไม่รู้หรอกว่าผมเจออะไรมา ตอนนั้นเป็นเด็กก็อดไม่ได้ที่จะเล่าครับ ก็เล่าให้เพื่อนทุกคนฟัง

ก็หาว่าผมอำ ไม่เชื่อกัน คืนนั้นผมก็ไม่เชิงว่ากลัวหรอกครับ แต่มีความสงสัยว่าเสียงนั้นมาจากไหน
เย็นวันต่อมากลับจากโรงเรียน ชวนเพื่อนกลุ่มเดิมไปตรงที่ผมได้ยินเสียง เพื่อนคนนึงก็พูดว่า
หลังกำแพงเนี่ย มีแต่ป่ากล้วย ใครจะเข้ามาแกล้ง ไม่เชื่อก็ปีนดูกันมั้ยล่ะ เอาล่ะสิครับ…

ทุกคนปีนขึ้นไปดูกันหมด ยกเว้นผม ขอไม่ขึ้น พวกมันก็ไปเอาเก้าอี้ข้างสนามมาต่อขาขึ้นไปดูกัน
เรียงหน้ากระดาน ไม่ทันไร เพื่อนคนนึงร้องดังลั่น ร้องแบบว่าฟังไม่ได้ศัพท์เลย
แล้ววิ่งลงมาจากเก้าอี้ ร้องไห้กลับบ้าน ส่วนเพื่อนคนอื่นๆรวมทั้งผมก็วิ่งตามไปที่บ้านมันแบบ งงๆ

ไปถามมันว่าเห็นอะไร มันบอกว่าเจอผู้หญิงใส่ชุดสไบเฉียง ยืนอยู่ที่ต้นกล้วยไกลๆ
แล้วชี้มาที่พวกผม แล้วพูดว่า “มองหาพ่อมึง!!หรอ”…

ทุกคนพร้อมใจกันขนลุกโดยมิได้นัดหมาย ตั้งแต่นั้นมา ทุกคนพยายามหลีกหนีที่จะไม่ไปเล่นแถวนั้น
เปลี่ยนมาเล่นเกมเพลย์ที่บ้านสบายใจกว่ากันเยอะ และทุกวันนี้ ป่ากล้วยนั้น ก็ยังอยู่ครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/35873319…

ห้องของผมสยองขวัญในห้องนอน

ห้องของผมสยองขวัญในห้องนอน

ห้องของผมสยองขวัญในห้องนอน

ห้องของผมสยองขวัญในห้องนอน อยากมาเล่าเรื่องผีให้ฟังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเอง
เริ่มเลยนะคะ ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 3 -4 ปีที่เเล้วเราตอนนั้นเรากำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6
เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่เราเผลอหลับไปตอนประมาณ 5 -6โมงเย็น เราเผลอนอนหลับ

ในห้องของเราตอนที่เราหลับมันเหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่นคือเรารู้สึกว่ามันมีลม บาคาร่า
แบบเเรงมาพัดเข้ามาโดนหน้าเราแล้วเเล้วเราก็พยายามลืมตาขึ้นมาคือตอนเเรกมันลืมไม่ขึ้นเลย
เราก็ฝืนลืมตาขึ้นมาพอลืมตาได้เท่านั้นเเหละ เราเห็นเป็นเงาดำๆก่อนเเล้วภาพก็ชัดขึ้นเรื่อยๆ

เราเห็นเป็นผู้หญิงผมยาวดำห่มสไปสีแดงแต่ไม่เห็นหน้า ยืนอยู่ตรงประตูห้องนอนของเรา
เเล้วผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนกับยืนเเล้วยื่นมือจะมาจับเรายิ่นตอนที่เค้าลอยมาพยายามจะเอามือนั้น
มาจับเราลมก็ยิ่งเเรงมาขึ้นแบบลมพัดเเรงมาตีหน้าเรา เรารู้ได้มันเย็นมากเล่าไปขนลุกไป

แล้วพอทีนี้เราพยายามขยับเท่าไหร่ก็ขยับไม่ได้แล้วยิ่งผู้หญิงคนนั้นพยายามจะยื่นมือมาจับเรา
เท่าไหร่ลมก็ยิ่งเเรง เราทำไรไม่ได้เลยเเต่เราก็รู้สึกเหมือนตัวเราพูด พูดว่าอย่ามายุ่งกับกู
เรารู้สึกเหมือนเราพูดเเต่ไม่มีเสียงยิ่งเค้าพยายามจับตัวเราคือเค้าไม่ได้เดินมานะ

เหมือนเค้าลอยเข้ามาหาเรา เราก็พูดว่าอย่ามายุ่งกับกู เหมือนจิตกำลังสู้กันค่ะ
แบบว่าต่างคนต่างตอบโต้กันเราพูดว่าอย่ามายุ่ง ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งลอยเข้ามา
เราจึงรวมกำลังเฮือกสุดท้ายพูดว่า อย่ามายุ่งกับกู!! เหมือนใช้จิตดันจิตจนหลุดค่ะ

พอหลุดเราก็รีบลุกไปเปิดประตูห้องเเล้วรีบไปหาเเม่ที่นั่งอยู่หน้าบ้านคือตอนนั้นคิดว่า
หลุดเเล้วออกจากได้แล้ว แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นเพราะเราก็ตื่นขึ้นมาอีกที
คือเรายังอยู่ในห้องยังไม่ได้ออกไปจากห้องเลยเหมือนที่เรารู้สึกว่าเราออกจากห้องได้แล้ว

เเต่เรายังนอนอยู่พอเราตื่นขึ้นมาอันนี้ตื่นจริงๆเเล้วเรารู้สึกหมดแรงแขนขาไม่มีเเรงเลย
เราก็รีบออกจากห้องแล้วไปเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็บอกว่าไปทำไรมาหรือเปล่า
เราก็บอกว่าไม่นะไม่ได้ทำไรเลย มีเเค่ก่อนวันที่โดนอำหรือฝันนี่ล้ะ

เราไปเดินขบวนโรงเรียนเป็นงานกีฬาสีเราได้ใส่ชุดไทยเดินขบวนพวกผู้ใหญ่
เขาก็บอกกันว่าทีหลังอ่ะ เวลาจะใส่ชุดไทยหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ใช่ของเรา
ต้องขออนุญาตก่อนใส่เพราะเราไม่รู้ที่มาของชุดนั้น ส่วนพี่อีกคนบอกว่าอาจจะเป็น

แม่ตะเคียนมาขออยู่ด้วยเเต่เราก็บอกว่าไม่มั้งพี่ แต่เอาจริงๆเค้าก็ไม่ได้จะทำอะไร
เรารู้สึกแค่เหมือนเค้าพยายามที่จะจับตัวเรา แต่เราไม่ยอมให้เค้าจับ
พอเช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ไปทำบุญให้เขา แต่ทุกวันนี้เรารู้สึกตลอดนะพยายามที่จะไม่คิดไปเอง

เรารู้สึกเหมือนว่าเขายังอยู่กับเราคอยช่วยเหลือเรานะแต่ไม่เคยมาให้เห็นเพราะเรากลัว
เคยมีอยู่ครั้งนึงเราอยู่ปี 1 ต้องนอนหอใน แล้วคือเราใส่พระนอนตลอดเเล้วคืนหนึ่ง
เราไม่ได้ใส่เราฝันเห็นเป็นผู้หญิงมาบอกเราว่าทำไมไม่ใส่พระนอนทีหลัง
ต้องใส่นอนตลอดห้ามถอด เล่าเเล้วเรายังขนลุกอยู่เลย

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36471201…

เสือสมิงสยองข้างถนน

เสือสมิงสยองข้างถนน

เสือสมิงสยองข้างถนน

เสือสมิงสยองข้างถนน  เป็นเรื่องที่เคยฟังตอนเด็กๆ เป็นเรื่องเล่าในหมู่สิบล้อ
สมัยถนนมิตรภาพตัดผ่านป่าดงพญาเย็นใหม่ๆ

เตือนกันนักเตือนกันหนาว่าใครขับกะกลางคืนผ่านดงพญาเย็น
ให้รีบขับ ห้ามแวะที่ไหน จะปวดหนักปวดเบาให้อดทนไว้
เห็นอะไรให้มองผ่านมองข้ามไป ท่องไว้ในใจ ไม่ใช่เรื่องของตน

ครั้งหนึ่งคนขับขับมาไกลเหนื่อยก่อนจะเข้าเขตป่าเลยให้เด็กติดรถมาช่วยขับ
กำชับอย่างดีว่าไม่ให้จอดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
คนขับกำลังจะหลับรู้สึกตัวว่ารถเบรคชลอทำท่าจะหยุดนึกขึ้นได้รีบตะโกนถามเด็กรถ
“จะจอดรถเหรอ เลยเขตป่าหรือยัง”

เด็กรถตอบกลับว่า “พี่ๆผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มายืนโบกรถอยู่กลางป่า
สงสัยมีเรื่องผมเบรคเลยมาไกลแล้วว่าจะถอยไปรับ”

ไม่ต้องๆ คนขับตะโกนพร้อมกับรีบลุกขึ้นมาบอกว่า “กูขับเอง”
จากนั้นรีบเร่งเครื่องออกไป เด็กรถถาม “แล้วพี่ไม่ช่วยเขาเหรอ”
“มึงอยากตายหรือไงกูบอกแล้วไม่ให้จอดมึงดูในกระจกมองข้างดีๆ”

สิ่งที่เด็กรถเห็นคือผู้หญิงคนนั้นวิ่งตามรถมาแล้วเหมือนจะล้มลงแต่ไม่หยุด
คล้ายๆ คลานสี่ขา…แต่กลับวิ่งเร็วขึ้นจนเกือบจะทันรถก่อนที่จะหยุด
เมื่อรถทิ้งมาไกลแล้ววิ่งหายเข้าไปข้างทาง  บาคาร่า

หลังจากนั้นทั้งคนขับและเด็กรถก็เงียบไปตลอดทางไม่พูดอะไรกัน
จะว่าไปมันก็เป็นเสือสมิง ที่ค่อยหลอกล่อเหยือสมัยก่อน

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/32622057…

พรานหนุ่มเสือเย็นเสือสมิงสุดสยอง

พรานหนุ่มเสือเย็นเสือสมิงสุดสยอง

พรานหนุ่มเสือเย็นเสือสมิงสุดสยอง

พรานหนุ่มเสือเย็นเสือสมิงสุดสยอง เสียงพรานหนุ่มหน้าใหม่เดินตามพรานผู้เฒ่าอย่างกระฉับกระเฉง วันนี้เขาดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ
ด้วยเหตุที่พรานเฒ่าอนุญาตให้ตามมาขึ้นห้างยิงสัตว์เป็นครั้งแรก ทั้งข้าวสาร เกลือ
น้ำพริกตาแดงยัดกระบอกไม้ และลูกปืนถูกจัดเตรียมมาจนเต็มอัตรา

หลังจากเดินมาหลายชั่วโมง พรานเฒ่าผู้นำหน้าก็หยุดเดินแล้วยืนนิ่งเหมือนพิจารณาอะไรบางอย่าง
น่าแปลกที่ผู้เฒ่าหายใจทอดยาวสม่ำเสมอ มีอาการเหนื่อยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ผิดกับเขาผู้ตามหลัง ที่ตอนนี้หอบจนหน้าอกยกขึ้นยกลง

“บนต้นนี้แหละ เหมาะดี ดินโป่งมันมีอยู่ใกล้ๆนี่ พวกสัตว์ทั้งหลายคงลงมากินตอนกลางคืน
เอ้าไปตัดไม้มาทำห้าง ชักช้าตะวันจะตกดินเสียก่อน”

ยังไม่ทันจะหายเหนื่อยก็ต้องรีบไปตัดไม้เสียแล้ว ชะรอยถ้าทำเสร็จ คงต้องนอนสลบไสลอยู่บนห้าง
ด้วยความเหนื่อยอ่อนไม่ทันจะได้ยิงสัตว์อย่างแน่นอน แต่ก่อนที่จะไปตัดไม้
พรานผู้เฒ่าก็เอาผ้าขาวม้าขมวดแล้วผูกเป็นก้อนกลมแล้วโยนขึ้นๆลงๆ

ทำอะไรน่ะพ่อเฒ่า
“เอ้า เอ็งนี่ไม่รู้อะไร รู้มั้ยว่าป่ากลางคืนอันตรายแค่ไหน ที่ข้าโยนผ้านี่ก็เพื่อจะดูว่า
เสือมันกระโดดได้สูงแค่ไหน จะได้ผูกห้างให้สูงเลยขึ้นไป ขืนสุ่มสี่สุ่มห้าทำไว้ต่ำ
เดี๋ยวก็โดนมันลากลงไปกินกันพอดี ไป อย่าถามมาก ไปตัดไม้มา”

ไม้ไผ่และไม้เนื้อตันถูกตัดมากอง สองคนหนุ่มเฒ่าช่วยกันลำเลียงขึ้นต้นไม้
โดยผูกเชือกแล้วดึงขึ้นไป คนหนึ่งอยู่ข้างบนทำหน้าที่ทั้งดึงและรับ ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ๆ
จึงลำเลียงไม้ขึ้นมามากพอที่จะเริ่มผูกทำห้าง พรานเฒ่าปีนตามขึ้นมาพร้อมไม้ตอกเหน็บเอว

ตอกคือไม้ไผ่เส้นบางที่ผ่าตามยาวราวศอกกว่าๆ กลายเป็นเชือกสารพัดประโยชน์
ใช้มัดอะไรก็ได้ที่อยากมัด ถ้าไม่เกินที่เส้นตอกจะโอบถึง เมื่อพรานเฒ่าขึ้นมาถึง
ก็แบ่งเส้นตอกให้คนหนุ่มช่วยกันมัดนั่งร้าน สักพักใหญ่ๆห้างยิงสัตว์ก็เสร็จเรียบร้อย
ตอนนี้รอคอยให้ถึงเวลากลางคืนเท่านั้น

……………

เดือนแจ้งแสงขาวสาดลงยอดไม้ยามค่ำคืน เป็นกิ่งเป็นง่า เป็นเงาอึมครึมคล้ายสัตว์คล้ายคน
เอนเฟือนเลือนไหว ชวนจิตใจพรานใหม่ให้หวั่นไหวมิใช่น้อย
พลันเสียงผู้เฒ่าก็ทำให้เขาต้องตกใจอีกครั้ง

“มันแปลกนัก ปกติเวลานี้สัตว์ต้องลงมากินโป่งดินบ้างแล้ว ตั้งแต่ก่อนมืดจนถึงตอนนี้
ยังไม่เห็นอะไรสักตัว แม้แต่เสียงจิ้งหรีดก็ไม่ได้ยิน มันเงียบผิดปกตินะ”

คนหนุ่มนั่งฟังไม่ขานตอบใดๆ แต่เขาเห็นอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ด้านล่าง
“โอ๊ย ข้าเจ็บท้องเหลือเกินพี่เหย ข้าเจ็บท้อง ข้าจะคลอดแล้ว ลงมาช่วยข้าทีพี่เหย”

เสียงโหยหวนเจ็บปวดน่าสงสารดังขึ้นมา พรานหนุ่มจำได้ว่าเป็นเสียงของเมียตน
“นั่นเสียงเมียข้า พ่อเฒ่า นั่นเมียข้ามาตาม มันกางร่มแดงเข้ามา มันท้องใกล้จะเกิดแล้ว”
พูดไม่พูดเปล่า พรานหนุ่มทำท่าจะไต่ไม้ลงไปตามเสียงภรรยาเดี๋ยวนั้นให้ได้

“หยุดเดี๋ยวนี้ เอ็งฟังข้า นั่นไม่ใช่เมียเอ็ง กลางป่าลึกขนาดนี้ ใครที่ไหนเขาจะมาตามถึงได้”
เหมือนหูของเขาจะไม่ได้ยินเสียงพ่อเฒ่าเสียแล้ว เหมือนโดนอำนาจอะไรบางอย่างครอบงำ
เขาทำท่าจะลงไปให้ได้ มือหนึ่งของพ่อเฒ่ารั้งแขนเขาไว้
ตาก็ไปเห็นอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวตรงมุมห้าง

มันคือตะขาบหลายสิบตัวกำลังไต่ยั้วเยี้ยเข้ามา!
พรานเฒ่าตกใจคว้ามีดจะยกขึ้นฟัน แต่ด้วยสังหรณ์บางอย่างจึงลดมีดลง
“โอ๊ย ข้าเจ็บเหลือเกิน พี่ลงมามาหาข้าที”

พรานหนุ่มได้ยินเสียงภรรยา ก็ยิ่งดิ้นรนจะลงไปให้ได้ ลำพังแค่กำลังของผู้เฒ่า
คงไม่อาจต้านทานเขาได้นาน มันเป็นคนหนุ่มเพิ่งออกเรือน ใจมันยังไม่ตั้งมั่น
อำนาจอย่างอื่นจึงกุมใจมันได้ง่าย กับข้างล่างอย่างเดียวนั้นพอไหว

แต่มาสองทางแบบนี้เห็นทีจะไม่รอด หนนี้ชะรอยจะพากันมาตายเสียแล้วกระมัง
ท่ามกลางความตึงเครียดและวิตกกังวลของพรานเฒ่า ก็มีเสียงนกตัวหนึ่งมาร้องอยู่บนหัวว่า
“ยิงจิกจ้อง ยิงจิกจ้อง” (ยิงยอดร่ม ยิงยอดร่ม)

เสียงนกบอกให้ยิงยอดร่ม คงเป็นจุดอ่อนของมัน มือไวเท่าความคิด ทิ้งแขนจากพรานหนุ่ม
ก็คว้าปืนยาวขึ้นประทับบ่าเล็งตรงยอดของร่มไม่รีรอ
พรานใหม่ตะกายจากห้างลงไปครึ่งค่อนต้นไม้ ตะขาบก็ไต่มาถึงเท้าแล้ว

เปรี้ยง!                    บาคาร่า

หลังเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ทุกอย่างเหมือนจะสงบลง ไม่มีเสียงเรียก ไม่มีเสียงนก
ไม่มีตะขาบ พรานหนุ่มไต่ขึ้นห้างมาหน้าเหรอหรา แล้วถามว่าผมเป็นอะไรไป
“เกือบตายไปแล้วมั้ยล่ะเอ็ง นอนซะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เอ็งก็จะได้รู้”

………..

รุ่งสางตะวันยก เสียงไก่ป่าขันอยู่เจื้อยแจ้ว สรรพสัตว์น้อยใหญ่ส่งเสียงตามวิสัยเป็นปกติ
เหมือนอยู่คนละป่ากับเมื่อคืน เหมือนไม่ใช่ป่าเดียวกัน ตรงโคนไม้ใต้ห้าง
เสือตัวเท่าวัวนอนตายตัวยาวเหยียด กลางหน้าผากมันมีรอยกระสุนเข้าไปฝังใน
ขนาดตายแล้วยังดูน่าหวาดหวั่นเกรงขาม หากไอ้หนุ่มนี่ลงไปเมื่อคืน คงไม่ใช่แค่มันที่จะตาย

“นี่เสือเย็นไงล่ะ” พรานคนหนุ่มยืนอึ้งกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า
“ทำไมมันถึงกลายร่างเป็นเมียข้ามายืนร้องเรียกได้ล่ะ”

“มันรู้ว่าเมียเอ็งท้องน่ะสิ มันรู้จุดอ่อนของเอ็ง
มันถึงได้จำแลงร่างเป็นเมียของเอ็ง ล่อหลอกเอ็งลงไปให้มันงาบ”
พรานเฒ่าพูดจบ ก็นึกขึ้นได้ถึงอะไรบางอย่างที่ค้างคาใจ

“ตอนกลางวันเอ็งมัดตอกวนขวาใช่มั้ย” พรานเฒ่าถามด้วยความสงสัย
“ใช่ มีอะไรอย่างนั้นหรือผู้เฒ่า”
“ตะขาบเมื่อคืนยังไงล่ะ มัดตอกเกี้ยวไปทางขวามักอาถรรพ์ เสือเย็นทำให้ตอกเกี้ยวขวา
กลายเป็นตะขาบ คนแต่เก่าก่อนจึงให้มัดตอกเกี้ยวซ้าย ดีนะที่ข้ายั้งมือไว้ทัน
ถ้าฟันตะขาบก็เท่ากับฟันตอก ถ้าตอกผูกห้างขาด เอ็งกับข้าคงได้เป็นอาหารมันตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ
เป็นไงทีนี้ เข็ดรึยังล่ะอยากจะตามมาดีนัก เจอของดีเลยมั้ยล่ะ”

“แค่นี้ยังไม่เข็ดหรอกพ่อเฒ่า ฉันก็อยากจะเก่งเหมือนพ่อเฒ่าบ้าง คราวหน้าขอตามมาอีกนะ”
“ถ้ามากับเอ็งข้าไม่มาแล้วโว้ย ไอ้ตัวซวย ไปๆ เก็บข้าวเก็บของกลับบ้าน
อะไรก็ไม่ได้ ยังมาเจอเสือเย็นนี่อีก วู๊”

เมื่อสัมภาระถูกเก็บเรียบร้อย พรานเก่าใหม่ทั้งสองก็ออกเดินทางกลับสู่หมู่บ้าน
ทว่าคล้อยหลังราวห้าสิบวา เท้าหนาๆขนลายเหลืองดำ กำลังยืนคร่อมรอยเท้าของทั้งคู่
มันก้มหัวลงดมฟุดฟิด แล้วเหย่าเท้าไปตามกลิ่นและรอยที่มันรู้ว่าอยู่ไม่ไกล

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/35356533…