หลงเสียงหลอนของนางตานี

หลงเสียงหลอนของนางตานี

 

หลงเสียงหลอนของนางตานี

หลงเสียงหลอนของนางตานี เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านของผม ซึ่งหลังหมู่บ้านผมจะมีต้นกล้วยเต็มไปหมด
ผมเรียกกันว่า ป่ากล้วย จริงๆแล้วมันไม่ได้อยู่ในรั้วของหมู่บ้านผมหรอกครับ มันอยู่ข้างนอก
คิดว่าเป็นพื้นที่ของชุมชนมุสลิมที่อยู่ติดกัน แต่สามารถมองถึงกันได้

เอาล่ะ ผมขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน…      บาคาร่า
ป่ากล้วยที่ว่า มันอยู่ท้ายหมู่บ้าน ซึ่งบริเวณนั้นจะมีสนามฟุตซอลของหมู่บ้าน
พวกผู้ชายก็จะพากันไปเตะกันตอนเย็น แต่สิ่งที่ทุกคนรู้ดีคือ ถ้าเริ่มมองลูกบอลไม่เห็น
ต้องกลับทันที ถึงมีสปอตไลท์ก็ไม่เปิดครับ เพราะทุกคนที่อยู่มานานจะรู้ดี

บางคนก็ฟังมา บางคนก็เจอมา ผมก็เป็นคนนึงที่ฟังพี่ๆเขาเล่ามา
และประสบกับตัวเองด้วย ครั้งเดียวเท่านั้น จากที่ฟังพี่ๆที่เตะบอลด้วยกันเล่าตอนเด็กๆ
ผมก็คิดว่าพี่เขาแกล้งหลอกให้เรากลัวสนุกๆ แต่สุดท้ายก็เจอครับ…

ตอนนั้นอยู่ประมาณ ป.4 หรือ ป.5 นี่ล่ะครับ จำไม่ได้ละ ช่วงนั้นกำลังซนครับ ติดเล่น
กลับจากโรงเรียนก็จะปั่นจักรยานคู่ใจไปตามเพื่อนๆมาเล่นกันที่สนาม
แล้วเผอิญวันนั้นไม่มีผู้ใหญ่มาเตะบอลกัน พวกเราเด็กๆก็เลยสนุกกันเต็มที่เลย

เล่นกันตั้งแต่ 5 โมง จนใกล้จะ 6 โมง ปกติจะเริ่มทยอยเข้าบ้านแล้ว
แต่ช่วงนั้นหน้าร้อน 6 โมง ฟ้ายังไม่มืด ก็เล่นกันต่อ ซึ่งวันนั้นปิดท้ายด้วยการเล่นซ่อนแอบ
ถึงแม้ใครจะเตือนก็ตามว่าอย่าเล่นซ่อนแอบตอนกลางคืน แต่วันนั้ยังไม่มืดนิเนอะ จัดสักนิด…

เล่นกันอยู่ 5 คน ตาแรกผมเป็นคนหา ก็หาจนครบหมด เพราะที่ซ่อนมีไม่เยอะ
พอมาตาที่สอง ผมเป็นคนแอบบ้าง ก็ไปแอบใกล้ๆกำแพงที่ติดกับป่ากล้วย
ตรงนั้นมีพุ่มไม้เยอะหน่อย ส่วนคนอื่นๆก็กระจายกันไป แล้วในที่สุดก็ถึงจุดเสียวสันสันหลังครับ

ขณะที่ผมแอบอย่างเงียบที่สุด ผมก็ได้ยินเสียงคนๆนึงพูดขึ้นมาเบาๆจากที่ใกล้ๆว่า
“มาซ่อนตรงนี้สิ หาไม่เจอหรอก” ผมก็รีบหันมอง 360 องศาเลยครับ ไม่มีใครซ่อนแถวนั้นเลย
ผมคิดว่าหูฝาด ผมก็หลบตรงนั้นต่อไป แล้วมีเสียงเหมือนคนเคาะกำแพงด้านหลังที่ผมซ่อนอยู่

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!! คราวนี้ล่ะครับ วิ่งร้อง เห้ยยยยยยยย แบบยาวๆ วิ่งไปกลางสนาม
เรียกหาเพื่อน แล้วไอ้เพื่อนที่เป็นคนหาก็วิ่งมาโป้งเรา (คิดในใจ กูไม่ตกใจถีบก็บุญละ)
มันไม่รู้หรอกว่าผมเจออะไรมา ตอนนั้นเป็นเด็กก็อดไม่ได้ที่จะเล่าครับ ก็เล่าให้เพื่อนทุกคนฟัง

ก็หาว่าผมอำ ไม่เชื่อกัน คืนนั้นผมก็ไม่เชิงว่ากลัวหรอกครับ แต่มีความสงสัยว่าเสียงนั้นมาจากไหน
เย็นวันต่อมากลับจากโรงเรียน ชวนเพื่อนกลุ่มเดิมไปตรงที่ผมได้ยินเสียง เพื่อนคนนึงก็พูดว่า
หลังกำแพงเนี่ย มีแต่ป่ากล้วย ใครจะเข้ามาแกล้ง ไม่เชื่อก็ปีนดูกันมั้ยล่ะ เอาล่ะสิครับ…

ทุกคนปีนขึ้นไปดูกันหมด ยกเว้นผม ขอไม่ขึ้น พวกมันก็ไปเอาเก้าอี้ข้างสนามมาต่อขาขึ้นไปดูกัน
เรียงหน้ากระดาน ไม่ทันไร เพื่อนคนนึงร้องดังลั่น ร้องแบบว่าฟังไม่ได้ศัพท์เลย
แล้ววิ่งลงมาจากเก้าอี้ ร้องไห้กลับบ้าน ส่วนเพื่อนคนอื่นๆรวมทั้งผมก็วิ่งตามไปที่บ้านมันแบบ งงๆ

ไปถามมันว่าเห็นอะไร มันบอกว่าเจอผู้หญิงใส่ชุดสไบเฉียง ยืนอยู่ที่ต้นกล้วยไกลๆ
แล้วชี้มาที่พวกผม แล้วพูดว่า “มองหาพ่อมึง!!หรอ”…

ทุกคนพร้อมใจกันขนลุกโดยมิได้นัดหมาย ตั้งแต่นั้นมา ทุกคนพยายามหลีกหนีที่จะไม่ไปเล่นแถวนั้น
เปลี่ยนมาเล่นเกมเพลย์ที่บ้านสบายใจกว่ากันเยอะ และทุกวันนี้ ป่ากล้วยนั้น ก็ยังอยู่ครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/35873319…

ห้องของผมสยองขวัญในห้องนอน

ห้องของผมสยองขวัญในห้องนอน

ห้องของผมสยองขวัญในห้องนอน

ห้องของผมสยองขวัญในห้องนอน อยากมาเล่าเรื่องผีให้ฟังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเอง
เริ่มเลยนะคะ ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 3 -4 ปีที่เเล้วเราตอนนั้นเรากำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6
เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่เราเผลอหลับไปตอนประมาณ 5 -6โมงเย็น เราเผลอนอนหลับ

ในห้องของเราตอนที่เราหลับมันเหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่นคือเรารู้สึกว่ามันมีลม บาคาร่า
แบบเเรงมาพัดเข้ามาโดนหน้าเราแล้วเเล้วเราก็พยายามลืมตาขึ้นมาคือตอนเเรกมันลืมไม่ขึ้นเลย
เราก็ฝืนลืมตาขึ้นมาพอลืมตาได้เท่านั้นเเหละ เราเห็นเป็นเงาดำๆก่อนเเล้วภาพก็ชัดขึ้นเรื่อยๆ

เราเห็นเป็นผู้หญิงผมยาวดำห่มสไปสีแดงแต่ไม่เห็นหน้า ยืนอยู่ตรงประตูห้องนอนของเรา
เเล้วผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนกับยืนเเล้วยื่นมือจะมาจับเรายิ่นตอนที่เค้าลอยมาพยายามจะเอามือนั้น
มาจับเราลมก็ยิ่งเเรงมาขึ้นแบบลมพัดเเรงมาตีหน้าเรา เรารู้ได้มันเย็นมากเล่าไปขนลุกไป

แล้วพอทีนี้เราพยายามขยับเท่าไหร่ก็ขยับไม่ได้แล้วยิ่งผู้หญิงคนนั้นพยายามจะยื่นมือมาจับเรา
เท่าไหร่ลมก็ยิ่งเเรง เราทำไรไม่ได้เลยเเต่เราก็รู้สึกเหมือนตัวเราพูด พูดว่าอย่ามายุ่งกับกู
เรารู้สึกเหมือนเราพูดเเต่ไม่มีเสียงยิ่งเค้าพยายามจับตัวเราคือเค้าไม่ได้เดินมานะ

เหมือนเค้าลอยเข้ามาหาเรา เราก็พูดว่าอย่ามายุ่งกับกู เหมือนจิตกำลังสู้กันค่ะ
แบบว่าต่างคนต่างตอบโต้กันเราพูดว่าอย่ามายุ่ง ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งลอยเข้ามา
เราจึงรวมกำลังเฮือกสุดท้ายพูดว่า อย่ามายุ่งกับกู!! เหมือนใช้จิตดันจิตจนหลุดค่ะ

พอหลุดเราก็รีบลุกไปเปิดประตูห้องเเล้วรีบไปหาเเม่ที่นั่งอยู่หน้าบ้านคือตอนนั้นคิดว่า
หลุดเเล้วออกจากได้แล้ว แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นเพราะเราก็ตื่นขึ้นมาอีกที
คือเรายังอยู่ในห้องยังไม่ได้ออกไปจากห้องเลยเหมือนที่เรารู้สึกว่าเราออกจากห้องได้แล้ว

เเต่เรายังนอนอยู่พอเราตื่นขึ้นมาอันนี้ตื่นจริงๆเเล้วเรารู้สึกหมดแรงแขนขาไม่มีเเรงเลย
เราก็รีบออกจากห้องแล้วไปเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็บอกว่าไปทำไรมาหรือเปล่า
เราก็บอกว่าไม่นะไม่ได้ทำไรเลย มีเเค่ก่อนวันที่โดนอำหรือฝันนี่ล้ะ

เราไปเดินขบวนโรงเรียนเป็นงานกีฬาสีเราได้ใส่ชุดไทยเดินขบวนพวกผู้ใหญ่
เขาก็บอกกันว่าทีหลังอ่ะ เวลาจะใส่ชุดไทยหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ใช่ของเรา
ต้องขออนุญาตก่อนใส่เพราะเราไม่รู้ที่มาของชุดนั้น ส่วนพี่อีกคนบอกว่าอาจจะเป็น

แม่ตะเคียนมาขออยู่ด้วยเเต่เราก็บอกว่าไม่มั้งพี่ แต่เอาจริงๆเค้าก็ไม่ได้จะทำอะไร
เรารู้สึกแค่เหมือนเค้าพยายามที่จะจับตัวเรา แต่เราไม่ยอมให้เค้าจับ
พอเช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ไปทำบุญให้เขา แต่ทุกวันนี้เรารู้สึกตลอดนะพยายามที่จะไม่คิดไปเอง

เรารู้สึกเหมือนว่าเขายังอยู่กับเราคอยช่วยเหลือเรานะแต่ไม่เคยมาให้เห็นเพราะเรากลัว
เคยมีอยู่ครั้งนึงเราอยู่ปี 1 ต้องนอนหอใน แล้วคือเราใส่พระนอนตลอดเเล้วคืนหนึ่ง
เราไม่ได้ใส่เราฝันเห็นเป็นผู้หญิงมาบอกเราว่าทำไมไม่ใส่พระนอนทีหลัง
ต้องใส่นอนตลอดห้ามถอด เล่าเเล้วเรายังขนลุกอยู่เลย

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36471201…

เสือสมิงสยองข้างถนน

เสือสมิงสยองข้างถนน

เสือสมิงสยองข้างถนน

เสือสมิงสยองข้างถนน  เป็นเรื่องที่เคยฟังตอนเด็กๆ เป็นเรื่องเล่าในหมู่สิบล้อ
สมัยถนนมิตรภาพตัดผ่านป่าดงพญาเย็นใหม่ๆ

เตือนกันนักเตือนกันหนาว่าใครขับกะกลางคืนผ่านดงพญาเย็น
ให้รีบขับ ห้ามแวะที่ไหน จะปวดหนักปวดเบาให้อดทนไว้
เห็นอะไรให้มองผ่านมองข้ามไป ท่องไว้ในใจ ไม่ใช่เรื่องของตน

ครั้งหนึ่งคนขับขับมาไกลเหนื่อยก่อนจะเข้าเขตป่าเลยให้เด็กติดรถมาช่วยขับ
กำชับอย่างดีว่าไม่ให้จอดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
คนขับกำลังจะหลับรู้สึกตัวว่ารถเบรคชลอทำท่าจะหยุดนึกขึ้นได้รีบตะโกนถามเด็กรถ
“จะจอดรถเหรอ เลยเขตป่าหรือยัง”

เด็กรถตอบกลับว่า “พี่ๆผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มายืนโบกรถอยู่กลางป่า
สงสัยมีเรื่องผมเบรคเลยมาไกลแล้วว่าจะถอยไปรับ”

ไม่ต้องๆ คนขับตะโกนพร้อมกับรีบลุกขึ้นมาบอกว่า “กูขับเอง”
จากนั้นรีบเร่งเครื่องออกไป เด็กรถถาม “แล้วพี่ไม่ช่วยเขาเหรอ”
“มึงอยากตายหรือไงกูบอกแล้วไม่ให้จอดมึงดูในกระจกมองข้างดีๆ”

สิ่งที่เด็กรถเห็นคือผู้หญิงคนนั้นวิ่งตามรถมาแล้วเหมือนจะล้มลงแต่ไม่หยุด
คล้ายๆ คลานสี่ขา…แต่กลับวิ่งเร็วขึ้นจนเกือบจะทันรถก่อนที่จะหยุด
เมื่อรถทิ้งมาไกลแล้ววิ่งหายเข้าไปข้างทาง  บาคาร่า

หลังจากนั้นทั้งคนขับและเด็กรถก็เงียบไปตลอดทางไม่พูดอะไรกัน
จะว่าไปมันก็เป็นเสือสมิง ที่ค่อยหลอกล่อเหยือสมัยก่อน

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/32622057…

พรานหนุ่มเสือเย็นเสือสมิงสุดสยอง

พรานหนุ่มเสือเย็นเสือสมิงสุดสยอง

พรานหนุ่มเสือเย็นเสือสมิงสุดสยอง

พรานหนุ่มเสือเย็นเสือสมิงสุดสยอง เสียงพรานหนุ่มหน้าใหม่เดินตามพรานผู้เฒ่าอย่างกระฉับกระเฉง วันนี้เขาดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ
ด้วยเหตุที่พรานเฒ่าอนุญาตให้ตามมาขึ้นห้างยิงสัตว์เป็นครั้งแรก ทั้งข้าวสาร เกลือ
น้ำพริกตาแดงยัดกระบอกไม้ และลูกปืนถูกจัดเตรียมมาจนเต็มอัตรา

หลังจากเดินมาหลายชั่วโมง พรานเฒ่าผู้นำหน้าก็หยุดเดินแล้วยืนนิ่งเหมือนพิจารณาอะไรบางอย่าง
น่าแปลกที่ผู้เฒ่าหายใจทอดยาวสม่ำเสมอ มีอาการเหนื่อยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ผิดกับเขาผู้ตามหลัง ที่ตอนนี้หอบจนหน้าอกยกขึ้นยกลง

“บนต้นนี้แหละ เหมาะดี ดินโป่งมันมีอยู่ใกล้ๆนี่ พวกสัตว์ทั้งหลายคงลงมากินตอนกลางคืน
เอ้าไปตัดไม้มาทำห้าง ชักช้าตะวันจะตกดินเสียก่อน”

ยังไม่ทันจะหายเหนื่อยก็ต้องรีบไปตัดไม้เสียแล้ว ชะรอยถ้าทำเสร็จ คงต้องนอนสลบไสลอยู่บนห้าง
ด้วยความเหนื่อยอ่อนไม่ทันจะได้ยิงสัตว์อย่างแน่นอน แต่ก่อนที่จะไปตัดไม้
พรานผู้เฒ่าก็เอาผ้าขาวม้าขมวดแล้วผูกเป็นก้อนกลมแล้วโยนขึ้นๆลงๆ

ทำอะไรน่ะพ่อเฒ่า
“เอ้า เอ็งนี่ไม่รู้อะไร รู้มั้ยว่าป่ากลางคืนอันตรายแค่ไหน ที่ข้าโยนผ้านี่ก็เพื่อจะดูว่า
เสือมันกระโดดได้สูงแค่ไหน จะได้ผูกห้างให้สูงเลยขึ้นไป ขืนสุ่มสี่สุ่มห้าทำไว้ต่ำ
เดี๋ยวก็โดนมันลากลงไปกินกันพอดี ไป อย่าถามมาก ไปตัดไม้มา”

ไม้ไผ่และไม้เนื้อตันถูกตัดมากอง สองคนหนุ่มเฒ่าช่วยกันลำเลียงขึ้นต้นไม้
โดยผูกเชือกแล้วดึงขึ้นไป คนหนึ่งอยู่ข้างบนทำหน้าที่ทั้งดึงและรับ ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ๆ
จึงลำเลียงไม้ขึ้นมามากพอที่จะเริ่มผูกทำห้าง พรานเฒ่าปีนตามขึ้นมาพร้อมไม้ตอกเหน็บเอว

ตอกคือไม้ไผ่เส้นบางที่ผ่าตามยาวราวศอกกว่าๆ กลายเป็นเชือกสารพัดประโยชน์
ใช้มัดอะไรก็ได้ที่อยากมัด ถ้าไม่เกินที่เส้นตอกจะโอบถึง เมื่อพรานเฒ่าขึ้นมาถึง
ก็แบ่งเส้นตอกให้คนหนุ่มช่วยกันมัดนั่งร้าน สักพักใหญ่ๆห้างยิงสัตว์ก็เสร็จเรียบร้อย
ตอนนี้รอคอยให้ถึงเวลากลางคืนเท่านั้น

……………

เดือนแจ้งแสงขาวสาดลงยอดไม้ยามค่ำคืน เป็นกิ่งเป็นง่า เป็นเงาอึมครึมคล้ายสัตว์คล้ายคน
เอนเฟือนเลือนไหว ชวนจิตใจพรานใหม่ให้หวั่นไหวมิใช่น้อย
พลันเสียงผู้เฒ่าก็ทำให้เขาต้องตกใจอีกครั้ง

“มันแปลกนัก ปกติเวลานี้สัตว์ต้องลงมากินโป่งดินบ้างแล้ว ตั้งแต่ก่อนมืดจนถึงตอนนี้
ยังไม่เห็นอะไรสักตัว แม้แต่เสียงจิ้งหรีดก็ไม่ได้ยิน มันเงียบผิดปกตินะ”

คนหนุ่มนั่งฟังไม่ขานตอบใดๆ แต่เขาเห็นอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ด้านล่าง
“โอ๊ย ข้าเจ็บท้องเหลือเกินพี่เหย ข้าเจ็บท้อง ข้าจะคลอดแล้ว ลงมาช่วยข้าทีพี่เหย”

เสียงโหยหวนเจ็บปวดน่าสงสารดังขึ้นมา พรานหนุ่มจำได้ว่าเป็นเสียงของเมียตน
“นั่นเสียงเมียข้า พ่อเฒ่า นั่นเมียข้ามาตาม มันกางร่มแดงเข้ามา มันท้องใกล้จะเกิดแล้ว”
พูดไม่พูดเปล่า พรานหนุ่มทำท่าจะไต่ไม้ลงไปตามเสียงภรรยาเดี๋ยวนั้นให้ได้

“หยุดเดี๋ยวนี้ เอ็งฟังข้า นั่นไม่ใช่เมียเอ็ง กลางป่าลึกขนาดนี้ ใครที่ไหนเขาจะมาตามถึงได้”
เหมือนหูของเขาจะไม่ได้ยินเสียงพ่อเฒ่าเสียแล้ว เหมือนโดนอำนาจอะไรบางอย่างครอบงำ
เขาทำท่าจะลงไปให้ได้ มือหนึ่งของพ่อเฒ่ารั้งแขนเขาไว้
ตาก็ไปเห็นอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวตรงมุมห้าง

มันคือตะขาบหลายสิบตัวกำลังไต่ยั้วเยี้ยเข้ามา!
พรานเฒ่าตกใจคว้ามีดจะยกขึ้นฟัน แต่ด้วยสังหรณ์บางอย่างจึงลดมีดลง
“โอ๊ย ข้าเจ็บเหลือเกิน พี่ลงมามาหาข้าที”

พรานหนุ่มได้ยินเสียงภรรยา ก็ยิ่งดิ้นรนจะลงไปให้ได้ ลำพังแค่กำลังของผู้เฒ่า
คงไม่อาจต้านทานเขาได้นาน มันเป็นคนหนุ่มเพิ่งออกเรือน ใจมันยังไม่ตั้งมั่น
อำนาจอย่างอื่นจึงกุมใจมันได้ง่าย กับข้างล่างอย่างเดียวนั้นพอไหว

แต่มาสองทางแบบนี้เห็นทีจะไม่รอด หนนี้ชะรอยจะพากันมาตายเสียแล้วกระมัง
ท่ามกลางความตึงเครียดและวิตกกังวลของพรานเฒ่า ก็มีเสียงนกตัวหนึ่งมาร้องอยู่บนหัวว่า
“ยิงจิกจ้อง ยิงจิกจ้อง” (ยิงยอดร่ม ยิงยอดร่ม)

เสียงนกบอกให้ยิงยอดร่ม คงเป็นจุดอ่อนของมัน มือไวเท่าความคิด ทิ้งแขนจากพรานหนุ่ม
ก็คว้าปืนยาวขึ้นประทับบ่าเล็งตรงยอดของร่มไม่รีรอ
พรานใหม่ตะกายจากห้างลงไปครึ่งค่อนต้นไม้ ตะขาบก็ไต่มาถึงเท้าแล้ว

เปรี้ยง!                    บาคาร่า

หลังเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ทุกอย่างเหมือนจะสงบลง ไม่มีเสียงเรียก ไม่มีเสียงนก
ไม่มีตะขาบ พรานหนุ่มไต่ขึ้นห้างมาหน้าเหรอหรา แล้วถามว่าผมเป็นอะไรไป
“เกือบตายไปแล้วมั้ยล่ะเอ็ง นอนซะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เอ็งก็จะได้รู้”

………..

รุ่งสางตะวันยก เสียงไก่ป่าขันอยู่เจื้อยแจ้ว สรรพสัตว์น้อยใหญ่ส่งเสียงตามวิสัยเป็นปกติ
เหมือนอยู่คนละป่ากับเมื่อคืน เหมือนไม่ใช่ป่าเดียวกัน ตรงโคนไม้ใต้ห้าง
เสือตัวเท่าวัวนอนตายตัวยาวเหยียด กลางหน้าผากมันมีรอยกระสุนเข้าไปฝังใน
ขนาดตายแล้วยังดูน่าหวาดหวั่นเกรงขาม หากไอ้หนุ่มนี่ลงไปเมื่อคืน คงไม่ใช่แค่มันที่จะตาย

“นี่เสือเย็นไงล่ะ” พรานคนหนุ่มยืนอึ้งกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า
“ทำไมมันถึงกลายร่างเป็นเมียข้ามายืนร้องเรียกได้ล่ะ”

“มันรู้ว่าเมียเอ็งท้องน่ะสิ มันรู้จุดอ่อนของเอ็ง
มันถึงได้จำแลงร่างเป็นเมียของเอ็ง ล่อหลอกเอ็งลงไปให้มันงาบ”
พรานเฒ่าพูดจบ ก็นึกขึ้นได้ถึงอะไรบางอย่างที่ค้างคาใจ

“ตอนกลางวันเอ็งมัดตอกวนขวาใช่มั้ย” พรานเฒ่าถามด้วยความสงสัย
“ใช่ มีอะไรอย่างนั้นหรือผู้เฒ่า”
“ตะขาบเมื่อคืนยังไงล่ะ มัดตอกเกี้ยวไปทางขวามักอาถรรพ์ เสือเย็นทำให้ตอกเกี้ยวขวา
กลายเป็นตะขาบ คนแต่เก่าก่อนจึงให้มัดตอกเกี้ยวซ้าย ดีนะที่ข้ายั้งมือไว้ทัน
ถ้าฟันตะขาบก็เท่ากับฟันตอก ถ้าตอกผูกห้างขาด เอ็งกับข้าคงได้เป็นอาหารมันตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ
เป็นไงทีนี้ เข็ดรึยังล่ะอยากจะตามมาดีนัก เจอของดีเลยมั้ยล่ะ”

“แค่นี้ยังไม่เข็ดหรอกพ่อเฒ่า ฉันก็อยากจะเก่งเหมือนพ่อเฒ่าบ้าง คราวหน้าขอตามมาอีกนะ”
“ถ้ามากับเอ็งข้าไม่มาแล้วโว้ย ไอ้ตัวซวย ไปๆ เก็บข้าวเก็บของกลับบ้าน
อะไรก็ไม่ได้ ยังมาเจอเสือเย็นนี่อีก วู๊”

เมื่อสัมภาระถูกเก็บเรียบร้อย พรานเก่าใหม่ทั้งสองก็ออกเดินทางกลับสู่หมู่บ้าน
ทว่าคล้อยหลังราวห้าสิบวา เท้าหนาๆขนลายเหลืองดำ กำลังยืนคร่อมรอยเท้าของทั้งคู่
มันก้มหัวลงดมฟุดฟิด แล้วเหย่าเท้าไปตามกลิ่นและรอยที่มันรู้ว่าอยู่ไม่ไกล

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/35356533…

บ้านผีพักในโรงเรียน ที่โรงเรียนหนะผีเยอะจะตาย แต่พ่อไม่ได้กลัวหรอก ตอนกลางวันก็ลากโต๊ะนักเรียนครืดคราด

บ้านผีพักในโรงเรียน

บ้านผีพักในโรงเรียน

บ้านผีพักในโรงเรียน เรื่องมันผ่านมาหลายปีแล้ว เพิ่งจะมีสติมานึกถึงเรื่องราวตอนเด็ก
ย้อนกลับไปตอนช่วงเรียนประถมต้น จำได้ว่าพ่อ มีอาชีพเป็นนักการภารโรง
เฝ้าโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่าง

ก็อาศัยอยู่บ้านพักครูในโรงเรียนนั่นแหละ เราก็เล่นกับพี่ๆนักเรียนในโรงเรียนมาตลอด
บางครั้งพี่ๆในโรงเรียนก็มาอุ้มเราไปกินข้าวด้วย พ่อเราเก่งเรื่องงานฝีมือ
เด็กนักเรียนบางคนก็มีฝึกอาชีพกับพ่อ หรือบางครั้งพ่อก็เป็นโ้ค้ชกีฬา
ดูแลพานักเรียนไปแข่งขัน พูดง่ายๆคือ ค่อนข้างมีความสนิทสนมผูกพันกับนักเรียนมาก

เราอยู่บ้านพักครูมาตั้งแต่เกิด จนถึง ป.4 พ่อก็ลาออก เราก็เลยมาสร้างบ้านแถวบ้านของยาย
แต่ทุกครั้งที่ฝัน จะฝันว่าเราอยู่บ้านหลังนั้นทุกครั้ง จนแม่กังวลว่า หรือจิตเราจะยังอยู่ที่นั่น
แม่เลยกลับไปบ้านหลังนั้น แล้วเรียกชื่อเรา บอกว่าให้กลับบ้านด้วยกัน

ไม่อยู่ที่นี่แล้ว ซึ่งดูจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ เรายังฝันว่าอยู่ทีบ้านหลังนั้นทุกครั้ง
แต่ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร มันรู้สึกคิดถึง และผูกพันด้วยซ้ำ

มีช่วงหนึ่งเดือนพฤษภาคม มีน้ำป่าไหลหลากดินสไลด์ ทำให้มีคนล้มตาย สูญหาย
หมู่บ้านถูกพัดหายไปหมด เหลือแค่เศษปูนของบ้านผู้ใหญ่แค่หลังเดียว.
พ่อฝันเห็นนักเรียนมานั่งอยู่ใต้ถุนบ้านพักเต็มไปหมด ร้องไห้ระงม พ่อตกใจตื่น

พอเช้าน้ำลดลงไปแล้ว เรากับพ่อก็ขับรถไปแถวโรงเรียนที่เคยอยู่
ไปแวะตามหมู่บ้านที่เราเคยไป ผลคือนักเรียนที่พ่อเห็นในฝัน ทุกคนเสียชีวิตหมดแล้ว
โดนน้ำพัดไปบ้าง หายไปบ้าง เราก็ได้แต่เสียใจ พ่อมาเล่าให้ฟังทีหลังขนลุกมาก

เท่านั้นยังไม่พอ อยู่ๆพ่อก็พูดมาว่า ที่โรงเรียนหนะผีเยอะจะตาย แต่พ่อไม่ได้กลัวหรอก
ตอนกลางวันก็ลากโต๊ะนักเรียนครืดคราด ทั้งๆที่ช่วงนั้นโรงเรียนปิด
ไม่มีเด็กมาเรียน พ่อคิดว่าเด็กแอบงัดห้องมาขโมยของ พอไปดูก็ไม่มี

หน้าต่างทุกบานล๊อคหมด ก็เลยกลับมาบ้าน ไม่ได้ใส่ใจอะไร เราก็มานึกได้ว่าจริง
แต่ตอนนั้นเรายังเด็กเลยจำได้ว่าได้ยินเสียงลากโต๊ะ บ่อยมากด้วย แต่ไม่ได้สนใจ
เพราะชินเสียงลากโต๊ะตอนที่พี่ๆมาเรียน เลยไม่กลัวอะ

เริ่มคุยกันติดลมเลยระรึกชาติกันทีละเรื่องว่า ตอนนั้นพ่อกับแม่ งอนกันเรื่องแย่งทีวี
แม่จะดูหนังช่องนั้น พ่อจะดูช่องนี้ พ่อเลยโมโหคว้ากุญแจห้องพักครูไปเปิดทีวีดูซะเลย
เราก็ตามไปด้วยไง ทีนี้เราปวดท้อง เลยเข้าห้องน้ำในห้องพักครูนั่นแหละ

สักพักพ่อปิดทีวีแล้วเรียกเราให้ออกมาได้แล้วจะไปแล้ว เราก็งง เลยรีบทำธุระ
แล้วออกไป เจอพ่อรอหน้าห้องแล้ว ปิดทีวีพร้อม เตรียมปิดไฟตรงประตู
เราก็วิ่งออกไปไม่ได้ถามอะไร พ่อมาเล่าทีหลังว่าตอนที่เราเข้าห้องน้ำ

แกก็ดูทีวีแปบนึง สักพักได้ยินเสียงลูบผนัง (อาคารเรียนเป็นไม้ ยกใต้ถุนค่ะ)
ครืด…ครืด…สักพักประตูตูที่เก็บลูกบาสก็เปิดออก ลูกบาสก็กลิ้งออกมา
แกเลยทำเฉยๆ ปิดทีวี แล้วเรียกเรา ดีนะตอนนั้นไม่รู้เรื่องอะไร

ทุกคืนเราจะนอนกันสามคนพ่อ แม่ เรา พอดึกๆจะได้ยินเสียงดนตรีไทยแทบทุกคืน
หมาที่เราเลี้ยงไว้ก็หอนน่ากลัวมาก เรากลัวนะ ก็ทำได้แค่นอนเบียดแม่ จนแม่บอกว่า
ไม่เป็นไร อยู่ใกล้ๆแม่ไม่มีใครมาทำอะไรได้หรอก เราเลยอุ่นใจ นอนหลับได้ทุกคืน

เรากลัวแค่เสียงหมาหอนอะตอนนั้น เสียงดนตรีไทยเราคิดว่ามีงานวัดเฉยๆ
พอมาคิดตอนนี้ งานวัดไหนเปิดเพลงตอนตี1ตี2ฟะ?

บ้านเราไม่มีเพื่อนบ้านนะคะ โรงเรียนอยู่บนดอยโดดๆเลย
บ้านคนอื่นเราต้องเดินลงดอยไปถึงจะเจอ หลังบ้านเป็นสวนทุเรียนสูงๆ
วังเวงดี วันไหนกลับบ้านดึก นี่มืดตื๋อไปเลยค่ะ     บาคาร่า

เวลาหมาหอนเนี่ยจะหอนรับกันมาเป็นทอดๆค่ะ จากบ้านข้างล่าง
แล้วค่อยๆมาจบที่หมาที่เราเลี้ยง ขนลุกดีค่ะ

พ่อเล่าอีกว่า คืนแรกที่ไปนอนบ้านพักกับแม่ ได้ยินเสียงหลอดไฟห้องนั่งเล่นแตกเพล้ง
ดังมาก คิดว่าหลอดไฟคงเก่า แต่ตื่นมาไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
พ่อบอกน่าจะเป็นการรับน้อง เป็นเราคงไม่ตลกอะ

ตอนนั้นเรากลัวพ่อมาก เพราะพ่อชอบละเมอตอนกลางคืน บางทีก็โดนอำ
ขยับตัวไม่ได้ หายใจไม่ออก เราไม่ชอบตอนนั้นเลย. กลัวมาก. แม่ต้องคอยเขย่าตัวตลอด

เราเพิ่งรู้หลังจากที่พ่อลาออกว่า ก่อนที่พ่อจะมาบรรจุที่นี่มีนักเรียนหนีตำรวจจับมาแถวโรงเรียน
แล้วเค้าขัดขืนตำรวจเลยยิงขู่ แต่ไปขาดใจตายที่โรงพยาบาล
ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ หรือเราคิดกันไปเองก็ได้

ผ่านมาหลายปีเราก็ได้แต่คุยกับพ่อว่าเคยเกิดขึ้นจริงๆนะ
แต่ตอนนั้นไม่คิดว่าเป็นผี เลยไม่ได้กลัวจนอยู่ไม่ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36738704…

สงกรานต์สยองขวัญ …เพื่อนซ้อนท้าย

สงกรานต์สยองขวัญ

สงกรานต์สยองขวัญ ใครซ้อนท้ายมาด้วย?

สงกรานต์สยองขวัญ เรื่องป้องกันอุบัติเหตุก็ย้ำนักย้ำหนาว่าเกิดจากสุรากับไม่สวมหมวกนิรภัย!
แต่ตามถนนหนทางทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
คนขับมอเตอร์ไซค์และคนซ้อนท้ายไม่สวมหมวกกันน็อกครึ่งต่อครึ่ง

ลูกหลานที่ออกไปเที่ยวสงกรานต์ เล่าว่าย่านไหนๆ ในกรุงเทพฯ ก็เห็นแต่รถกระบะกับมอเตอร์ไซค์
ที่ยกโขยงกันมาไล่ฉีดน้ำคนข้างถนน…มา 10 คัน สวมหมวกนิรภัยกันแค่ 2-3 คนเท่านั้น
การซ้อน 3 ก็ห้ามกันนักห้ามกันหนา แต่มอเตอร์ไซค์ซ้อน 3 กันเกร่อกรุง!

ตำรวจไม่ได้จับหรือแม้แต่เรียกมาตักเตือน ถ้ามองในแง่ดีก็เห็นใจเจ้าหน้าที่หรอกค่ะ
เพราะถ้าเรียกมาหมดทุกคน มีหวังรถติดยาวเหยียดไปทั่วกรุงเทพฯ อย่างแน่นอน

ขนาดซ้อน 2 อย่างนายแม็ค-ลูกชายวัยรุ่นของ   บาคาร่า
เพื่อนบ้านดิฉัน ก็ยังทำให้พวกเราขนหัวลุกไปตามๆ กันนี่คะ…

ขณะที่ชมรมผู้สูงอายุของหมู่บ้านชานกรุง กำลังนั่งกินอาหารเย็นกันที่โต๊ะใกล้ๆ
ต้นคูนดอกเหลืองอร่ามไปทั้งต้น นายแม็คก็ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าประตูรั้วบ้านมากับ
เพื่อนที่ซ้อนท้าย เนื้อตัวเปียกชุ่มโชกทั้งสองคน

มาถึงก็จอดรถเดินทื่อๆเข้าบ้าน ไม่มีการทักทายผู้ใหญ่ที่นั่งกันเกือบสิบคนแน่ะ!
พ่อแม่แกทำหน้าไม่ค่อยดี ดิฉันบอกว่าไม่มีใครถือสาเด็กหรอก อย่าไปคิดมาก

เห็น เงียบไปนานจนชักเอะใจ…
พอดีนายแม็คแต่งตัวใหม่โผล่ออกมา บอกว่าเกิดอุบัติเหตุเพราะมีพวกวิตถาร
ดักสาดน้ำด้วยถังใหญ่ จนรถคว่ำเพื่อนที่ซ้อนท้ายสลบคาที่ ต้องนำส่ง
โรงพยาบาล…แม่เขารีบลุกไปหาแล้วถามถึงเพื่อนที่ซ้อนท้ายมาด้วยกัน?

“เพื่อนอยู่โรงบาลไงฮะ? แม็คกลับมาคนเดียว…สงสัยแม่ตาฝาดแล้ว”
พวกเราลุกพรวดพราดขึ้นทุกคน ยืนยันว่ามีเพื่อนซ้อนท้ายมาจริงๆ
คราวนี้นายแม็คหน้าซีด เข่าอ่อน…ถึงไม่บอกก็คงเดาได้นะคะ

ว่าเพื่อนที่เห็นซ้อนท้ายรถนายแม็คมาน่ะ สิ้นใจตายแล้วที่โรงพยาบาล!

ขอบคุณแหล่งที่มา : http://thai-ghost-story.blogspot.com/2014/05/blog-post_5.html

 …

ประสบการณ์เจอผีที่เชียงของ

ประสบการณ์เจอผีที่เชียงของ

ประสบการณ์เจอผีที่เชียงของ

ประสบการณ์เจอผีที่เชียงของ ผมมีแฟนครับ แฟนผมเป็นคน อ.เชียงของ จ.เชียงราย คบกันมา ตอนนี้ก็ 10 ปีละ
วันนั้น เป็นวันจันทร์ เดือนตุลาคม ตอนเช้า ผมกะลังจะเข้าแถวเคารพธงชาติ
แฟนผมโทรมา ร้องไห้ บอกว่า พ่อเสีย
ผมต้องกลับบ้าน ควบรถอย่างไวครับ จาก ลำพูน ไป เชียงของ นับเวลาได้ก็ประมาณ 5 ชั่วโมง

พ่อเค้า เป็นลมครับ เป็นลมในห้องน้ำ ญาติๆพาส่งโรงพยาบาลไม่ทัน
หมอบอกว่า หัวใจห้องล่างซ้ายพริ้วไหว
ตั้งแต่เกิดมา ผมก็เพิ่งได้ยิน การตายแบบนี้ครับ

ส่วนตัว ผมไม่ได้สนิทกับพ่อเค้านะ อาจเป็นเพราะ เป็นผู้ชายเหมือนกัน
และไม่ได้เป็นคนคุยเก่ง เหมือนกัน แต่ก็คุยกันบ้างเป็นบางครั้ง
ปีหนึ่ง ผมจะเจอพ่อเค้าแค่ 2 ครั้งครับ คือ สงการานต์ กับ สิ้นปี

วกกลับมาเรื่องงานศพนะครับ
คือผมเพิ่งรู้นะ ว่างานศพเนี่ย มันไม่เหมือนงานอื่นๆ เช่น
งานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน หรือ งานวันเกิด คือ …… มันเศร้าอะ
ปกติผมเป็นแขก ผมก็ไม่รู้สึกอะไรนะครับ แต่พอมาเป็นเจ้าภาพด้วยตัวเอง
นี่คือแบบ แทบอยู่ไม่ได้ มันมีแต่เพลงเศร้า มีแต่น้ำตา ตอนกลางคืนก็ไม่ได้หลับ
มีคนอยู่เต็มบ้าน ทั้งร้องเพลง เล่นไพ่ ไฮโล คือคงแบบว่า ไม่อยากให้ลูกหลานเหงาอะครับ

ผมอยู่ในงาน ที่บ้านตลอดนะครับ ทั้ง 3 คืน จนถึงวันเผาครับ
ในวันเผา คนก็จะเยอะกว่าวันปกติ พี่ A ที่มาจากลำพูนก็เริ่มทักผมละ
ว่าผมตาเหม่อลอย หน้าซีด เหมือนไม่มีแรง
แต่ผมไม่คิดอะไรนะครับ ผมคิดว่า ผมปกติดี

จนถึงตอนเดินส่งศพไปที่เมรุ และทำพิธีที่เมรุเสร็จ ก่อนออกจากเมรุ
เค้าก็จะมีถังใส่น้ำส้มป่อย ให้เราได้ชำระล้างตัว
และป้องกันผีตามเรามา (เค้าว่างั้นนะ) แต่ผมไม่ได้ทำนะครับ เพราะผมไม่รู้เรื่อง

และคืนนั้นเอง ก็เกิดเรื่องเลยครับ …         บาคาร่า
หลังจากไปส่งศพ ทางบ้านแฟนผม ก็กลับมาเคลียร์สถานที่ ที่บ้าน
พร้อมกับส่งแขกที่มาจากต่างจังหวัด ส่วนผมไปทำธุระที่ตัวเมืองเชียงของครับ
พอตอนกลับ ประมาณ 2-3 ทุ่ม ผมก็ขับรถมาตามทางปกติ
แต่ ……. ยิ่งขับ ยิ่งไม่ใช่ถนนเดิมที่ตัวเองเคยมา ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงอะครับ

คือถนนที่เราเคยขับมาตลอดหลายปี แต่คืนนี้ มันแคบ ต้นไม้เยอะ ไม่คุ้น
ผมก็กลับรถ ขับย้อนศรมาทางเดิม แต่มันก็ไม่คุ้น เหมือนหลงอยู่ในป่า
จนผมเริ่มไม่ปกติละครับ ใจสั่น มือสั่น หน้าซีด และ มีอาการวูบเป็นพักๆ

เหมือนคนง่วงนอนอะ ผมต้องจอดข้างทาง แล้ว ร้องไห้
ผมคิดได้อย่างเดียวเลยครับ พ่อแฟนผม เล่นผมซะแล้ว
เค้าอาจจะไม่อยากอยู่เมรุ และหาทางกลับบ้าน อย่างที่ผมหา

ผมหาทางออก ที่หาไม่เจอ เกือบๆ ชั่วโมงครับ แต่ก็หาไม่เจอสักที
จนผมต้องใช้วิธีสุดท้าย คือ … โทรหาแฟนผม และบอกแฟนผมไปเลยว่า
ผมอยากกลับบ้าน ให้บอกพ่อว่าเลิกทำแบบนี้ แล้วพาผมกลับบ้านด้วย

อีกไม่นาน แฟนผมก็อธิษฐาน และ คงบอกพ่อผม (แฟนผมเล่าให้ฟังทีหลัง)
ให้พาผมกลับบ้าน สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็คือ ถนนที่สองข้างทางมีแต่ป่า มืด และ เงียบ
อยู่ๆมันก็สว่างขึ้นมา เห็นเป็นถนนเดิม ที่เราเคยผ่านมาตลอด
ผมเห็นดังนั้น ก็รีบขับกลับเข้าบ้านเลยครับ

ประสบการณ์เรื่องผี ที่เชียงของ

การเล่าหลังจากนี้ไป ขอบอกก่อนว่า ผมจำได้แค่ประมาณ 20% นะครับ
ส่วนอีก 80% คนที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าให้ฟังครับ
เพราะตอนโดนเข้า ผมจะตื่นและมีสติเป็นพักๆ นอกนั้น จำอะไรไม่ได้เลย 55

พ่อแฟนผมเป็นคนราศีกุมภ์ครับ ซึ่งตรงกับผม สงสัยเพราะเหตุนี้ เค้าเลยมาเข้าผมได้ง่าย
พอผมขับรถมาถึงบ้าน ผมก็เปิดประตูรถลงมา คนแรกที่มาหาผมคือ แม่แฟนครับ
และเมื่อผมเจอแม่แฟนเท่านั้นแหละ ผมก็ร้องไห้ พร้อมกับพูดภาษาอะไรไม่รู้

ผมจำเหตุการณ์ไม่ได้นะ แต่จำความรู้สึกได้ ความรู้สึกตอนนั้นคือ เราผูกพันธ์กับผู้หญิงคนนี้มาก
อยากกอด อยากหอมแก้ม ไม่อยากจากเขาไป และยิ่งมองหน้าเขา น้ำตายิ่งไหลลงมา
ทุกคนที่อยู่ที่บ้าน เริ่มคิดว่ามันไม่ปกติละ เพราะปกติ ผมแทบไม่คุยกับแม่แฟน
(ไม่ใช่ไม่ถูกกันนะครับ แต่นิสัยผมคือ ไม่ค่อยพูดกับผู้ใหญ่อะครับ)

แฟนผมพาผมเข้าไปนั่งในบ้าน และสิ่งที่ผมทำก็คือ ผมจ้องแม่แฟนผม
ไม่ว่าแม่แฟนจะลุก จะนั่ง จะเดินไปทางไหน ผมจ้องดูตลอด จ้องไปด้วย และร้องไห้ไปด้วย
ส่วนคนอื่นๆในบ้าน ก็เฝ้าดูผมครับ ว่าผมจะทำยังไงต่อ 55
หลังจากนั้น สติผมก็กลับมา ผมเริ่มจำได้ ผมก็บอกแฟนผมว่า ผมจะอาบน้ำ

แฟนผมก็จะเข้าไปเฝ้าผมในห้องน้ำด้วย คือ เค้าคงเป็นห่วงผมอะ
เพราะพ่อแฟนที่เสียชีวิตเนี่ย แกก็เป็นลมในห้องน้ำนี้
แต่ตอนแรกผมไม่ยอมนะ ผมบอกแฟนว่า ผมโอเคแล้ว ปกติแล้ว
แต่แฟนผมยังยืนยันคำเดิมว่า จะเข้าไปด้วย

ซึ่งโชคดีมากครับ ที่เค้าเข้ามาเฝ้าผม เพราะหลังจากผมเข้าห้องน้ำ ผมก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคน
ห้องน้ำมันกว้างมากครับ และจะมีพวกสบู่ แซมพู หลายยี่ห้อ (เป็นของญาติๆ ที่มางานศพด้วย)
สิ่งที่ทำให้แฟนผมขนลุกคือ ผมเดินไปหยิบสบู่นกแก้ว !!

คือผมไม่ใช้สบู่นกแก้วนะครับ บ้านที่ลำพูนก็ไม่มี ส่วนใหญ่จะใช้ยี่ห้อ แคร์
คนที่จะใช้มีคนเดียวคือ พ่อแฟนครับ
แฟนผมบอกว่าท่าทางที่อาบน้ำ มันไม่ใช่ผม แต่มันคือพ่อของเขา
และเสียงตอนอยู่ในห้องน้ำ ก็เป็นเสียงพ่อของเขา ไม่ใช่เสียงผม

ผมรู้สึกตัวอีกที ก็นอนอยู่บนที่นอนแล้วครับ ส่วนเรื่องในห้องน้ำ
ผมจำไม่ได้เลย รู้สึกตัวได้แปปเดียว ก็วูบอีกล่ะ
แฟนผมเล่าว่า ผมนอนดูหน้าแม่แฟน แล้วก็ร้องไห้อีกครั้ง ครั้งนี้ฟูมฟายหนักกว่าเดิมอีก
คลานไปหาเเม่แฟน ไปกอด ไปหนุนตัก เอามือลูบเท้าของแม่แฟนอะ ลูบไปด้วย ก็ร้องไห้ไปด้วย

แม่แฟนก็บอกว่า อาการแบบนี้ คืออาการของผัวแกเลย เมื่อก่อนตอนจีบกัน
พ่อแฟนก็ชอบมาหนุนตัก และลูบเท้าแบบนี้ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นะครับ
แฟนผมก็ไม่รู้ เพราะแม่แฟนไม่เคยเล่าให้ฟัง
แม่เค้าเลยตกใจว่า ไม่มีใครรู้ แต่ทำไมผมทำได้เหมือนมาก 55

สักพัก ก็มีผู้ชายแก่ๆ ไม่ใช่หมอผีนะครับ คงจะเป็นประมาณ ปู่จ๋า เป็นคนที่มีคาถาอาคม
เข้ามาหาผม เค้าเข้ามาเพื่อที่จะสื่อสารกับพ่อแฟน โดยผ่านผมนะครับ
มาท่องมนต์ คาถาอะไรไม่รู้ ผมสะดุ้งตื่น มาดูหน้าเค้าเป็นพักๆ

ปู่คนนั้นบอกว่า ผมเนี่ย โดนพ่อแฟนเข้าจริง แต่เข้าไม่หมด เพราะพ่อแฟนผมไม่มีแรง
ผมก็เลยเป็นพ่อแฟนสักพัก และอีกสักพักก็กลับมาเป็นผม เป็นแบบนี้ สลับไปมา ทั้งคืน
จะพูด จะคุย จะสั่งเสียแม่แฟนก็ไม่ได้ เพราะแรงไม่พอ เลยเอาแต่จ้องหน้า แล้วก็ร้องไห้
แต่ตอนอาบน้ำในห้องน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่พ่อแฟนเสียชีวิตพอดี
ตรงนั้นพลังงานเลยสูง ผมเลยกลายเป็นพ่อแฟนเต็มๆ เฉพาะในห้องน้ำครับ

สุดท้าย ผมก็หลับ ภาพสุดท้ายก่อนหลับก็คือ
หน้าของปู่จ๋านคนนั้น กะลังท่องคาถาใส่ผมครับ

พอตื่นเช้ามา ผมจำอะไรไม่ได้เลยครับ เดินออกไปนอกบ้าน มีแต่คนมองผมแปลกๆ
มีคนแซวด้วยนะ ว่าเมื่อคืนผมจะไปปล้ำแม่แฟน 55
ผมถามว่าเกิดอะไรขึ้น แฟนผมก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ผมนี่ตกใจมากอะ เขินเลย
ไม่กล้าจ้องหน้าแม่แฟนตลอดทั้งวันเลยครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36758829…

ผีหอพักมหาลัยสยองแถวนครปฐม

ผีหอพักมหาลัยสยองแถวนครปฐม

ผีหอพักมหาลัยสยองแถวนครปฐม

ผีหอพักมหาลัยสยองแถวนครปฐม เรื่องเกิดขึ้น ณ หอพักในชาย ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แถวนครปฐม โดยมีเนื้อหลายพันไร่
สามารถขับรถชมวิวได้ทั้งวัน เรื่องเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว
ตอนนั้นผมกำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 2 ซึ่งปัจจุบันผมได้เรียนจบเป็นที่เรียบร้อย

โดยในตอนนั้นผมมีเมทอยู่ 2 คนครับ เรียนวิศวะทั้งสองคน ส่วนตัวผมนั้นเรียนวิทย์-คอม
โดยในกลุ่มนี้ผมจะเป็นคนทำทั้งหมด ไม่ว่าจะเรื่องการจองหอ การจ่ายเงิน
หรือการประสานงานต่างๆ แต่แปลกตรงที่ในครั้งนั้น ผมไม่ได้ทำการจองห้องพักห้องเดิม
ที่ได้พักอยู่ก่อนหน้า เนื่องจากวันที่มีการจองหอพัก ตัวผมนั้นติดธุระต่างจังหวัด

โดยไอ้สองคนนั้นมันก็หวังพึ่งไม่ได้เลย ฮ่าๆ จึงต้องมารอ เลหลัง โดยตกลงกันไว้ว่า
เหลือห้องไหนเอาห้องนั้น พอถึงวันนั้น ก็เป็นผมอีกที่เป็นคนดำเนินการทั้งหมด
จึงได้เข้าไปคุยกับพนักงานว่า อยากได้ห้องใหญ่ (สำหรับ 5 คน) โดยพวกผม
จะขอเหมาจ่ายในราคาของ 5 คน คือ 1หมื่นบาทถ้วน หารกัน 3 คน คือคนละ 3330 บาท

เพราะถ้าอยู่ห้องเล็กจะอึดอัดมาก พนักงานก็ได้แจ้งมาว่าเหลือห้องเดียว คือห้อง 303
ของตึก 11 โดยหนึ่งในสามทหารเสือของกลุ่มผมจะมีคนหนึ่งขอแทนชื่อว่าไอ้ น. คนนี้จะมี sense
เป็นคนที่กลัวมาก แต่ปากแข็ง เช่นเดียวกันกับผม ส่วนอีกคนชื่อไอ้ ช. ไอ้นี่เป็นคนนิ่งๆ
ถามคำตอบคำเป็นบางที ต่อมาขออธิบายถึงห้องพัก จะมีทั้งหมด 3 เตียง แบ่งเป็นเตียงคู่ 2
และเตียงเดี่ยว 1 โดย ไอ้ ช จะอยู่เตียงคู่ ปลายเตียงเป็นประตูทางเข้า

ไอ้ น. นอนเตียงเดี่ยวอยู่กลางห้อง ปลายเตียงเป็นตู้เสื้อผ้า 4 ตู้ติดกัน
ส่วนผมนอนอยู่ขวาสุด โดยปลายเตียงผมอ่างล้างหน้าที่มีกระจกใสติดอยู่ด้วย
โดยซ้ายมือของอ่างจะเป็นห้องอาบน้ำ และขวามือเป็นห้องส้วม

ขออนุญาติตัดมา ณ วันเกิดเหตุ โดยไอ้ น ที่มี sense โดนเป็นคนแรก
วันนั้นผมและ ช. ไม่อยู่ ในขณะที่ ไอ้ น. กำลังวีดีโอคอลกับสาวอยู่
โดยนั่งหันหลังให้กับเตียงของ ไอ้ ช. ปรากฏกว่า ผู้หญิงทักว่า ช.เป็นอะไร
นั่งเงียบอยู่บนเตียงไม่พูดไม่จา สาวพูดยังไม่ทันจบ ไอ้ น. หันหน้าไปดูเตียงของ ช.
และรีบหันกลับมาคุยกับสาวว่า น. อยู่คนเดียว แล้วถามสาวคนนั้นต่อว่า ยังเห็นอยู่ไหม

ผู้หญิงคนนั้นตอบว้ายังเห็นอยู่ นั่งเอาหลังชนกำแพงก้มหน้าเล็กน้อย
แต่ความนี้ยิ้มตอบกลับมาด้วย เท่านั้นแหละ ไอ้ น. พุ่งออกจากห้องทันที
หนีออกไปนอนห้องเพื่อนๆที่อยู่ตึกอื่นเลย

ต่อมาเป็น คิวของ ไอ้ ช. เช่นเคยคือ ผมและ ไอ้ น. นั้นไม่อยู่ที่มอ เนื่องจากเป็นวันศุกร์
ใครไม่มีเรียนก็จะกลับบ้าน และเป็นไอ ช. ที่เก็บตกอยู่คนเดียว ช. เล่าให้ฟังทีหลังว่า
เหตุการณ์เป็นปกติทุกอย่าง จนกระทั่ง 3 ทุ่ม ช. ได้ยินเสียงคนเคาะประตูห้องน้ำ
ดัง “ก๊อก” มันบอกผมว่ามันได้ยิน แต่พยายามไม่คิดอะไร จนเงียบไปซักพักจนมันแทบจะลืม

คราวนี้มาใหม่ “ก๊อก ก๊อก” รอบนี้ ช. คิดว่าอาจเป็นเสียงห้องข้างๆ ไอ้ ช. เปิดประตูออกไปดู
ทำเอาไอ้ ช. หงายหลัง เพราะทั้งชั้นไม่มีห้องไหนเปิดไฟอยู่เลย เงียบสนิท
ปิดอยู่แม้กระทั่งไฟทางเดิน ช. เลยรีบดึงประตูกลับมา และกลับไปนั่งเตียงคราวนี้ ช.

เปิดไฟทิ้งห้อง และเปิดเพลงตามด้วยลำโพงขยายเสียงแบบพกพา ให้มันดังๆเข้าไว้
แต่เสียงก็ยังมีมาอยู่เรื่อยๆ จน ไอ้ ช. รับยั้ว พอได้ยินเสียงรีบวิ่งไปดู ปรากฏว่าไม่มีอะไร
ช. จึงทำเปนไม่สนใจ และจะอยุ่ร่วมกันให้ได้ หลังจากนั้น ไอ้ ช. อาบน้ำ มันบอกว่า
อาบไประแวงไป แต่พยายามไม่คิดอะไร จนอาบเสร็จเช็ดตัว

ใส่เสื้อผ้าอยู่ในห้องน้ำจนเรียบร้อย คิดในใจถ้ามีเสียงดังขึ้นจะทำยังไง
เท่านั้นแหละ ก็มีเสียงขันเคาะประตูห้องส้วมดัง “ก๊อก ก๊อก”
ไอ้ ช. วิ่งออกจากห้องน้ำกระโดดขึ้นเตียง ติดต่อเพื่อนคนอื่นๆทันที
ว่าขอนอนด้วย ช. มันทั้งท้ายว่า ก่อนออกจากห้อง มีเสียง เคาะทิ้งท้ายด้วย
แต่รอบนี้มาเป็นจังหวะ 1 2 123 อะไรนั่น ก่อนที่มันจะวิ่งออกไป

บาคาร่า
หลังจากนั้น ไอ้ ช. ก็เล่าให้ไอ้ น. ฟังเกี่ยวกับเรื่องที่ ช. เจอ พอไอ้ น. ได้ยินก็ดีใจใหญ่
คิดว่าเจออยู่คนเดียว ทั้งสองคนจึงผลัดกันเล่าเรื่อง จนพวกมันทั้งสอง
อยากจะย้ายออกจากห้อง แต่พวกมันสรุปว่ายังไงผมก็ไม่ยอมย้าย
ซึ่งก็จริงอย่างที่พวกมันว่า ผมบอกว่า เสียงข้างห้อง คิดมาก คิดไปเอง
พวกมันเห็นผมไม่กลัว มันก็เลยพออยู่กันได้

ตัดมาวันเหตุการณ์ที่ผมโดนบ้าง วันนั้นเป็นวันที่อยู่กับครบทั้งสามคน จำได้แม่นเลยว่า
ตอนนั้นเป็นเวลาตี 3 เป๊ ! ไอ้ ช. แนะ น. นอนคลุมโปงกันหมดเหลือเพียงแค่ผม
ที่นอนดู live เกม counter strike อยู่คนเดียว ในตอนนั้นผมใส่หูฟัง
และนั่งหันข้างให้กับห้องน้ำ ทันใดนั้นที่ผมกำลังดูอยู่ ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องน้ำดัง

“ก๊อก” เท่านั้นแหละ รู้สึกเข้าใจไอ้ ช. ขึ้นมาทันที พร้อมกับรีบปิดโน๊ตบุ๊ค
และล้มตัวลงนอนคลุมโปงทันที แต่ไม่รู้ว่าเพราะเตียงมันยาว หรือขาผมมันสั้น
ทำให้ผมนอนอยู่บนเตียงได้แค่ 2 ใน 3 เท่านั้น ส่วนปลายเตียงมันจะโล่งๆ
ระหว่างที่กำลังนอนตะแคงอยู่ ก็รู้สึกได้ว่ามีคนเดินเข้ามาหา

เหมือนมีคนเหยียบกระเบื้องในห้อง แล้วมาหยุดอยู่ที่ปลายเตียง แล้วเงียบลง
ปล่อยให้ผมใจชื้นได้ซักพักปลายเตียงมันก็ยวบลง ราวกับมีคนมุดเข้ามาจากปลายเตียง
โดยจะยุบด้านซ้ายที ขวาที โดยจะเหยิบเข้าใกล้มาทีละน้อย

โดยสาบานเลยว่าผมไม่ขยับตัวแม้แต่นิดนิดเดียว ซักพักหนึ่งก็รู้สึกเหมือน
มีคนมานอนซ้อนอยู่ทางด้านหลัง จากตอนแรกที่นอนเหงื่อแตกอยู่ กลายเป็นด้านหน้าร้อน
ส่วนแผ่นหลังนั้นเย็น โดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมไม่ได้ใส่พระรึเปล่า ใจนึงผมก็กลัว
ใจนึงก็อยากเห็นให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย โดยที่คิดไว้คือจะหันหน้ากลับไปมอง

แล้วชั่งใจดูว่าถ้าหันไปแล้วเจอ เละๆ จะทำใจได้ไหม คิดอยู่ซักพักก็ทนความอึดอัดไม่ไหว
จึงหันไปดูปรากฏว่าไม่เจออะไร รู้สึกโล่งจากบอกไม่ถูกที่เราไม่เห็น
จึงหันกลับมานอนท่าเดิม ซักพักเย็นวูบมาจากด้านหลังอีกแล้ว คราวนี้มายันหู

เหมือนลมมาหายใจใกล้ๆหู คิดในใจถ้าเป็นแบบนี้ คงไมไ่ด้นอน ไปเรียนไม่ไหวแน่
จึงตัดสินใจลุกไปหาไอ้ น. เตียงตรงกลางและบอกมันว่า ขอนอนด้วย ปรากฏว่าทั้ง
ไอ้ น. และ ไอ้ ช. ยังไม่หลับทั้งคู่ ผมจึงพูดไปว่า กุโดนแล้ว พวกมันสะใจ
ตลอดจนคืนนั้นพวกผมก็นั่งคุยกันทั้งคืน

เจ้ามาพวกผมไปเลยครับ ไปทำเรื่องขอย้ายห้อง ห้องไหนก็ได้อีกเหมือนเคย
พนักงานทำท่าจะไม่ให้ย้าย ขอถามเหตุผล ผมบอกไปว่า เจอผี พนักงานก็เงียบซักพัก
แล้วก็บอกว่าอีกแล้วหรอ ก่อนจะทำเรื่องย้ายให้ และผมก็ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขาไป
หลังจากนั้นผมก็นำเลขตึกไปแทงหวยคือ 11 ถูก 2 ตัวตรงด้วยแหละครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36818681…

เรื่องหลอนตอนบวชพระ

เรื่องหลอนตอนบวชพระ

เรื่องหลอนตอนบวชพระ

เรื่องหลอนตอนบวชพระ เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนคนนึงตัดสินใจบวชที่วัดแห่งนึง
เมื่อผ่านพิธีต่างๆ จนเย็น พระพี่เลี้ยงบอกให้ไปหาห้องนอน
ห้องที่พูดถึงเป็นกุฎิหลังเล็กๆ ปลูกเรียงๆ กันประมาณ 5 หลัง
พระพี่เลี้ยงบอกให้พระใหม่ไปนอนกุฎิหลังที่สอง
พูดเสร็จแล้วก็ขอตัวไปทำธุระ พระใหม่เกรงใจก็เดินขึ้นไปกุฎิสอง
โดยไม่รู้ว่ากุฎิอื่นๆ มีใครพักอยู่หรือเปล่า แต่ไม่เห็นพระรูปอื่นอยู่แถวนั้นเลย

ในกุฎิเล็กๆ เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะเป็นที่นอนอันเดียวอยู่ที่พื้น
รอบๆ ห้องไม่มีอะไร จะมีก็แต่โต๊ะเก่าๆ ตัวนึง และอีกมุมก็เป็นห้องน้ำ
พอดีเวลานั้นเป็นช่วงปลายปี อากาศไม่ร้อน พระใหม่เลยไม่กังวลว่า
ในห้องจะมีพัดลมหรือเปล่า
พระใหม่เมื่ออาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วก็ลงนอน หยิบหนังสือสวดมนต์ที่ได้รับมา
จากตอนทำพิธีบวชเมื่อเช้าขึ้นมาอ่าน สวดๆ ท่องๆ อยู่อย่างนั้นจนง่วง
หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ตัว             บาคาร่า

หลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ พระใหม่ได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง
“ปัง ปัง ปัง” พอรู้สึกตัวตื่นก็สงสัยว่าใครกันมาเคาะประตูเรียก
จึงลุกขึ้นมาเดินตรงไปที่ประตู
พื้นกุฎีเป็นไม้กระดานจะมีเสียงเดินดังเอี๊ยดๆ กว่าจะถึงประตูก็ดังไปหลายเอี๊ยด
พอเปิดประตูออกปรากฎว่ามีแต่ความมืด ไม่มีใครอยู่ตรงประตุ บรรยากาศ
รอบตัวก็เงียบสงบ

ด้วยความง่วงพระใหม่ไม่ได้คิดอะไรมาก ปิดประตูแล้วกลับไปนอน คิดว่า
เพราะตัวเองหลับอาจจะหูแว่วไปก็ได้ หยิบมือถือขึ้นมาส่องดูตอนนั้นเวลาก็
ใกล้ตีหนึ่งแล้ว จึงเอนตัวลงนอนหลับตา

สักพักเดียวก็มีเสียงเคาะประตู “ปัง ปัง ปัง”อีก ทีนี้ได้ยินชัดเจน และไม่ได้หลับอยู่
ใครกันมาเคาะประตุ พระใหม่ลุกขึ้นเดินไปที่ประตุ เมื่อเปิดออกก็ไม่เห็นใคร
ชะโงกซ้ายชะโงกขวาก็ไม่มีใคร เสร็จแล้วงับประตูกลับ กดลูกบิดแล้วเดินกลับมา
ระหว่างเดินก็ได้ยินเสียงเอี๊ยดๆ ของไม้กระดาน ทำให้ฉุกคิดว่า ถ้ามีใครมาที่ประตูจริง
ทำไมตัวไม่ได้ยินเสียงลั่นของไม้กระดานที่เกิดจากการเดิน

ถึงตรงนี้ก็เอาละ เริ่มออกอาการขนลุก จิตใจไม่อยู่กับเนื้อตัว เริ่มระแวงความมืดรอบตัว
แต่ก็พยายามข่มใจนอนหลับตาให้ได้ แม้ว่าประสาทตอนนี้ตื่นตัวเต็มที่ พยายามข่มใจ
อย่างไร หูก็พยายามตั้งใจฟังเสียงรอบตัว นอนรอสักพักลุ้นว่าจะมีเสียงเคาะประตูอีก
หรือเปล่า รอลุ้นไม่นานเลย มาอีกแล้ว “ปัง ปัง ปัง ปัง”

หลังเสียงดังขึ้น พระใหม่ถึงกับตัวชา รู้สึกเครียดอย่างเห็ฯได้ชัด ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะ
ทำอย่างไร จะปล่อยให้เสียงเคาะดังไปเรื่อยๆ หรือจะทำใจสู้ลุกไปเปิดประตู ตอนที่
กำลังนึกอยู่นั้นเสียงเคาะระลอกสองก็มาอีก “ปัง ปัง ปัง ปัง”
พระใหม่เหงื่อแตกผลัก แต่รู้สึกหนาวเย็นอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกเลยว่าผ้าห่มที่คลุมอยู่
ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แม้ว่าสภาพจิตจะแย่ขนาดนั้นก็พยายามข่มใจ ลุกขึ้นไปที่ประตูอีกครั้ง

“อีาดดดดด” เสียงเปิดประตูดังลั่น พระใหม่ชะโงกหน้าดูซ้ายขวาก็ไม่เห็นใครอีก
“เอาวะ เอาไงเอากัน” พระใหม่บอกกับตัวเอง งับประตูกลับคืนแล้วฝืนยืนอยู่ตรงนั้น
กะว่าถ้ามีเสียงเคาะประตูอีก จะเปิดผัวะออกไปให้ผีมันตกใจบ้าง
ยืนรออย่างนั้นใจลุ้นระทึก เมื่อไหร่จะมีเสียงเคาะ เมื่อไหร่จะมีเสียงเคาะ เมื่อไหร่ เมื่อไหร่
ใจนึกไปต่างๆ นานา ว่าตัวเองหูแว่วหรือมีผีจริงๆ คิดไปต่างๆ นานาแล้วกวาดสายตามองไปรอบห้อง
ชักสงสัยว่าตอนนี้ผีมันมาอยู่อยู่ในห้องข้างๆ ตัวแล้วหรือยัง

“ปัง ปัง ปัง ปัง” เป็นอย่างคาด เสียงเคาะประตูดังอีกแล้ว พระใหม่กลั้นใจเปิดประตูออกดังผัวะ
เสียงอุทานดังสวนกลับมาทันที “เอ๋ง” ถึงแม้จะเป็นตอนกลางคืน ความมืดปกคลุมไปทั่ว
พระใหม่ก็เห็นหมาตัวหนึ่ง หุ่นอย่างหมาไทยอิด่างลายจุดนั่นเลย กระโดดโหยงขึ้นมาจากท่า
นอนที่กำลังใช้เท้าหลังเกาหูอยู่ วิ่งผลุบลงไปทานบันไดขึ้นกุฎิ

“โธ่ อิหมา” พระใหม่สบถและเริ่มปะติดปะต่อเหตุการณ์ คือหมามันขึ้นมานอนหน้าประตูแล้ว
เกายิ๊กๆๆๆ ขาหลังที่เกาก็ดีดประตูดังปัง ปัง ปังไปด้วย แต่พอได้ยินเสียงคนลุกขึ้นมา
มันเลยรีบวิ่งหนีลงกุฎิไป แต่พอเสียงเงียบมันก็กลับขึ้นมานอนที่เดิมอีก แค่นั่นแหละ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/37090245…

เหตุสยองเกิดเหตุกลางรถเมล์

เหตุสยองเกิดเหตุกลางรถเมล์

เหตุสยองเกิดเหตุกลางรถเมล์

เหตุสยองเกิดเหตุกลางรถเมล์ เรื่องมีอยู่ว่าวันนั้นเป็นวันอาทิตย์ เพื่อนที่ชื่อยุ้ย เพื่อนสนิทที่เรียนคนละวิชาเอกชวนเราไปเที่ยว แต่นางบอกว่าขอเข้าโบสถ์ก่อน เราก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้วและอยากออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ก็เลยไม่ขัดข้องอะไร ก็ไปนั่งฟังอยู่กับยุ้ยในโบสถ์จนเสร็จ

แล้วก็มาถึงเวลาขึ้นรถเมย์ไปเดอะมอล์บางแค เรากับยุ้ยได้ที่นั่งตรงข้างเครื่องยนที่เป็นม้านั่งยาวตรงข้ามกับคนขับซึ่งนั่งได้ประมาณ 4 คน รถออกไปได้สักพัก พี่กระเป๋ารถเมล์ก็เดินมาเก็บค่าโดยสาร เรากับยุ้ยก็ต่างคนต่างจ่าย จ่ายเสร็จเราก็หันไปคุยกับยุ้ยตามปกติ

เว้นแต่พี่กระเป๋ารถเมล์ที่ไม่ยอมไปไหน แถมยังเขย่ากะบอกเก็บเหรียญเหมือนจะทวงเงินอีก เรากับยุ้ยเลยเอาตั๋วมาโชว์บอกว่าจ่ายแล้ว พี่กระเป๋าก็ยืนท้าวสะเอวจะเอาเรื่องบอกว่า                      บาคาร่า
เพื่อนน้องอีกคน(ชี้ไปตรงข้างเราที่ยังว่างอยู่) ยังไม่จ่ายเงินสักทีจะเบี้ยวเหรอ ???

เรากับยุ้ยก็เหวอเลยค่ะ เราก็ยืนยันว่ามากัน 2 คนเถียงกันอยู่นานมากจนพี่คนขับบอกว่า น้องเค้ามากัน 2 คนอึงตาฝาดหรือไงฟะ พี่กระเป๋ารถเมล์หน้าถอดสีทันทีแล้วก็บอกน้องพี่เห็นจริงๆ นะ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ผมยาวปะบ่านั่งข้างน้องอ่ะ ยุ้ยมันก็ใจเสีย

บอกว่าพี่หนูมากับเพื่อแค่ 2 คนค่ะอย่าพูดแบบนี้สิหนูกลัวนะคะ ส่วนเราก็อึ้งค่ะเพราะดันเกิดเรื่อง ตลอดทางที่รถแล่นไปพี่กระเป๋ารถเมล์ไม่เดินมาเก็บเงินคนที่นั่งอยู่โซนหน้าเลยค่ะ
และที่แปลกที่สุดคือ ตรงที่เรามีที่นั่งว่างอยู่นั่งได้ 2 คนกลับไม่มีใครนั่งทั้งที่หลบทางให้กลับยอมที่จะโหนรถเอาด้วย แถมมองเราแปลก ๆ ตลอดทางจนถึงจุดหมายปลายทางเลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36339052…