Monthly Archives: กันยายน 2019

มันตามมาหลอน

มันตามมาหลอน

มันตามมาหลอน

มันตามมาหลอน เรื่องมันผ่านมาค่อนข้างหลายปีละครับ จำได้ว่าตอนนั้นเป็นตรุษจีน ครอบครัวผม
เวลาถึงวันตรุษจีนก็เหมือนวันรวมญาตินั่นละครับ คือคนเยอะมาก พี่ป้าน้าอาเต็มไปหมด
พอไหว้เสร็จก็ถึงวันเที่ยวแล้วพวกเราก็เลือกไปจังหวัดเพชรบูรณ์

เราพักกันที่พักแห่งหนึ่งแถวเขาค้อครับ มันค่อนข้างเลือนลางนะครับ
สำหรับที่พักเพราะหลายปีอยู่ จำได้ว่ามันตั้งอยู่บนภูเขาลูกเล็กๆลูกนึง
มีห้องพักเป็นบ้านหลังเล็กๆหลายหลังอยู่เหมือนกัน มองไปโดยรอบวิวค่อนข้างสวยครับ
ถึงที่พักก็จัดแจงทำอาหารตั้งโต๊ะดื่มด่ำร้องเกะตามประสารวมญาติทั่วไปครับ

พอตกดึก พวกคนโตๆเค้าก็เข้านอนกันหมด เหลือผมพี่ชายผม
และน้องชายกันสามคน(เป็นลูกพี่ลูกน้องกันนะครับ) ยังนั่งดื่มกันอยู่ คืนนั้นอากาศดีมาก
ผมกะว่าจะนอนมันหน้าห้องพักนี่แหละ เพลินดี แต่แล้วเหตุการณ์บางอย่างก็เกิดขึ้นครับ…..

ตอนนั้นประมาณตีสอง ในขณะที่เรานั่งคุยนั่งดื่มกันอยู่ พลันได้ยินเสียงแปลกๆ
ลอยมาตามลมครับ เป็นเสียงสวด!! เสียงเหมือนสวดคาถาอะไรสักอย่างแต่บอกตรงๆ
ผมฟังไม่ออกและค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ใช่เสียงสวดในสายพุทธที่ได้ยินตามวัดต่างๆแน่นอน

ภาษามันแปลกๆ ไม่คุ้นแต่ขนลุกครับ ที่สำคัญคือเราได้ยินกันทั้ง3คน เอาล่ะสิ
ตอนได้ยินทีแรกก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอนานเข้าที่นี้มองหน้ากันเลอกลักๆแล้วครับ
มองไปทางไหนก็มีแต่ความมืด พอพวกเราตั้งสติเพื่อเงี่ยหูฟังให้มันชัด
เสียงนั่นกลับค่อยๆหรี่ลง ๆ ๆ คล้ายๆเราหมุนปุ่มโวลลุ่มวิทยุเพื่อเบามัน เอาล่ะสิ…

คุยกันทั้งสามคนครับว่าเอาไงดี ได้บทสรุปว่า เดินหาสิครับ เดินหาต้นตอเสียง
พวกเราพยายามเดินให้รอบที่พักในความมืด ก็ไม่เจอต้นตอของเสีย มันเหมือน
ลอยมาตามลมอะครับ ทีนี้พอหาไม่เจอ ก็เป็นอันต้องม้วนเสื่อเก็บของเลิกกิน
แล้วเข้านอนเถอะครับ บรรยากาศแบบนี้ต่อไม่ไหวแล้ว ไอ้ผมก็ทีแรกกะจะนอนหน้าห้อง
เจอแบบนี้เข้าไปก็ต้องหอบผ้าหอบผ่อนไปเบียดกับแม่ในห้องละครับ

แล้วกลางคืนก็ผ่านไป ตื่นเช้าอาบน้ำเตรียมตัวออกเที่ยวและกลับบ้านตามปกติ
โดยที่ไม่ได้เล่าอะไรให้ใครฟัง ทีนี้พอเดินออกมาชมวิวหน้าที่พัก มองไปรอบๆ
สายตาผมก็พลันเห็น…….วัดครับ! ห่างออกไปสักกิโลนึงได้มั้ง

เมื่อวานที่มายืนมองก็ไม่เห็นนะ หรือไม่ได้สังเกตก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
ซึ่งมันก็อาจจะเกี่ยวโยงหรืออาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนก็ได้ ตรงนี้ผมไม่แน่ใจนะ
หลังจากนั้นน้องชายมันก็ไปได้เรื่องมาเล่าให้ฟัง มันบอกว่า ที่เนี่ยเคยมีคนเจอถึงขนาดที่ว่า
มายืนโบกมือบ๊ายบายหน้าที่พักตอนกลับออกไป หรือตามออกไปส่ง
ยันปากซอยกันเลยทีเดียว…..อิ้อหือออ ผมถามว่าไปเอามาจากไหน
ตรงนี้ไม่แน่ใจแต่น่าจะเป็นพนักงานที่นั่นสักคนน่ะนะ  บาคาร่า

หลังจากออกจากที่พักแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรละครับ ขึ้นทับเบิกลุยยาวไปภูหินฯ
แล้วก็ดิ่งกลับบางกอกกัน ต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้าน ล้านใครบ้านมัน จบทริป!

กลับถึงบ้านก็ปกติครับ คงไม่มีไรแล้วแหละแค่เสียงสวดเอง แล้วคืนนั้น
ก็ผ่านไปด้วยความเพลีย พออีกวันนึง ตอนนั้นเป็นช่วงพลบค่ำ พ่อแม่ไม่อยู่บ้านครับ
ออกไปขายของที่ตลาด ตัวผมนั่งตีดอทเออยู่ที่บ้านคนเดียว สักพักได้เรื่องเลยครับ

กลิ่นธูปลอยมาเลย ไอ้เราก็เริ่มฉุนเพราะมันรบกวนสมาธิมากกกกก จึงเดินหาต้นตอ(อีกแล้ว)
ทั้งชั้นล่างชั้นบนหิ้งพระทุกหิ้ง ไม่มีธูปที่กำลังไหม้เลยมีแต่ซากธูป ผมโทรหาแม่ทันที
ว่าแม่ได้จุดธูปทิ้งไว้มั้ย แม่ก็บอกว่าเปล่าไม่ได้จุด ผมพยายามคิดว่าคงลอยมาจากบ้านข้างๆมั้ง

ทั้งที่มันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้หรอก ผมพยายามไม่กลัวแล้วเล่นเกมส์ต่อ แต่มันก็เริ่มกลัวๆ
จึงแก้ปัญหาโดยการเปิดยูทูปปล้วพิมพ์ว่า”คาถาชินบัญชร”
แล้วเปิดให้ลั่นๆ ปิดเสียงในเกมส์ เลยสบายใจขึ้นมาหน่อย

หลังจากนั้น เวลาล่วงเลยไปถึงตีสอง(อีกแล้วเหรอ) พ่อกับแม่ผมกลับมาจากขายของ
อาบน้ำเข้านอนกันตั้งแต่ห้าทุ่มกว่าๆละ ผมก็ล้าจากการเล่นเกมส์แล้วจึงเข้าไปอาบน้ำที่หลังบ้าน
ตอนอยู่ในห้องน้ำผมได้ยินเสียงเรียกชื่อผมชัดมากแต่ไม่คุ้นเสียง สองครั้งติดๆ ผมเงียบครับ
ไม่ได้ขานตอบไป ทั้งที่ในใจอยากจะล้างยาสระผมบนหัวออกให้หมดไวๆ เพื่อรีบไปนอน
คือกลัวจริงจังแล้วครับตอนนั้น หลังจากอาบน้ำเสร็จก็จัดแจง
เข้าที่นอนคลุมโปงหลับตา แล้วหลับไป…….

พลันเสียงโคร้งเคร้งๆ ก็มากระชากผมออกจากภวังค์ มันเสียงหม้อตกพื้นชัดๆที่หน้าบ้าน
ไอ้เราก็งัวเงียๆเดินออกไปดูกะว่าแมวข้างบ้านมาหาไรกินแน่ๆ แต่พอออกไปหน้าบ้านเท่านั้นแหละ
คุยพระ!!! สิ่งที่ผมเห็นคือ…….นกเค้าแมว หรือนกแสกนั่นล่ะครับ บางคนเรียกนกผี
เพราะหน้ามันเหมือนผีอยู่นะ หน้าขาวๆตาโตๆ ที่สำคัญตัวใหญ่อย่างกะไก่ชน

มันลอดเข้าช่องรั้วบ้านผมมาได้ยังไงผมยังงงอยู่ เดือดร้อนไปปลุกพ่อมาช่วยไล่
เปิดประตูให้พี่เค้าบินออกไป ผมนอนไม่หลับละครับ หลายเหตุการณ์ผ่านไป1-2วันมานี้
มันบีบบังคับให้ผมต้องบอกว่านี่อาจจะเป็นสิ่งลี้ลับก็ได้ พอเช้าก็รีบบึ่งไปวัดหัวลำโพงเลย
ทำบุญโรงศพต่อด้วยวัดมังกรและศาลเจ้าพ่อเสือ ทำเพื่อความสบายใจ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36177113…

หลอนโดนผีนัดจากแอปหาคู่

หลอนโดนผีนัดจากแอปหาคู่

หลอนโดนผีนัดจากแอปหาคู่

หลอนโดนผีนัดจากแอปหาคู่ ผมขอเล่าเรื่องหลอนที่เจอมา แบบขนลุกขนพองที่สุดของผมเลยครับ
เรื่องชื่อ “ผีนัดจากHornet” เรื่องเกิดเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 59 อำเภอทับคล้อ จ.พิจิตร

ปกติผมจะมีโปรเเกรมหาคู่เกย์ คือเห็นน้องคนนึงในโปรแกรมนี้แหละครับ
อายุน่าจะประมาณ26น่าตาดี แต่ก็เห็นหลายวันแล้ว ก็ทักทิ้งไว้พอดีน้องเขาตอบ
ถามคำตอบคำก็เงียบไป แล้ววันจันทร์ เขาทักมาหาผมว่า “ดีครับ”

ผมเลยตอบกลับไปว่า “วันนี้ทักมาอยากละซิ” ที่จริงคุยหลายประโยค
จนผมนัดน้องเขา ขอเบอร์ พิกัดห่างกันก็1ไมล์ ประมานโลกว่าๆ
ผมก็ขี่มอไซไปทางที้น้องเขาบอก คือทางมืดมาก เรียกว่าบ้านสายดงยาง

เข้าไปบ้านสายดงยางประมาน 1กิโลครับ แล้วผมก็จอดรถโทรถามน้องเขา
แต่กว่าจะรับ ตัดไปตั้ง2รอบ พอน้องเขารับ เขาบอกให้เข้ามาทางวัดสายดงยาง
ผมก็เออ! ยังพอมีบ้านคน แต่เข้าไปเรื่อยๆมันยิ่งเงียบลง แล้วก็จอดโทรถามน้องเขาอีกที่

ครับสเต็ปเดิม กว่าจะรับ พอรับน้องบอกให้เลยวัดมาอีก ครับผมก็ไปเพราะความคัน
แต่พอถึงหน้าวัดแล้วมันเงีบบมากๆ 4ทุ่มบ้านนอกก็สงัดแล้วอะครับ
แล้วอีกอย่างถ้าตรงก็เข้าวัด ถ้าไปอีกทางมันก็เลาะรั้ววัด เลยเลือกเลาะไปข้างรั้ววัด

ซึ่งมันจะโค้งอ้อมวัดมีคลองอยู่ด้านซ้ายบรรยากาศน่ากลัวมาก แต่น้องเขาบอกเลยวัดไป
แต่ผมไม่กล้าไปแล้ว หันไปด้านขวา ฮึย!! มันหลังเมรุนี้หว่า ทันใดนั้นแหละ บาคาร่า

ผมเห็นเป็น ผู้ชายสูงประมาณ170 หน้าดำๆคล้ำๆนั่งห้อยขาอยู่ข้างหลังเมรุ
ซึ่งน่าจะสูงพอสมควรเพราะข้างนอกเป็นกำแพง และเสื้อที่เขาใส่
มันตัวเดียวกับในโปรไฟล์ น้องเขาเลย พอเห็นอย่างนั้นก็ ช๊อคสิครับ!!

รีบหนีสุดพลังเลี้ยวรถเเทบล้ม ตัวนี้เย็น ขนช่วงแก้ม หัวรู้สึกว่าวูปๆเหมือนขนลุก
ตัวชาไปหมด บิดรถสุดชีวิต ทางโค้งก็เกือบล้ม บิดกลับบ้านกิโลกว่าๆ
รู้สึกเหมือนมันนานมาก สั่นไปหมดทั้งตัว พอถึงบ้านจอดรถ
ไม่เก็บรถแล้ว วิ่งขึ้นห้องนอนคลุมโปง สั่นจนหลับเลยครับ

ตื่นเช้าค่อยยังชั้ว พอมีสติ แม่ถามทำไมเมื่อคืนไม่เก็บรถ
เลยตอบรีบปวดขี้มากเลยลืมเลย หลังจากนั้นมาหลอนเลยครับ
ไม่กล้าเล่นแอปนั้นอีก ลบทิ้งเลยครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/35474422…

เจอดีตอนเข้าค่ายในโรงเรียน “โหยพี่ พูดขนาดนี้เเล้วก็เล่ามาเถอะค่ะ”

เจอดีตอนเข้าค่ายในโรงเรียน

เจอดีตอนเข้าค่ายในโรงเรียน

เจอดีตอนเข้าค่ายในโรงเรียน เรื่องนี้ได้ยินมาจากรุ่นพี่ที่พี่เค้าเคยเข้าค่ายตอน ม.2
ระหว่างที่กำลังทำอาหารสำหรับคนในสี ก็จะมีพวกพี่สตาฟเข้ามาช่วย
พวกพี่ๆเค้าอยู่ ม.5 เขาก็จะช่วยทำความสะอาด ตรวจดูบริเวณรอบๆให้
เเล้วก็มีพี่คนหนึ่งตั้งคำถามขึ้นมาว่า              บาคาร่า

“เคยสงสัยกันไหม? ว่าทำไมโรงเรียนถึงไม่ให้นอนบนตึกอาคารเรียน”
ทุกคนในสีเราก็หันไปมองพี่เขาหมด เเล้วพี่เขาก็พูดว่า
“ความจริงโรงเรียนจะให้นอนที่ชั้น 1 ก็ได้นะ เเต่เขาคงไม่อยากให้นักเรียนกลัว”

เพื่อนในสีเราคนหนึ่งก็ทักขึ้นว่า “โหยพี่ พูดขนาดนี้เเล้วก็เล่ามาเถอะค่ะ
พี่เขาก็หลุดขำนิดนึง เเล้วก็เล่าว่า

เมื่อก่อนพี่ก็เคยเข้าค่าย ม.2 เเบบน้องนี่เเหละ เเต่ตอนที่ตั้งเต้นท์กันฝนมันดันตก
เเล้วดันตกหนักตกนานด้วย ทางโรงเรียนก็เลยเปลี่ยนใจให้นอนบนอาคารเรียนแทน
ด้วยความที่โรงเรียนมีรูปปั้นอนุสาวรีย์ก็เลยจะให้นอนชั้น 1 เเต่กลุ่มของยุวกาชาดมันเยอะ

ก็เลยให้ปนๆเบียดๆกันนอนในชั้น 1 ให้ได้ เเต่สุดท้ายก็ไม่พอ ก็มีกลุ่มย่อยๆ(รวมถึงพี่คนที่เล่า)
ที่ต้องไปนอนที่อาคารเรียน 2 ชั้น 1 เเต่ฝนมันตกหนักมาก เเล้วไม่มีใครพกร่มมา
ก็เลยต้องไปนอนชั้น 2 เเทน เเล้วในวันนั้นก็เลยไม่ได้มีกิจกรรมรอบกองไฟ

ส่วนอาหารครูเค้าก็โทรไปติดต่อที่ร้านข้างๆโรงเรียนเเทน เพราะฝนมันตกไม่หยุด
พอเวลากลางคืนคือเวลานอน พี่ๆทุกคนเค้าก็นอนกัน ส่วนกลุ่มย่อยที่ได้นอนชั้น 2
ก็ขึ้นไปที่ชั้น 2 เเล้วก็นอน ขอเเทนพี่คนที่เล่าเรื่องเป็น A เเละเพื่อนของพี่เขาเป็น B เเละ C นะคะ

พี่ A เป็นคนที่นอนไม่ค่อยหลับอยู่เเล้ว ก็เลยเหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น
เเต่อยู่ๆพี่เขาก็รู้สึกอึดอัดก็เลยลืมตาขึ้นมา เเล้วมองซ้ายมองขวาก็พบว่า
พี่ B ที่นอนข้างๆพี่ A เค้าหายไป พี่ A ก็คิดว่าสงสัยไปเข้าห้องน้ำมั้ง ซักพักพี่ A
ก็ได้ยินเสียงพี่ C สวดมนต์ พี่เค้าก็งงว่าสวดทำไม ใช่เวลาเหรอ? อะไรทำนองนั้น

พี่ A รำคาญเสียงก็เลยบอกพี่ C ว่า “เฮ้ย เบาๆหน่อย สวดอะไรนักหนา”
พี่ C น้ำตาไหลทันที เเล้วพุ่งเข้ากอดพี่ A พี่เขาก็ถามว่า
“คนอื่นก็มีเยอะเเยะ ทำไมไม่ไปกอด มากอดกูทำไม” พี่ C ก็ตอบว่า “ก็เราสนิทกับเเกที่สุดหนิ”

เเล้วพี่เขาสองคนก็หลับไป โดยลืมไปว่าพี่ B ยังไม่เข้านอน เช้าต่อมา
พี่ A ตื่นไปเข้าห้องน้ำของครู (คุณครูอนุญาตให้ใช้ได้) ก็พบว่า พี่ B ได้นั่งหลับกับพื้นห้องน้ำ
ก็เลยรีบตะโกนบอกให้คนอื่นช่วยไปดูว่าพี่ B เป็นอะไร เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง

พี่ B ก็ฟื้นขึ้นมาเเล้วเล่าว่า เมื่อคืนตอนที่นอน ไอ้ C มันชวนไปเข้าห้องน้ำก็เลยตามไป
ตอนที่เดินไปที่ห้องน้ำครูอ่ะ ไอ้ C ไม่พูดเเม้เเต่คำเดียวเลยเว้ย กูก็เลยคิดว่าคงง่วงมั้ง
เลยขี้เกียจพูด พอไปถึงห้องน้ำ กูก็เลยรอ C เเต่กูรอนานมากก็เลยไปเคาะประตูที่ C เข้า

เเต่ก็ไม่มีเสียงตอบ ก็เลยเเซวว่า เฮ้ย เดี๋ยวกูถีบประตูเข้าไปนะ(ทั้งๆที่รู้ว่าประตูมันล็อค)
ก็เลยถีบไปปรากฏว่าประตูไม่ได้ล็อค เเล้วก็ไม่มีใครเข้าห้องน้ำด้วย เเล้วก็ได้ยินเสียงคนหัวเราะ
จนพี่ B ทนไม่ไหวเลยรีบไปเปิดประตูห้องน้ำครูเพื่อจะออกไป

เเต่ประตูก็ล็อคอย่างไม่ทราบสาเหตุ เเล้วก็เดินวนไปมา (ห้องเป็นสี่เหลี่ยม) เเล้วก็สลบไป
พอพี่ C ได้ยินก็เล่าอีกว่า ตอนนั้นไม่ได้ชวน B ไปไหนเลย เเต่เห็น B คุยกับใครไม่รู้
เเล้วลุกขึ้นไปคนเดียว เเล้วก็ได้ยินเสียงเหมือนมีดขีดกำเเพงก็เลยรีบสวดมนต์เหมือนที่พี่ A ได้ยิน

ส่วนคนชั้น 1 ก็เล่าว่า เมื่อคืนฝนก็ตกหนักอยู่ เเต่ไม่มีลม เเต่อยู่ๆหน้าต่างก็เปิดปิดๆอย่างรุนเเรง
คนบนชั้น 2 ก็เลยไปไหว้อนุสาวรีย์เพราะชั้น 2 มันสูงกว่าอนุสาวรีย์ซะอีกก็เลยคิดว่า
อาจจะทำให้ท่านไม่พอใจ ส่วนคนชั้น 1 ก็ร่วมไหว้ด้วย
เเล้วหลังจากนั้นทางโรงเรียนก็ไม่ให้เข้าค่ายบนตึกอีกเลย ไม่ว่าฝนจะตกหรือไม่ก็ตาม

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36308730…

บ้านพักหลอนเมืองพัทยา

บ้านพักหลอนเมืองพัทยา

บ้านพักหลอนเมืองพัทยา

บ้านพักหลอนเมืองพัทยา สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีประสบการณ์หลอนมาเล่าสู่กันฟังค่ะ
ทุกวันนี้เราก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าที่เจอมาคืออะไร
เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ ถ้าใครไม่เชื่อก็อ่านเอาสนุกพอละกันค่ะ ^^

เมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว เรากับเพื่อนในกลุ่มได้นัดกันจะไปทะเล
จริงๆก็ไม่ได้นัดล่วงหน้าค่ะ คือไปเที่ยวกลางคืนกันจากนั้นมีคนในกลุ่มอกหักเลยชวนไปทะเลต่อ
ก็เลยโทรตามเพื่อนบางคนที่สนิทกันแต่ไม่ได้มาเที่ยวผับด้วยกันไปด้วย
รวมแล้วประมาณ12 คนได้ จำไม่ได้หมด ก็มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายค่ะ
รถไปทั้งหมด 3 คัน ตกลงกันว่าจะไปพัทยาเพราะมันใกล้ กทม. ที่สุดละ ค้างสักคืนค่อยกลับ

พอรวมกันครบก็ออกเดินทางค่ะ ตอนนั้นประมาณตี1
ออกจากผับประมาณ เที่ยงคืนทุกคนยังไม่มีใครเมานะคะ
ขับชิลๆ แวะเข้าปั้มบ้างซื้อของกินไปเรื่อยๆ   บาคาร่า
พวกเรามีวอร์นะคะ ก็ขับตามกันมาแล้วก็วอร์เล่นกันมาตลอดทาง
จนถึงพัทยาประมาณเกือบตี3 ก็เริ่มตระเวนหาที่พักกัน แต่ส่วนใหญ่เต็ม
เพราะเป็นคืนวันศุกร์และเป็นช่วงเทศกาลค่ะ

มีเพื่อนเสนอว่า พักบ้านเป็นหลังดีกว่าเพราะจะได้นอนรวมกันหมดและเสียงดังได้
ก็เลยโทรตามป้ายริมทางที่เขียนว่าบ้านพักหรือบังกะโล แต่ยังไม่ได้สักที
จนเลยพัทยาใต้ไป ก็เป็นหาด….นี้ละ ข้างทางเงียบมาก
แต่แล้วมีเพื่อนคนนึงเห็นป้ายว่ามีบ้านพักให้เช่า เลยลองโทรไปค่ะ

ก็มีคนรับแล้วบอกทาง ทางเข้าเป็นซอยเหมือนหมู่บ้านจัดสรร มีบ้านสองฝั่งซ้ายขวา
ตอนนั้นคนที่มาเปิดประตูเป็นผู้ชายเหมือนเป็นคนเฝ้าค่ะ
รู้สึกค่าที่พักจะคืนละหมื่นสอง หรือเท่าไหร่ไม่แน่ใจนะคะแต่หารกันลงตัว

พอจ่ายตังค์เพื่อนก็ชวนพี่คนนี้คุย พี่ก็บอกว่าเหลือหลังสุดท้ายพอดี
เพื่อนเราเลยถามว่ามีอีกหรอพี่ พี่บอกว่ามีซ้ายมือหลังนึงขวามือหลังนึง
และมีฝั่งตรงข้ามอีกหลังนึง แต่ฝั่งตรงข้ามอะจะแพงกว่า
เหมือนคืนละหมื่นห้าประมาณนี้นะคะ แต่มีโต๊ะพูลให้เล่นด้วย
และเหมือนจะมีสระว่ายน้ำด้วยป่าวไม่แน่ใจนะคะมันนานมากแล้วเลยจำไม่ค่อยได้

เพื่อนบ่นเสียดายกันมาก และนัดแนะกันว่ารอบหน้าจะมาอีกเอาบ้านที่มีโต๊ะพูลนี่แหละ
เพื่อนเราต่อรองพี่เค้าว่าเนี่ยมาถึงก็ตีสามกว่าแล้ว ออกเที่ยงเลยหรอพี่ ขอออกเย็นๆได้มั้ย
พี่เค้าก็บอกว่าถ้าไม่มีคนมาเช่าต่อ ออกเย็นๆก็ได้ แต่ถ้ามีคนมาเช่าพี่จะโทรบอกน้องต้องออกนะ
พวกเราก็รับปากยังคิดเลยพี่ใจดีจัง แล้วพี่เค้าก็ไป

จากนั้นพวกเราก็สำรวจ ข้างล่างก็เปนทีวีโซฟาแอร์ และมีห้องน้ำ1ห้อง
ด้านหลังเป็นครัวและตู้เย็นค่ะ ส่วนด้านบน มีสามห้องนอนกับ1 ห้องน้ำค่ะ
ห้องนอนแรกเดินขึ้นบันไดไปอยู่ซ้ายมือติดบันได บอกเลยทางขึ้นน่ากลัวมากค่ะ
อีก2ห้องนอนอยู่ติดกันทางขวามือสุดทางเดิน

แต่มีห้องน้ำกันกลาง ด้านในทั้ง2ห้องมีประตูอีกบานที่เชื่อมไปยังห้องน้ำได้ สะดวกสบายมาก
เรากับเพื่อนได้ห้องในสุดทางซ้ายมือ ติดกันเปนห้องน้ำที่เชื่อมได้ และอีกห้องอยู่ทางขวามือค่ะ
วางของเปลี่ยนชุดเสร็จก็ลงไปนั่งข้างล่าง

พวกผู้ชายก็ยกเหล้าเบียร์ของกินอะไรลงมาและมีคนขับรถไปซื้อน้ำแข็ง(เหล้าซื้อมาจาก กทม.นะคะ)
ตอนนั้นประมาณตีสี่ เราก็ขี้เกียจเล่นไพ่และเราไม่กินเหล้าด้วย เลยกะว่าจะขี้นไปนอน
พรุ่งนี้เช้าจะได้ไปเล่นน้ำ ชวนเพื่อนๆก็ไม่ไป เราเลยขึ้นไปคนเดียวเห็นว่าข้างล่างคนเยอะไงคะ
พอขึ้นไปก็สวดมนต์ นะโมตัสสะ3 จบท่องได้เท่านี้ 55+ แล้วก็นอนค่ะ

ตอนนอนแต่ยังไม่หลับนะเราหันหน้าเข้ากำแพง รู้สึกเลยว่าเหมือนมีคนอยู่ข้างหลัง
ตอนแรกยังไม่กลัวแต่อยู่ดีๆขนลุกขึ้นมาทั้งแขนเลย เลยหยิบหมอนกระชากผ้าห่ม
วิ่งลงมานอนกะเพื่อนข้างล่างค่ะ555+ เพื่อนก็ถามว่าทำไมไม่นอนข้างบน

เราบอกกลัวผี เพิ่อนก็หัวเราะกัน ประมาณเกือบๆ 6โมงเช้า เพื่อนก็ทยอยหลับ
แล้วตกลงกันว่า จะตื่นไปหาซื้อของมาปิ้งย่างและไปเล่นน้ำกัน
เราเลยขึ้นไปนอนกับเพื่อน แต่บางคนก็ไม่นอนนะคะเห็นเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน

จนกระทั่ง…
เราลืมตาขึ้นมาค่ะ มีเสียงแกรกๆๆ บนหัวเรา เรามองไปเป็นฝ้าเพดานค่ะ ในใจก็คิดว่าหนู
หันไปหาเพื่อน อ้าวเพื่อนหายหมดเลย เราก็คิดว่าคงอยู่ข้างล่างกันมั้ง
และคิดว่าห้องอื่นคงมีอีกหลายคนยังไม่ตื่น เรามองนาฬิกาตอนนั้นสิบโมงกว่า

แสงแดดจากระเบียงส่องมาจ้ามาก เราก็กะว่าเดี๋ยวอาบน้ำแล้วจะลงไป
ตอนกำลังอยู่บนเตียงกลิ้งไปมา แบบให้ร่างกายตื่นเต็มที่ก่อน ประตูห้องก็มีเสียงเคาะค่ะ ก๊อกๆ

เรานึกว่าเพื่อนก็เลยเดินไปเปิดประตู เงียบสนิทมาก กะว่าห้องข้างๆคงแกล้ง ก็ไม่สนใจ
ที่ไม่คิดว่าเพื่อนลงบันไดเพราะบันไดอยู่ห่างจากห้องเราไป 6-7 เมตรค่ะ
ยังไงก็วิ่งไม่ทันเราเปิดแน่ และชั้นบนเป็นไม้ถ้าเพื่อนวิ่งเราได้ยินเสียงแน่ๆ

โดดขึ้นเตียงต่อ พอขึ้นเตียงปุ๊บ ก๊อกๆ
มาอีกแล้ว เราเลยตะโกนไปว่า ประตูไม่ได้ล๊อคไม่ต้องแกล้งเปิดเข้ามาได้เลย
เงียบ……ไม่มีคนเปิด แต่ได้ยินเสียงลูกบิดแทนค่ะ ดังแกร้กๆ
เหมือนกำลังบิดเข้ามา แต่ประตูไม่เปิด

เราเลยเงียบ สักพัก ก๊อกๆ ก๊อกๆ
ตอนนั้นเราก็ยังคิดนะแกล้งไม่เลิกใช่มั้ย ก็รีบวิ่งไปเปิดประตูเลยค่ะ สรุปไม่มีคน
เลยไปเปิดห้องข้างๆที่เชื่อมกับเราอะ กะว่าเพื่อนคงแอบในนั้น พอเปิดเข้าไปในห้องมืดมาก

ประสบการณ์หลอน

เราเปิดไฟ ห้องโล่งค่ะ โล่งเลย ตอนนั้นเรารีบล๊อคห้องเพื่อนค่ะ และวิ่งกลับห้องเรา
ไปเปิดประตูห้องน้ำที่เชื่อมกัน กะไปจ๊ะเอ๋เพื่อน เปิดประตูห้องน้ำ ไม่มีคนอีกค่ะ
ตอนนั้นเริ่มกลัวละ แต่ยังคิดว่าเพื่อนอยู่ นี่มันจะเที่ยงแล้วผีที่ไหนจะมาหลอกวะ

เราออกจากห้องน้ำเลยหยิบเสื้อผ้าว่าจะไปอาบน้ำ แบบไม่สนใจแล้ว
อยากแกล้งก็แกล้งสิ (ยังคิดว่าเพื่อนนะ) ตอนหยิบเสื้อผ้า เอาอีกแล้วค่ะ

ก๊อกๆ ตอนนั้นเริ่มหงุดหงิดละ เลยไม่สนใจ
ก๊อกๆ เคาะต่อค่ะ เราเลยเดินไปเปิดประตูห้องทิ้งไว้เลยค่ะ ดูซิจะมาเคาะได้มั้ย 555+
ตอนนั้นรู้สึกเป็นผู้ชนะมาก ทำไมชั้นฉลาดเช่นนี้ (คิดใจในนะ)

พอเปิดประตูห้อง เดินหันหลังกำลังไปเข้าห้องน้ำค่ะ แกร้กๆๆๆ
ได้ยินเสียงลูกบิดสั่นเหมือนมีคนบิด เลยกะว่าแหมยอมเผยตัวแล้วซิ เลยหันกลับไปค่ะ
สรุป ไม่มีคนยืนที่ประตูห้องเรา แต่…ลูกบิดยังบิดอยู่ค่ะ แกร้กๆ

ตอนนั้นเราวิ่งเลย แต่ไม่ได้วิ่งลงไปข้างล่างนะคะ วิ่งไปที่ระเบียงห้องเราค่ะ ไปยืนตากแดด
ปิดประตูระเบียงด้วยนะคะ กลัวผีวิ่งออกมาค่ะ ขังตัวเองอยู่นอนกระเบียง
เพราะคิดว่าระเบียงมีแดดส่องมาผีออกมาตามไม่ได้แน่ ดูหนังงัยคะ
แบบผีโดนแสงแล้วจะกลายเป็นควัน 555+

ตอนนั้นร้อนมาก เราก็ตะโกนลงไปข้างล่างเรียกชื่อเพื่อนๆให้เพื่อนได้ยินค่ะ
แต่เหมือนไม่มีใครได้ยิน เรายืนอยู่ที่ระเบียงนานมาก
มองลงมาก็มีกันสาดบังค่ะ มองไม่เห็นเพื่อน เรายังตะโกนเรื่อยๆ
ในใจเริ่มโมโห ไปไหนกันหมดวะทำไมไม่มีใครได้ยินเสียงเรา

สักพักเพื่อนขับรถเข้ามาจอด เหมือนสวรรค์มาโปรดค่ะ
เราตะโกนเรียกมัน มันก็บอกให้ลงมา เราบอกให้มันแหละขึ้นมาหาเรา
(ยังงัยเราก็ไม่มีทางเดินออกจากระเบียงนี้คนเดียวแน่ 555+)

พอมันขึ้นมา เราไม่อาบน้ำแล้วค่ะกลัวมันทิ้งอีก
เราถามมันว่าไปไหนมาทำไมไม่ปลุก มันบอกไปซื้อของปิ้งย่าง เห็นเราหลับงัย
เราเลยถามว่าไปกี่คนไปกันหมดเลยหรอ มันบอกป่าว มีเมาหลับอยู่ข้างล่าง3คนนะ

ตอนนั้นยังคิดได้ว่าอิสามคนนั้นแน่ๆแกล้งเรา (ทั้งๆที่ลูกบิดมันบิดเองอะนะ)
เราบอกให้มันรอค่ะ ห้ามไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว แล้วเราก็แปรงฟันล้างหน้าลวกๆ อย่างไว
จากนั้นลงมาก็เจอ 3 คนนั้นยังหลับอยู่ที่โซฟาบ้างพื้นบ้าง ก็คิดว่ามันแกล้งหลับ

พอเดินเข้าไปใกล้ๆ เห็นเพื่อนที่เหลือ กำลังเอาเมจิกเขียนหน้าเขียนตา
บางคนเอาแป้งมาโปะหน้าคนที่หลับอยู่ ทุกคนนอนนิ่งแถมกรนด้วย
เลยคิดว่า เออ หลับจิงว่ะ แล้วที่เราเจอมาคืออะไร!!!

เรากลัวมากแต่ยังไม่เล่าให้เพื่อนฟังนะ กลัวเค้ารู้ว่าเรารู้ว่าเค้าเป็นผีแล้วมาตามเราค่ะ
ตีนิ่งมาก (ไม่คิดเลยรึว่าทำขนาดนี้เค้าคงรู้แล้วแหละว่าเรารู้ 555+)

จนถึงเวลากลับประมาณ 4-5 โมงเย็น เพื่อนเราโทรให้พี่มาเอากุญแจบ้าน
พี่คนนี้บอกว่าวางไว้ที่ม้าหินหน้าบ้านได้เลยน้อง(ม้าหินอยู่ในรั้วบ้านนะคะ)

เราก็ยังแปลกใจเลยนะ ว่าพี่เค้าไม่มาเช็คทีวีตู้เย็นโซฟาอะไรรึ ว่าเราทำพังมั้ย
แถมมีหม้อไหจานชามอะไรอีกที่ครัว และเมื่อคืนตอนพวกเรามาถึง
พี่เค้าก็เข้ามาแค่ในรั้วบ้านไม่ได้เข้ามาในบ้านด้วยนะคะ

พอชึ้นรถขับไปสักพัก บางคนก็หลับส่วนคนที่นอนแล้วก็ขับรถ
เพื่อนในกลุ่มคนนึงก็วอร์มาหาเราค่ะ จากรถคนละคัน
ถามเราว่านอนห้องนั้นเป็นงัยบ้าง เราก็ว่ามันถามแปลกๆเลยถามไปว่าทำไมหรอ

มันบอกว่าตอนมาถึง พวกมันเดินขึ้นมาดูห้องก่อน
ตอนนั้นเรายืนอยู่ข้างล่างฟังเพื่อนคุยกะคนที่เค้าให้เช่าอะค่ะ
มันบอกห้องที่เรานอนน่ากลัวมาก มันเลยไปนอนห้องอื่นกัน 555+

มันถามเราว่ากล้านอนได้งัย
เรา(มองบน) ก่อนตอบมันไปว่า ดีเนอะ ห้องน่ากลัวก็ไม่บอกปล่อยให้เรานอนค่ะ
แล้วเราก็เล่าให้มันฟัง ว่าเราเจออะไรบ้างถึงไปยืนอยู่หน้าระเบียงนั้น
เพื่อนเรากลัวมาก แต่เราด่ามันชุดใหญ่เลย ฐานปล่อยให้เรานอน

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/35627508…

สุสานทหารฝรั่งหลอน กาญจนบุรี

สุสานทหารฝรั่งหลอน
สุสานทหารฝรั่งหลอน

สุสานทหารฝรั่งหลอน สว้สดีค่ะวันนี้จะมาแชร์ประสบการ์ถูกวิญญานตามมาจากสถานที่ท่องเที่ยว ขอเข้าเรื่องเลยนะคะ

เมื่อ 22 ปีที่แล้วช่วงนั้นเราอยู่ในช่วงปิดเทอมใหญ่ค่ะ พ่อแม่เราไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงเรา
เลยพาเราไปฝากลุงกับป้าไปฝากที่บ้านตาในจังหวัดกาญจนบุรี
ในตอนนั้นเราก็มีลูกพี่ลูกน้องอายุไล่ๆกัน มาคอยชวนกันเล่นเลยไม่เหงา
เพราะเวลาลูกพี่ลูกน้องคนนี้จะไปเที่ยวไหนก็จะคอยหนีบเราไปด้วย

วันนั้นลุงเขยพ่อของน้องคนนี้ว่างเลยชวนเราไปกินข้าวกันเราก็ตามไปด้วยตามประสาเด็ก
รอก็นั่งมองวิวจากหน้าต่างรถไปเรื่อยๆ จนเข้าเขตสุสานทหารฝรั่งสมัยสงครามโลก

เรา : ลุง ๆ ไหนบอกพามากินข้าวไง พามาที่นี่ทำไม?
ลุง : ร้านมันอยู่ในนี้เพื่อนลุงบอกว่าข้าวคลุกกะปิที่นี่อร่อยมาก พวกเอ็งอยากกินกันไม่ใช่เหรอ

ลุงเราพูดไปก็เลี้ยวเข้าไปจอดเทียบข้างๆ ร้าน (ตอนนี้ไม่รู้ว่ายังขายอยู่ไหม)
พอลงจากรถได้บรรยากาศเย็นๆ วังเวง เราต้องลูบแขนตลอดเวลาเพราะขนแขนลุก
ตอนที่กินข้าวกันอยู่ลุงเราก็เล่าประวัติศาตร์เกี่ยวกับสะพานมรณะให้ฟัง

เพราะมันเกี่ยวกับทหารที่อยู่ในสุสานที่นี่ เราก็ฟังไม่รู้เรื่องหรอกค่ะตอนนั้นแค่ฟังผ่านๆ
เอาสนุกก็ไม่ได้คิดอะไร พอกินเสร็จก็กลับบ้านตาตามปกติค่ะ

ตกกลางคืนเราก็ไปนอนที่บ้านลุงกับป้าอีกคนนึง เพราะลุงคนนี้ชอบตามใจเราเลยติดเค้า
คืนนั้นจำได้แม่นเลยว่าลุง ป้า และหลานกำลังตั้งใจดูละครมกุฎดอกส้มตอนจบค่ะ
เราก็อั้นฉี่ไว้กลัวพลาดตอนสำคัญไป อธิบายก่อนนะคะห้องน้ำที่ต่างจังหวัด

มักจะสร้างแยกออกมาจากตัวบ้านค่ะ เราก็เปิดประตูหลังบ้านจะออกไปฉี่
เราก็เจอเป็นใส่ชุดกากีมอๆ เหมือนไปคลุกดินแดงมายังไงยังงั้นเลย หัวโล้นๆ
ตัวใหญ่ยืนหันหลังห่างจากเราไปประมา 10 เมตรได้ ทีแรกเราก็คิดว่าเพื่อนของลุง

เค้าแวะมาหา เราก็เลยถาม         บาคาร่า
เรา : มาหาลุง….เหรอคะ?

พอเค้ารู้ว่าเราเห็นเค้าก็ค่อย ๆ หันมาหาเราค่ะ สภาพที่เห็นคือเป็นฝรั่งเนื้อตัวมอมแมม
เสื้อผ้าสีกากีเก่าๆ ขาดรุ่งริ่ง วันนั้นล่ะค่ะเข้าใจคำว่าใจล่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เค้าพยายามเดินลากขาและยื่นมือไขว่ขว้ามาหาเราที่ยืนตะลึงก้าวขาไม่ออก

กลัวก็กลัวทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนน้ำตาคลอมองเค้าเดินมาใกล้ๆ จนอีกไม่ถึงคืบมือของเค้า
จะถึงเราแล้ว เราก็กรี๊ดออกมาสุดเสียงเลยค่ะ แล้วผู้ชายคนนั้นก็แตกเป็นเหมือนฝุ่น
ปลิวหายไปก่อนที่จะถึงเรา คืนนั้นลุงกับป้าต้องพาเราไปฉี่แล้วก็ต้องนอนกกเราทั้งคืน

เช้ามาต้องพาไปทำบุญยกใหญ่แล้วขอพระกับสายสิญจน์มาคล้องให้
แล้วหลังจากนั้นมาเราก็ได้เจอได้สัมผัสสิ่งลี้ลับแบบนี้มาโดยตลอดค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/35049963…

เสียงใครในห้องเก็บของ ? ” เราเลิกงาน4ทุ่ม​ นอนตี1ตี2​ ก็ยังได้ยินเสียง”

เสียงใครในห้องเก็บของ

เสียงใครในห้องเก็บของ

เสียงใครในห้องเก็บของ คือพึ่งย้ายห้องใหม่​ เพราะอยู่ใกล้ที่ทำงาน​ ห้องอยู่ชั้น3​ มีเราและพี่คนนึง​อยู่ด้วยกัน
วันแรกที่ย้ายมาก็ไม่มีอะไร​ วันที่สองเราได้ยินเสียงคนเดินคนวิ่ง​ อยู่ชั้นบน​
ตอนแรกเราก็ไม่คิดอะไรเพราะคิดว่ามีคนอยู่​ชั้นบน​ เราเลิกงาน4ทุ่ม​ นอนตี1ตี2​
ก็ยังได้ยินเสียง​ ได้ยินแบบนี้ทุกคืน​ เราสงสัยว่าคนอะไรวิ่งเดินทำไมเวลานี้​
เราเลยขึ้นไปดูและเห็นว่ามีประตู2บาน บานนึงเป็นห้องอีกบานถ้าเปิดประตูก็เป็นดาดฟ้า​
ถ้าเปิดไปดาดฟ้าก็จะมีห้องใต้หลังคา3ห้อง​

เราก็คิดว่าคงไม่มีอะไร​ อย่างน้อยก็มีคนนอนชั้นบน​ นานๆเข้าได้ยินเสียงของตกบ้าง​
เสียงเหมือนลูกแก้วกลิ้ง​ เสียงยกโต๊ะยกเก้าอี้​ เราเลยไปบอกเจ้าของหอ​
เพราะมันรบกวนคนอื่น​ เจ้าของหอบอกว่าไม่มีคนอยู่ชั้นบน​ ห้องนั้นเป็นแค่ห้องเก็บของ​
เราจำได้วันนั้นวันอาทิตย์เป็นวันหยุด เราได้ยินเสียงเด็กหัวเราะ​
แต่เด็กที่ไหนจะมาหัวเราะ​ เพราะชั้นบนไม่มีใคร บาคาร่า

ชั้น3ที่เรานอนมีแค่ห้องเราและ​เจ้าของหอ2ห้องแค่นั้น​ เสียงเด็กหัวเราะชัดเจนมาก
ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ยินเสียงเด็ก​ เราอยู่ห้องใหม่มาได้12วันแล้ว​ ได้ยินเสียงทุกคืน​
กลัวก็กลัวโมโหก็โมโหจนเมื่อคืนค่ะ​ ตัดสินใจขึ้นไปดูตอนเที่ยงคืนว่าเสียงมาจากไหน
ไปกับพี่2คน​ แต่ก็ไม่มีอะไร เหมือนเมื่อคืนก่อนนอนเสียงวิ่งหนักกว่าเดิม​ ชัดกว่าเดิม​
เสียงลูกแก้ว​ ยกโต๊ะเก้าอี้​ ของตกก็ได้ยินเหมือนเดิม​ เราจะได้ยินชัดเจนกว่าพี่คนนั้น
เพราะเรานอนพื้น​ พี่เค้านอนบนเตียง​ พี่เค้าได้ยินแค่เสียงเดินวิ่งและกระทืบเท้า​

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…

เสียงจากห้องเก็บของชั้นบน

เสียงจากห้องเก็บของชั้นบน

เสียงจากห้องเก็บของชั้นบน

เสียงจากห้องเก็บของชั้นบน คือพึ่งย้ายห้องใหม่​ เพราะอยู่ใกล้ที่ทำงาน​ ห้องอยู่ชั้น3​ มีเราและพี่คนนึง​อยู่ด้วยกัน
วันแรกที่ย้ายมาก็ไม่มีอะไร​ วันที่สองเราได้ยินเสียงคนเดินคนวิ่ง​ อยู่ชั้นบน​
ตอนแรกเราก็ไม่คิดอะไรเพราะคิดว่ามีคนอยู่​ชั้นบน​ เราเลิกงาน4ทุ่ม​ นอนตี1ตี2​
ก็ยังได้ยินเสียง​ ได้ยินแบบนี้ทุกคืน​ เราสงสัยว่าคนอะไรวิ่งเดินทำไมเวลานี้​
เราเลยขึ้นไปดูและเห็นว่ามีประตู2บาน บานนึงเป็นห้องอีกบานถ้าเปิดประตูก็เป็นดาดฟ้า​
ถ้าเปิดไปดาดฟ้าก็จะมีห้องใต้หลังคา3ห้อง​

เราก็คิดว่าคงไม่มีอะไร​ อย่างน้อยก็มีคนนอนชั้นบน​ นานๆเข้าได้ยินเสียงของตกบ้าง​
เสียงเหมือนลูกแก้วกลิ้ง​ เสียงยกโต๊ะยกเก้าอี้​ เราเลยไปบอกเจ้าของหอ​
เพราะมันรบกวนคนอื่น​ เจ้าของหอบอกว่าไม่มีคนอยู่ชั้นบน​ ห้องนั้นเป็นแค่ห้องเก็บของ​
เราจำได้วันนั้นวันอาทิตย์เป็นวันหยุด เราได้ยินเสียงเด็กหัวเราะ​
แต่เด็กที่ไหนจะมาหัวเราะ​ เพราะชั้นบนไม่มีใคร บาคาร่า

ชั้น3ที่เรานอนมีแค่ห้องเราและ​เจ้าของหอ2ห้องแค่นั้น​ เสียงเด็กหัวเราะชัดเจนมาก
ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ยินเสียงเด็ก​ เราอยู่ห้องใหม่มาได้12วันแล้ว​ ได้ยินเสียงทุกคืน​
กลัวก็กลัวโมโหก็โมโหจนเมื่อคืนค่ะ​ ตัดสินใจขึ้นไปดูตอนเที่ยงคืนว่าเสียงมาจากไหน
ไปกับพี่2คน​ แต่ก็ไม่มีอะไร เหมือนเมื่อคืนก่อนนอนเสียงวิ่งหนักกว่าเดิม​ ชัดกว่าเดิม​
เสียงลูกแก้ว​ ยกโต๊ะเก้าอี้​ ของตกก็ได้ยินเหมือนเดิม​ เราจะได้ยินชัดเจนกว่าพี่คนนั้น
เพราะเรานอนพื้น​ พี่เค้านอนบนเตียง​ พี่เค้าได้ยินแค่เสียงเดินวิ่งและกระทืบเท้า​

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…

ว่ายน้ำหนีผีจากบ้านร้างสุดหลอน

ว่ายน้ำหนีผีจากบ้านร้างสุดหลอน

ว่ายน้ำหนีผีจากบ้านร้างสุดหลอน

ว่ายน้ำหนีผีจากบ้านร้างสุดหลอน วันนี้ผมมีประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาคำอธิบายได้มาเล่าให้ฟัง
ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง ลองอ่านกันดูนะครับ

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นบ้านผมอยู่ตจว. เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก
ทุกวันหยุด ผมกับลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง ซึ่งเขาอายุน้อยกว่าผม 4 ปี จะมาเล่นด้วยกันเสมอครับ

วันนั้นเป็นวันหยุด ผมกับน้องชาย ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน
ชวนกันไปเล่นน้ำ ซึ่งเป็นคลองแถวบ้าน คลองมีขนาดไม่กว้างและน้ำก็ไม่ลึกครับ

ผมกับน้องว่ายน้ำเล่นอยู่ซักครู่หนึ่ง
ผมก็เอ่ยปากชวนน้องว่า “เราว่ายน้ำข้ามคลอง ไปเก็บเชอร์รี่กินกันดีกว่า

ผมขออธิบายก่อนนะครับ          บาคาร่า
ต้นเชอร์รี่อยู่ที่บ้านทวดหวาน ทวดหวานไม่ใช่ทวดผมนะครับ แต่แกแก่มากแล้ว เลยเรียกว่าทวดครับ
เป็นคนแก่ที่อยู่บ้านเพียงคนเดียว ลักษณะเป็นเหมือนบ้านสวน เป็นบ้านไม้
มีใต้ถุนสูงประมาณเอวได้ครับที่นี้มีต้นเชอร์รี่ที่ปลูกอยู่ที่บ้านของแก ด้วยความที่เป็นเด็ก
และรู้ว่ามีต้นเชอร์รี่ ผมก็เลยอยากกิน และชวนน้อง น้องก็อยากกินเหมือนกันครับ

เราจึงว่ายน้ำข้ามคลองไปกันสองพี่น้อง
แต่ตอนที่ไปนั้น เจ้าของต้นเชอร์รี่ แกเสียชีวิตไปได้ไม่นาน ด้วยโรคชรา
ส่วนบ้าน ยังไม่ถูกรื้อถอน แต่สภาพเหมือนบ้านร้างเก่ามากแล้วครับ

พอถึงที่หมาย พวกเราก็เดินไปที่ต้นเชอร์รี่ ซึ่งอยู่ติดกับบ้าน
สภาพเหมือนใกล้จะพัง ห่างจากคลองประมาณ 100 เมตร
รอบบ้านมีแต่ต้นไม้น้อยใหญ่เต็มไปหมดครับ

ก่อนจะเดินไปเก็บผลเชอร์รี่ ผมสังเกตุสีหน้าน้อง “หน้าตาเหมือนตื่นอะไร เหมือนเห็นอะไรซักอย่าง”
แต่ผมก็ไม่ได้ถาม กลัวน้องบอก แล้วจะพากันกลัว ผมเลยทำเนียน ชวนคุยเรื่องอื่นไปครับ

ที่นี้พวกเราก็เก็บผลเชอร์รี่ ซึ่งก็เก็บกินกันที่ต้นนั่นแหละครับ
กินไปได้ซักพัก เป็นที่พอใจ ก็เลยตกลงกัน เดินทางกลับครับ

แต่ในขณะที่กำลังจะเดินกลับ และแล้วก็เจอดีจนได้ครับ

ผมกับน้อง ได้ยินเสียงคน “ถ่มน้ำลาย” เสียงดังมาจากในบ้าน
เสียงมันชัดเจนมาก เหมือนต้นเสียงเจตนาให้เราได้ยิน
และก็เป็นผมที่หลุด หลุดถามไปว่า “เฮ้ย…เสียงไรว่ะ”
หลังจากนั้นต่างฝ่ายก็ทำท่าทางเหมือนจะวิ่ง ไม่วิ่ง ลังเลว่าจะเอายังไงดี แต่สุดท้ายก็วิ่งครับ

วิ่งไปจนถึงริมคลอง ซึ่งก็ห่างจากบ้านทวดหวานพอสมควร
นั่งพักหายใจกันซักพัก ระหว่างนั้นก็คุยกัน เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าเสียงที่ได้ยิน
“ใช่ทวดหวานรึเปล่า ?”

ปัญหาคือ ตอนจะว่ายน้ำกลับนี่แหละครับ มันกลัวอย่างบอกไม่ถูก
นั่งทำใจอยู่พักนึง และก็ตัดสินใจครับว่า

น้ำก็ไม่ลึก คลองก็ไม่กว้าง ว่ายไปตะโกนไปเอาเสียงเข้าช่วย ข่มความกลัว เดี๋ยวก็ข้ามฝั่งได้
เราสองคนจึงตัดสินใจกระโดดน้ำ และตั้งหน้าตั้งตาว่าย โดยผมให้น้องว่ายนำไปก่อน
ผมจะคอยระวังหลังให้ และระหว่างว่าย เราสองคนก็ตะโกนเสียงดังโวยวาย เพื่อข่มความกลัวครับ

แต่แล้ว ว่ายยังไม่ทันถึงครึ่งคลองเลยครับ
เท้าผม เหมือนถีบโดนอะไรบ้างอย่าง ลักษณะเหมือน “หัวคน”

ผมตัดสินใจหันกลับไปมอง สิ่งที่เห็นคือ
น้ำด้านหลัง มันแหวกนูนเป็นคลื่น เหมือนมีอะไรดำน้ำตามมา
ตอนนั้นผมตกใจมาก ใจมันหายแวบ ร้องไห้ลั่นออกมาเลย ตะโกนด้วยร้องไห้ด้วย
พอน้องผมได้ยินว่าผมร้องไห้ น้องก็ร้องไห้ตาม แต่เราก็ไม่ได้หยุดว่าย ฝืนว่าย กระทั่งถึงฝั่งจนได้ครับ

พอถึงฝั่ง ก็ต่างคนต่างหยิบเสื้อผ้าที่ถอดไว้ พากันจับมือ วิ่งกลับบ้าน
พอมาถึงบ้านผม น้องกับผมก็เข้าไปในบ้าน ไปนั่งคุยกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ผมถามน้องว่า เห็นหน้าตาตื่นตั้งแต่เดินไปเก็บเชอร์รี่แล้ว น้องเห็นอะไร
น้องตอบผมว่า ไม่ได้เห็นอะไร แต่รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากในบ้าน พอหันไปมอง ก็ไม่เห็นมีใคร

ส่วนตอนที่ผมว่ายน้ำ แล้วผมร้องไห้
เพราะถีบโดนเหมือนหัวคน หันไปมอง มีคลื่นนูนตามหลังมา และเดาว่าคงเป็นผีทวดหวาน
ว่ายน้ำตามมา ตัวน้องเองหันมามอง แต่ไม่ได้สังเกตุว่ามีอะไรผิดปกติ
ได้ยินเสียงผมร้องไห้เสียงดัง ตัวเองก็กลัวอยู่แล้ว เลยร้องไห้ตามไปด้วย

ส่วนตัวผมเชื่อว่า อาจเป็นวิญญาณของทวดหวาน ซึ่งแกคงจะหวงผลเชอร์รี่ของแก
ถึงแม้เราจะเป็นเด็ก แต่ก็ถือได้ว่า เป็นการขโมยกิน
“ซึ่งของของใคร เขาก็ย่อมหวงเป็นธรรมดา แม้เจ้าของเขาอาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ตาม”

พอหลังจากนั้นไม่นาน บ้านก็ถูกรื้อครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36257683…

วิญญานสาวตายทั้งกลมในหอพัก

วิญญานสาวตายทั้งกลมในหอพัก

วิญญานสาวตายทั้งกลมในหอพัก

วิญญานสาวตายทั้งกลมในหอพัก ตอนผมพบเจอกับประสบการณ์นี้ ผมอาศัยอยู่ที่หอพักย่านศาลายากับแฟนสาว
หอพักแห่งนี้เป็นหอพักที่ราคากลางๆ แหล่งรวมนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยมาอาศัยกัน
แต่แปลกหอพักแห่งนี้ไม่มีคนรู้จักหรือเพื่อนผมอยู่เลยสักคน
เราเข้าอาศัยวันแรกก็เริ่มทำความสะอาดจัดข้าวของต่างๆ พอเราทำไปสักพักก็ไปพบกับ
เหรียญสิบบาทที่วางอยู่เรียงรายใต้เตียง เรานำเหรียญเหล่านั้นออกมานับได้จำนวนทั้งสิ้น 180 บาท

(ผมและแฟนนับถือศาสนาคริสต์โรมันคาทอลิค เลยไม่ได้เข้าใจถึงความเชื่อตรงนี้ )
ก็เลยนำเหรียญทั้งหมดไปหยอดตู้ซักผ้าไมได้คิดอะไร

เรื่องราวทั้งหมดดำเนินผ่านไปอย่างปกติ จนกระทั่งคืนหนึ่งผมฝันว่า ผมอยู่ในห้องที่ผมนอน
แต่ในห้องมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้จักนั่งอยู่ตรงปลายเท้า เธอพยายามพูดแต่พูดไม่เป็นภาษา
เสียงที่เธอกล่าวออกมาเป็นประมาณนี้ “จาจาจาจ๊ะ จะ จ๊ะจา” วกวนไปมา ผมพยายามถาม
พยายามฟังแต่ก็ไม่เข้าใจว่าเธอจะสื่ออะไร เมื่อเธอพูดเสร็จ เธอลุกยืนและเดินพุ่งเข้ามา
ผ่านตัวผมไป ผมสะดุ้งตื่นผวากับสิ่งที่ฝัน จึงลืมตาขึ้นมาเพื่อปรับอารมณ์
ในตอนนั้นเวลาตีสองกว่า (ผมนอนตะแครงข้างหลังติดกำแพงห้องน้ำ หน้าหันไปทางแฟน
แฟนผมและผมหันหน้ามาชนกัน) แฟนผมนอนหันหลังให้กับตู้เสื้อผ้า ซึ่งด้านหน้าของตู้
เป็นกระจกบานใหญ่สะท้อนเงาได้ทั้งห้องรวมถึงห้องน้ำด้วย

ผมนอนปรับสายตาและมองกระจกอยู่สักพักจนเห็นเงาแปลกๆขยับอยู่ตรงห้องน้ำ
เพ่งสายตาปรับภาพอยู่เวลาหนึ่ง สิ่งที่ผมเห็นคือ มีมือมือหนึ่งจับขอบประตูห้องน้ำ
มือนั้นพยายามเหมือนออกแรงลากร่างตัวเองออกมา ผมไม่ทราบว่าเป็นหญิงหรือชาย
ในตอนนั้นตกใจมาก็เลยลุกขึ้นวิ่งไปเปิดไฟห้องน้ำแต่ก็ไม่พบเจออะไร
แฟนผมถามว่ามีอะไรหรือเปล่า? ผมพูดไม่ได้เลยครับเพราะตัวแฟนเองนั้นกลัวผีขั้นสุด
เลยบอกไปว่าปวดท้องหนัก แล้ววันนั้นก็ผ่านไป

และคืนหนึ่งผมก็สะดุ้งตื่นเพราะฝันเหมือนเดิม สิ่งที่ผมฝันก็เหมือนเดิม แล้วผมก็มองไปทางเดิม
ตู้เสื้อผ้า เวลาเดิมคือตีสองกว่า สิ่งที่กลัวที่สุดในตอนนั้นคือมันจะเหมือนเดิม เวลาผ่านไปสักพัก
ก็ยังไม่มีอะไรแปลก แต่ผ้าม่านที่เป็นริ้วๆ อยู่ตรงระเบียงนั้นขยับ พริ้วไปมาอย่างน่ากลัว
สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดมากคือ มีหน้าคนหน้าหนึ่ง ซ้อนและดันผ้าม่านออกมาเป็นรูปใบหน้า
ผมอึ้งและมองตรงนั้นไปถึงเช้าโดยที่จำไม่ได้ว่าผมรู้สึกตัวได้อย่างไร ผมก็เลยนำเรื่องราวนี้
ไปเล่ากับเพื่อน เพื่อนจึงบอกว่างั้นเอาสิ่งที่นับถือไปวางไว้ที่เตียง ผมจึงนำไม้กางเขน
ไปวางไว้ที่หัวเตียง หลังจากนั้นก็ไม่พบเจออะไรอีก บาคาร่า

เหมือนจะจบ แต่ยังเหลืออีกเหตุการณ์หนึ่ง เพื่อนที่ขอไปนอนห้องผมพบเจอมา
เพื่อนชายผมชื่อ นุ นุเป็นนักดนตรีกลางคืน ละจะมาเล่นดนตรีแถวหอพักผมจึงขอมานอน
ในวันที่นุมานอน ผมและแฟนแยกย้ายกันกลับบ้าน นุจึงต้องนอนคนเดียวที่ห้อง
ในวันนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเพื่อนมากมาย แต่เมื่อถึงเวลาตีสาม นุก็โทรมาหาผม
พร้อมกับเสียงที่สั่นฟังไม่รู้เรื่องว่าจะพูดไร มันจึงบอกว่า
“เดี๋ยวเช้ากูเล่าให้ฟัง” และแล้วมันก็โทรมา นุเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนกูเล่นวิญญานเสร็จ
ประมาณเที่ยงคืนกว่า ก็กลับมาที่ห้อง อาบน้ำนอนปกติ สะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตูกระจก
ตรงระเบียงห้อง พอไปดูก็ไม่เจออะไรกูคิดว่าเป็นนกมาทำรัง เลยกลับมานอนต่อ
สักพักได้ยินเสียงเดิมอีก พอลุกไปดูก็ไม่เจออะไร เป็นแบบนี้ประมาณ 5 ครั้ง
จนครั้งสุดท้ายทนไม่ไหวเลยเปิดไปดูด้านนอกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ในขณะที่เปิดประตูกระจกนั้น
ประตูหน้าห้องก็มีเสียงคนเคาะดังมาก กูเลยรีบวิ่งไปเปิดประตู เห็นเป็น นักศึกษาหญิงใส่ชุดเต็ม
ยืนอยู่ กูก็เลยถามว่า มาให้ใครหรือเปล่าครับ ผู้หญิงคนนั้นก้มหน้าไม่พูดสักพักหันหลัง
วิ่งลงบันใดหนีไฟไป กูเลยจำที่บอกได้ว่ามึงไม่มีเพื่อนอยู่หอนี้ กูเลยหลอนกลับบ้านเลย”

จนถึงวันที่ผมย้ายออก เตรียมตัวเก็บข้าวของกันเรียบร้อย แต่ผมกับแฟนเราสองคน
รีดผ้าบนเตียงเลยทำให้เตียงไหม้เป็นจุดๆ ผมเลยบอกว่างั้นกลับด้านเตียงตอนที่เขามาตรวจ
จะได้ไม่โดนว่า แฟนผมตกลง จึงช่วยกันพลิกแต่พอเราพลิกขึ้นสิ่งที่เจอคือ
แผ่นยันต์นับสิบยี่สิบแผ่นวางอยู่ใต้เตียง
ผมอึ้งเหมือนกันครับ แต่พูดกับแฟนไปแค่ว่า ทุกที่ก็จะเป็นแบบนี้ความเชื่อส่วนบุคคล
เมื่อผมทำเรื่องย้ายออกเรียบร้อย ก็มีโอกาสไปถามกับผู้ดูแลที่สนิทกันว่า
“ผมถามจริงเลยนะ ที่นี้มีเรื่องผีหรือเปล่า”
เพราะความสนิทกันเขาจึงเล่าว่า เกือบสองปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาหญิงกินยาแทง
และตายอยู่ในห้องเอ็งเกือบอาทิตย์กว่าจะมีแจ้งว่าเจอศพ หลังจากนั้นมีหลายคน
ที่เข้ามาพักแต่ทุกคนเจอผี ไม่ถึงเดือนก็ย้ายออกกัน
เจ้าของหอเขาจึงคิดว่าเปิดห้องนี้ต่อไป เป็นผลประโยชน์ล้วนเพราะจะได้กินมัดจำสบายๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…

ความทรงจำสุดสยองศพเดินได้

ความทรงจำสุดสยองศพเดินได้

ความทรงจำสุดสยองศพเดินได้

ความทรงจำสุดสยองศพเดินได้ มีวันหนึ่งจำได้ว่า เป็นช่วงเวลาเย็นๆประมาณ 5-6โมงเย็นเห็นจะได้
ผมกะน้องก็นั่งเล่นอยู่ตามขั้นบันได ส่วนแม่ผมก็นั่งด้วย ไม่แน่ใจว่า
นั่งสอนอ่านหนังสือ หรืออะไรกัน จำไม่ได้ พ่อผมก็ยังไม่กลับ

พี่ชายก็ยังไม่ถึงบ้าน ส่วนบ้านเช่าอีกหลังคนใต้ที่มาเช่าอยู่ ก็อยู่ในบ้านแล้ว
ซักพัก ไม่รู้แม่ผมเป็นอะไร นั่งอยู่ด้วยกันดีๆ ก็ลุกเดินขี้นบันได
ไปบนชั้นสองของตัวบ้านและเดินเข้าห้องไป และหายไปอยู่ห้องนานมาก

ผมกะน้องก็นั่งอยู่ ตรงขั้นบันได ก็ชวนกันเดินขึ้นบันได ไปตามแม่
แต่พอเข้าห้องไปแล้ว กลับไม่เจอแม่อยู่ในห้องเลย ทั้งๆทีบ้านบนชั้นสอง
ไม่มีห้องอะไรอีกเลย นอกจากที่โล่งๆ เราก็ตกใจกัน ก็เลยวิ่งไปหาพี่ๆที่บ้านเช่าอีกหลัง

บอกว่าแม่หายไปไหนไม่รู้ ให้ช่วยดูแม่หน่อย เค้าก็ออกมานอกห้องกัน
ประมาณ 3-4คน แล้วก็มายืนมองไปทีบ้านของผม แต่เขาจับตัวผม กะ น้องไว้
ไม่ให้วิ่งกลับไปที่บ้านของผม และสิ่งที่เค้าเห็นกัน …………

มันคือซากศพ…ครับ ทีมันเดินได้ ลักษณะของมันก็คือ ตัวแห้งหนังติดกระดูก ดำๆ
ผมเผ้ารุงรัง มองไม่เห็นหน้าตา แต่นุ่งผ้าถุงเก่าๆ คือประมาณว่า
คนตายแล้ว แล้วเอาไปฝัง หลายเดือน แล้วเอาขึ้นมาอะไรประมาณเนี้ยครับ

มันเดินออกจากห้องมา บนชั้นสองที่บ้านผม ที่แม่ผมหายไป มันมาหยุดพิงประตูไม้ที่เปิดอยู่!!!
แล้วมันก็อยู่แบบนั้น ครับ …พี่อีกบ้านที่เค้าดูอยู่ ผมก็ไม่รู้ว่าเค้ากลัวมั้ย หรืออะไร รู้แต่ว่า
มีคนหนึ่ง เอาไม้ ดันตัวมันครับ ผมเห็นพี่เค้าดันอยู่นานมาก ….. สุดท้ายมันทำยังไงรู้มั้ยครับ

มันเดินแบบ เซไป เซมา เข้าไปในห้องเหมือนเดิมครับ พอคราวนี้ มันหายเข้าไปในห้องแล้ว
พวกพี่ๆ ก็รีบวิ่งกันมาแล้วขี้นบ้านผม เพื่อจะไปดูแม่ผมที่หายไป  บาคาร่า

ปรากฎว่า แม่ผมหลับอยู่กลางห้อง โดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ถามว่าทำไมมานอนตรงนี้ แม่บอกว่าจะขึ้นมาเปิดไฟข้างบน แต่มันรู้สึกง่วงก็เลยนอน …..

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36051471…