Monthly Archives: กรกฎาคม 2019

ผีในหอพักมหาลัยชื่อดังแถวภาคใต้

ผีในหอพักมหาลัยชื่อดังแถวภาคใต้

ผีในหอพักมหาลัยชื่อดังแถวภาคใต้

 

ผีในหอพักมหาลัยชื่อดังแถวภาคใต้ สวัสดีครับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเราสมัยเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคใต้
จริงๆประสบการณ์เจอสิ่งลี้ลับในมหาลัยตลอด 4 ปีของผมนั้นค่อนข้างจะมีหลายเรื่อง
ส่วนใหญ่จะเจอแบบ ธรรมดามาแค่เสียงกับกลิ่น แต่เรื่องที่จะมาเล่านั้น
มาทั้งเสียงทั้งกลิ่นและทั้งภาพเลยครับ บาคาร่า

ย้อนกลับไปประมาณปี 2555 เกิดเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญขึ้นคือ มีคนร้ายลอบวางระเบิด
ภายในห้างดังแห่งหนึ่ง มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต หลายรายด้วยกัน
หลังจากนั้นพอเหตุการณ์สงบไม่กี่วัน ผมและเพื่อนได้ขับรถไป แถวๆตลาด
เพื่อที่จะซื้อของฝากกลับบ้านขณะที่ขับรถนั้นก็ได้ผ่านหน้าห้างแห่งนี้ไป
ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ เหตุการณ์ปกติ หลังจาก กลับมาถึงหอเรียบร้อยแล้ว
ด้วยความเพลียแดด ผมและเพื่อนจึงนอนหลับไป

ในขณะนั้นเป็นช่วงเวลาประมาณ บ่ายโมงกว่าๆ หลับๆไปกึ่งหลับกึ่งตื่น
อยากจะตื่นแต่ตื่นไม่ได้ ในขณะลืมตามัวๆนั้นมองไปเห็นเพื่อนนั่งอยู่ที่โต๊ะอ่านหนังสือ
แต่เราไม่สามารถตื่นได้ ลุกไม่ได้ขยับไม่ได้ อ้าปากไม่ได้ อาการนี้ผีอำชัวร์
แต่พีคสุดคือ สักพักได้กลิ่นเหม็นไหม้ลอยมา และมีเงาดำๆ
มายืนที่ปลายเตียงแล้วค่อยเลื่อนมานั่งทับที่กลางอกแล้ว พูดว่า
“มองกู มอง หน้ากู กูร้อน กูทรมาน ช่วยกูด้วย”
หลังจากนั้น พยามนึกถึงพ่อ แม่ ช่วยด้วยสวดมนต์ จนคลายหลุดออกมาแล้ว
วิ่งไปหาเพื่อนแล้วชวนเพื่อนลงไปด้านล่าง บอกว่าอยู่ไม่ได้แล้ว
เพื่อนก็รีบลงมาแล้วบอกว่าก่อนหน้านี้กูก็โดน แต่กูหลุดออกมาก่อน
แล้วมานั่งสักพักให้หายตกใจ ไม่คิดว่าจะโดนเหมือนกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…

ประสบการณ์หลอนจากของมือสอง

ประสบการณ์หลอนจากของมือสอง

ประสบการณ์หลอนจากของมือสอง

ประสบการณ์หลอนจากของมือสอง สมัยเรียนมหาลัย เราเคยซื้อกางเกงยีนส์มือสองมาจากเพื่อนที่รู้จัก
ซื้อมาก็เอาเก็บไว้ในตู้คิดว่ามีเวลาว่างจะเอามาซัก แต่หลังจากนั้นก็เจอเหตุการณ์แปลกๆ
ตอนนั้นพักอยู่หอ เวลาอยู่ห้องคนเดียวจะรู้สึกเหมือนมีคนอยู่ด้วย
เห็นเงาคนบ้าง ได้ยินเสียงแปลกๆบ้าง แต่ที่พีคที่สุดคือคืนนึง สะดุ้งตื่นขึ้นมา
เห็นผู้หญิงนั่งหันหลังให้ที่ปลายเตียง แน่ใจว่าไม่ได้ฝัน ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะหันมา
เราก็รีบเปิดโคมไฟที่หัวนอนเลย ปรากฎว่าหาย ผีแน่นอน!

ตอนแรกยังไม่รู้นะคะว่ามาจากกางเกง แต่ก็เป็นแบบนี้มาสองสามวัน บาคาร่า
พอถึงวันหยุดจะซักผ้า เอากางเกงที่ซื้อมาซัก เอามือล้วงไปในกระเป๋าเจอผมคนเป็นกำเลย
เป็นผมสีดำ เส้นไม่ยาวเหมือนโดนตัดแบบที่เห็นในร้านตัดผม ตอนนั้นตกใจมาก
วันต่อมาก็ไปถามเพื่อนเรื่องกางเกง เพื่อนบอกว่าเป็นของพี่สาว
นางบอกว่ากลับบ้านไปเอาเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่มาขายต่อที่ตลาดนัด ติดเสื้อผ้าพี่สาวนางมาด้วย
เราก็เลยเล่าเรื่องให้นาง นางก็บอกว่า ผีที่เจอน่าจะเป็นพี่สาวนาง
เสียไปได้สองสามปีแล้ว ฆ่าตัวตาย พี่นางป่วยเป็นโรคทางจิตอะไรสักอย่าง
ก่อนตายก็ชอบตัดผมตัวเอง หลังจากนั้นเราก็เอากางเกงมาคืน
แล้วไปทำบุญให้เขา จากนั้นก็ไม่เจออะไรอีก
แต่หลังจากนั้นก็ไม่เข็ดนะ ยังชอบซื้อของมือสองอยู่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…

สยองขวัญผีหอในมหาลัยติดทะเล

สยองขวัญผีหอในมหาลัยติดทะเล

สยองขวัญผีหอในมหาลัยติดทะเล

ตอนนี้เราอยู่ปี2 เรียนคณะมนุษยศาสตร์ และเลือกที่จะอยู่หอใน ห้อง4คน
เพราะมันสะดวกสบาย เดินทางไปเรียนง่าย ลดค่าใช้จ่ายไปเยอะ
แต่มันก็ต้องเเลกกับ ความน่ากลัวนะ ด้วยส่วนตัวเราเป็นคนมีเซ้นส์
อยู่ที่บ้านก็จะเห็น โน้นนี่ประจำ ก่อนที่จะเลือกอยู่หอใน ก็ได้ดูประวัติเรื่องนี้มาก่อนแล้ว
และคิดว่า เขาก็อยู่ส่วนเขา เราก็อยู่ส่วนเราไรงี้
แต่!! มันไม่ได้เป็นอย่างงี้อะสิ…

เราอยู่ฝั่งB ชั้นล่างสุด ห้องสุดท้าย หลังสุด
บรรยากาศมันเงียบมากและแจ๊คพอตไปกว่านั้นคือ มีเมท2คน รวมเราเป็น 3
เเต่อีกคน ยังไม่มาเลยต้องนอนแค่ 2คน อ้อๆลืมบอก เป็นเตียง 2ชั้น
คืนแรก คือไม่ปิดไฟนอน ตอนนั้นประมานตีหนึ่งมันหวิวๆมาก เรานอนเตียงติดระเบียง
มองโน้นนี่ มองตู้เสื้อผ้าที่เป็นไม้ มีกระดาษแปะไว้เขียนว่าจองแล้ว ตอนนั้นคือ
เรารู้สึกไม่โอเคเลย พยายามไลน์คุยกับรุ่นพี่ ว่าเเบบหนูกลัวมาก พี่บอกเดี๋ยวก็หลับTT
แต่สุดท้าย คืนแรกก็ไม่เจออะไร เราเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

วันที่สอง เพื่อนในสาขาเลยชวนขึ้นไป นอนบนห้องชั้น4ค่ะ เอาที่นอนลงมานอนเรียงกัน
อยู่กัน 5คน ตัวเรา นอนกลางเลย คืนแรกที่ห้องเพื่อนไม่มีอะไรค่ะนอนหลับสบาย
ไหว้พระแล้วด้วย แต่พอคืนสอง ที่ห้องเพื่อนอะสิ คืนนั้นเราเพลียมากตอนเพื่อนในสาขา
กำลังนอนอ่าหนังสือ (มั้งนะ จำไม่ได้ละว่ามันทำไร) ละก็อีกคนเอกอิ้งกำลัง
นอนเล่นมือถืออยู่ข้างๆ (คือเรานอนกลาง) ส่วนอีก 2คน ที่นอนบนเตียงก็ทำภารกิจส่วนตัว
เผลอหลับไปแต่เหมือนมันไม่สนิท คือยังรับรู้ว่าเพื่อนๆ ทำไรกันอยู่แต่แค่หลับตาลงเฉยๆ
คือรู้สึกเหมือนมีคน ยืนอยู่หน้าอ่างล้างหน้าที่อยู่ตรงห้องน้ำพอดี เหมือนเค้าแว๊บมา
อยู่ปลายเท้าเรา ตอนนั้นไฟเปิดอยู่นะ ละเค้าก็มาอยู่บนตัวเรา เราได้ยินเสียงเค้าอยู่ข้างๆหู
พูดว่า “มะนาวววว เธอออออ มะนาวววว” ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก
แล้วเพื่อนที่อยู่เอกอิ้งก็เขย่าตัวเรา เหตุการณ์มันผ่านไปเร็วมาก พอเราตื่นขึ้นมา
เพื่อนทั้ง4 คนที่อยู่ในห้อง ยังทำภารกิจทุกอย่างเหมือนเดิม…

แล้วเราก็เลย เล่าให้เพื่อนฟังจนได้รู้ว่า เพื่อนคนที่เป็นทอมมันเอามะนาวมาพอกหน้า
เอาเก็บไว้ในตู้คือเราก็ เดากันไปเรื่อยยย ว่าเค้าอาจจะไม่ชอบ
แต่เรื่องมันไม่หมดแค่นั้น ย้อนไปห้องเราที่อยู่ชั้นล่างสุด เราได้มีโอกาสไปเข้าค่ายอาสา
7 วันในปลายเทอม 1 และได้พบเจอรุ่นพี่ที่จบไปแล้วเยอะมาก
ในค่ายขณะที่เม้าท์มอยกันอยู่ มีพี่ที่จบไปเป็นพยาบาลคนนึงเค้าทักว่า เรามีเซ้นส์หรอ?
จากนั้นก็ถามว่า อยู่หอในรึป่าวหอในมี…เยอะน้า เราก็แปลกใจ

พี่พยาบาล เลยเล่าให้ฟังว่าราวปี49 (มั้งนะปี 40กว่าๆนี่แหระ)
สมัยพี่แกเป็น เฟรชชี่มีเพื่อนในรุ่นนี้ โดดตึกเสียชีวิตและตอนที่ตกลงมา
มือเค้าไปโดนโคมไฟตรงลานจอดรถ ทุกวันนี้โคมไฟนั้นยังแตกเหมือนเดิมนะ
ยังไม่ได้เปลี่ยนเลย (เราก็แบบใจหวิวแล้วอะ เลยถามพี่ว่าเค้าตกลงมาตรงไหน)

พี่บอกว่า เค้าตกแถวห้องท้ายๆอะ เพราะห้องเค้าอยู่ท้ายๆ…
เรารู้เลยว่า ตรงห้องกูแน่ๆ เพราะก่อนหน้านี้มีเพื่อนที่มาจากโรงเรียนเดียวกันเเวะเข้ามาหา
ละก็นั่งคุยกัน เรานั่งอยู่บนเตียง เพื่อนหันหน้าไปทางระเบียบ และอยู่ดีๆเพื่อนมันก็ตกใจ
ละก็รีบขอตัวกลับก่อน เพราะเห็นผ้าสีขาวปลิวลงมา เเต่มีเสียงดังตุบ!!!
เราก็เลยเดินไปดู คือไม่เห็นมีไรเลย ….

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…

นิทานอีสป ห่านกับไข่ทองคำ

นิทานอีสป 

นิทานอีสป

นิทานอีสป ห่านกับไข่ทองคำ นิทานสอนใจพร้อมภาพประกอบสุดน่ารักสำหรับอ่านก่อนนอน ให้เจ้าตัวเล็กได้หลับฝันดีทุกคืน

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังหานิทานสำหรับกล่อมลูกน้อยก่อนนอน วันนี้เราขอนำเสนอ นิ ท า น อี ส ป เรื่อง “ห่านกับไข่ทองคำ” ที่มาพร้อมกับเนื้อเรื่องสนุก ๆ ภาพประกอบน่ารัก ๆ

พร้อมข้อคิดคติสอนใจให้เจ้าตัวเล็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับบทเรียนชีวิตอีกด้วย บาคาร่า ว่าแล้วก็อย่ารอช้า ตามเราไปอ่านนิทานด้วยกันเลยค่ะ ^^

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสองตายายผู้แสนยากจนอาศัยอยู่ที่กระท่อมเก่า ๆ ในป่ากว้างอย่างสงบสุข แต่จู่ ๆ วันหนึ่งก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้น เมื่อตาเฒ่าพบว่าห่านที่เลี้ยงไว้นั้นออกไข่มาเป็นสีทองอร่าม

“ยาย ๆ ดูนี่สิตาเจออะไร ! ห่านของเราออกไข่มาเป็นทองคำด้วยล่ะ” ตาเฒ่าร้องเสียงดัง

“จริงหรือตาเฒ่า ? จู่ ๆ ห่านมันจะออกไข่มาเป็นทองคำได้ยังไงกัน” ยายเฒ่าถามกลับแบบไม่เชื่อหูตัวเอง

“ถ้ายายไม่เชื่อ เดี๋ยวตาเอาไข่ใบนี้ไปให้ในเมืองดูก่อนแล้วกัน จะได้รู้กันไปเลยว่านี่คือทองคำจริงหรือปลอม” พูดจบตาเฒ่าก็รีบเดินทางไปยังร้านทองในเมืองทันที

เมื่อตาเฒ่ามาถึงร้านทองจึงยื่นไข่ห่านปริศนาให้ช่างทองตรวจดูอย่างละเอียด เมื่อช่างทองยืนยันว่านี่แหละคือทองคำของแท้ ตาเฒ่าก็เสนอขายไข่ทองคำใบนั้นอย่างไม่รอช้า

แล้วมุ่งหน้ากลับบ้านไปบอกข่าวดีกับยายด้วยความตื่นเต้น  นิ ท า น อี ส ป

“ยาย ๆ ไข่ใบนั้นคือทองคำของจริง ตาได้เงินกลับมาตั้งเยอะแน่ะ ต่อไปนี้เราจะรวยกันแล้วนะ !” พูดจบแล้วทั้งสองก็กอดกันอย่างมีความสุ

จากวันนั้นเป็นต้นมา สองตายายก็หมั่นเก็บไข่ทองคำไปขายทุกวัน จนกลายเป็นเศรษฐีและมีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ แต่วันหนึ่งตาเฒ่าก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจว่าทำไมห่านของเขาถึงออกไข่ได้เพียงวันละฟองเท่านั้น

จึงเกิดความคิดขึ้นมาว่า

ยายเฒ่า.. วันนี้เราไปผ่าท้องห่านกันดีกว่า จะได้เอาไข่ทองคำทั้งหมดในนั้นไปขายทีเดียว มัวแต่เก็บวันละฟองแบบนี้ มันจะไปทันกินอะไร” ตาเฒ่าเอ่ยชวน

“ก็ดีเหมือนกันนะตา เราจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเดินทางเข้าเมืองทุกวัน” ยายเฒ่าเห็นดีเห็นงามไปด้วย

ว่าแล้วก็ไม่รอช้า สองตายายรีบจับห่านมาผ่าท้องทันที แต่ปรากฏว่าในท้องของห่านนั้นไม่มีไข่ทองคำอยู่เลยแม้แต่ฟองเดียว แถมทั้งสองยังต้องสูญเสียห่านของพวกเขาไป โดยไม่มีโอกาสเก็บไข่ทองคำไปขายอีกเลย..

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :

เวลาที่เด็กๆ อยากได้อะไร ต้องรู้จักพยายาม รู้จักขวนขวาย เพราะในโลกของความจริงนั้นไม่มีห่านที่ออกไข่ทองคำให้เราเหมือนในนิทาน ถ้าอยากมีฐานะร่ำรวยก็ต้องเรียนรู้ที่จะประหยัดอดออม

ไม่ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย หรือถ้าอยากได้ของเล่นก็ต้องรู้จักเก็บหอมรอมริบ หมั่นหยอดกระปุกทุกวัน และสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อคุณหนู ๆ ได้สิ่งของที่ต้องการแล้ว ก็ควรพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีกันด้วยนะคะ

ไม่อย่างนั้นชีวิตจะไม่เหลืออะไรเลยเหมือนกับสองตายาย หรือเป็นดั่งสุภาษิตไทยที่ว่า “โลภมาก มักลาภหาย” นั่นเอง…

นิทานอีสป เรื่อง เต่ากับเป็ด

นิทานอีสป

นิทานอีสป

นิทานอีสป เรื่อง เต่ากับเป็ด

ใครๆ ก็รู้ว่า เต่าเป็นสัตว์ที่แบกบ้านไว้บนหลัง ไม่ว่ามันจะพยายามอย่างหนักเพียงใด มันก็ทิ้งบ้านของมันไปไม่ได้ เล่ากันว่าเทพเจ้าจูปิเตอร์ลงโทษให้มันเป็นเช่นนี้

เพราะมันเป็นสัตว์ที่เกียจคร้านอยากอยู่กับบ้านจนไม่ได้ไปงานวิวาห์ของเทพเจ้าจูปิเตอร์ ถึงแม้ว่ามันจะได้รับเชิญเป็นพิเศษก็ตาม

หลังจากนั้นอีกหลายปี เจ้าเต่าก็เริ่มอธิษฐานให้มันได้ไปงานวิวาห์ในครั้งนั้น บาคาร่า เมื่อมันเห็นฝูงนกบินไปมาอย่างร่าเริง อีกทั้งกระต่ายป่า กระรอก รวมถึงสัตว์อื่นๆ

ก็โลดแล่นอย่างแคล่วคล่องว่องไวด้วยความกระตือรือร้นที่จะได้เห็นทุกสรรพสิ่งที่พึงได้เห็น เจ้าเต่าจึงรู้สึกเศร้าสลดหดหู่ใจยิ่งนัก มันก็อยากเห็นโลกกว้างเหมือนกัน ทว่ามันมีบ้านอยู่บนหลังของมัน

ทั้งยังมีขาอันแสนสั้นจนยากจะพามันไปไหนต่อไหน

วันหนึ่งมันได้พบเป็ดคู่หนึ่ง และเล่าให้พวกเป็ดฟังถึงปัญหาทั้งมวลที่มันต้องเจอ

“พวกเราช่วยให้ท่านเห็นโลกกว้างได้” เป็ดกล่าว “แค่งับไม้ท่อนนี้ไว้ แล้วพวกเราก็จะพาท่านลอยขึ้นไปบนอากาศ ซึ่งท่านจะมองเห็นภูมิประเทศทั้งหมด แต่จงอยู่เงียบๆ

ไว้นะ มิฉะนั้นท่านจะต้องเสียใจ”

เจ้าเต่าได้ฟังก็สุดแสนจะยินดี มันงับไม้ท่อนไว้แน่นด้วยฟันของมัน แล้วเป็ดสองตัวก็ช่วยกันยกไม้ตัวละด้าน พร้อมกับร่อนขึ้นไปยังก้อนเมฆ

และแล้วก็มีอีกาตัวหนึ่งบินผ่านมา มันประหลาดใจเหลือประมาณเมื่อได้เห็นภาพแปลกๆ และร้องว่า “นี่ต้องเป็นราชาเต่าแน่ๆ!”

“อ้าว แน่สิ…” เจ้าเต่าเริ่มเอ่ยปาก

ทว่าทันทีที่มันอ้าปากเพื่อเอ่ยคำโง่งมเหล่านี้ออกมา มันก็หลุดจากไม้แท่งนั้นแล้วร่วงลงสู่พื้นดิน ก่อนที่ร่างของมันจะแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเมื่อกระทบก้อนหิน

:: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ::

ความอยากรู้อยากเห็นและหยิ่งทะนงมักนำไปสู่ความหายนะ

:: พุทธภาษิต ::

อิ จฺฉาย พชฺฌตี โลโก อิจฺฉาวินยายุ มุจฺจต อิจฺฉาย วิปฺปหาเนน สพฺพํ ฉินฺทติ พนฺธนํ
โลกถูกความอยากผูกพันไว้ จะหลุดได้เพราะกำจัดความอยาก
เพราะละความอยากเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกทั้งปวงได้…

นิทานก่อนนอนสอนใจสำหรับลูกน้อย นกกระสากับหมาจิ้งจอก

นิทาน

นิทาน

นิทานอีสป เรื่อง นกกระสากับหมาจิ้งจอก นิ ท า น เล่าก่อนนอนสำหรับลูกน้อย พร้อมข้อคิดสอนใจดี ๆ ที่เด็ก ๆ ฟังได้ไม่มีเบื่อ

เอาล่ะค่ะคุณพ่อคุณแม่ กำลังรับศึกลูกน้อยงอแงก่อนนอนกันอยู่ใช่ไหมคะ ? วันนี้กระปุกดอทคอมขอนำเสนอ ให้เล่า นิ ท า น อีสปเรื่อง “นกกระสากับหมาจิ้งจอก” เลยค่ะ

เพราะมีทั้งเนื้อเรื่องสนุกสนานชวนให้ติดตามทั้งยังมีข้อคิดและคติสอนใจตบท้าย เอาไว้ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นในสังคมอีกด้วย บาคาร่า ว่าแล้วก็อย่าปล่อยให้เจ้าตัวเล็กรอนาน

ไปอ่าน นิ ท า น ดี ๆ พร้อมกับเราเลยดีกว่าค่ะ ^^

กาลครั้งหนึ่งในวันที่สัตว์ทั้งหลายกำลังพักผ่อนกันอย่างสงบสุข จู่ ๆ หมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ก็นึกวางแผนชวน นกกระสา มากินข้าวด้วยกัน จะได้กลั่นแกล้งให้รู้สึกอับอายขายขี้หน้า

เพราะตนคิดว่ารูปร่างของนกกระสานั้นดูสูงเก้งก้างขัดตา แถมยังมีปากยาวเหยียดจนน่าขำมาตลอด

“เจ้านกกระสา.. วันนี้สนใจมากินข้าวมื้อเย็นกับข้าไหม ?” หมาจิ้งจอกเอ่ยชวนด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ทำให้นกกระสาตอบรับคำชวนอย่างยินดี “ได้สิ เจ้าจิ้งจอก ข้าจะเก็บท้องไว้กินอย่างเอร็ดอร่อยเลยล่ะ

คอยดูนะ !”ว่าแล้ว นกกระสาก็ขอแยกตัวไปเตรียมพร้อมสำหรับมื้อพิเศษ โดยไม่เอะใจอะไรแม้แต่น้อย

เมื่อเวลามื้อเย็นมาถึง นกกระสาก็เดินทางมาหาหมาจิ้งจอกตามนัด แต่สิ่งที่พบกลับเป็นซุปชืด ๆ ในชามปากกว้างก้นตื้นเพียงเท่านั้น “ข้าทำให้เจ้าสุดฝีมือเลยนะ ขอให้กินให้อร่อยล่ะ เจ้านกกระสา

” หมาจิ้งจอกกล่าวต้อนรับ ก่อนนกกระสาจะยิ้มขอบคุณแล้วลงมือกินซุปทันที แต่พยายามกี่ครั้งก็ไม่สำเร็จ เพราะปากที่ยาวของมัน ไม่สามารถกินอาหารจากชามก้นตื้นแบบนี้ได้

“ฮ่า ๆ ๆ ดูเจ้านกกระสาแสนโง่นั่นสิ ตลกชะมัดเลยใช่ไหมพวกเรา !?” เสียงของหมาจิ้งจอกที่ดังขึ้น ทำให้นกกระสาหันไปพบว่า มีสัตว์ตัวอื่นกำลังหัวเราะกับท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ของตัวเองอยู่ จึงเข้าใจทันทีว่า จริง ๆ แล้ว

นี่คือแผนกลั่นแกล้งของหมาจิ้งจอกสุดเจ้าเล่ห์นั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้น นกกระสาก็ไม่ถือโทษโกรธอะไร พร้อมเดินกลับบ้านตัวเองไปแม้จะหิวโซมาก็ตาม

หลายวันต่อมา นกกระสาถือโอกาสชวนหมาจิ้งจอกมากินข้าวด้วยกันบ้าง คราวนี้ นกกระสาเตรียมเนื้อเอาไว้ในเหยือกน้ำทรงสูง ทันที่หมาจิ้งจอกเห็น ก็รีบพุ่งเข้าไปหาทันที แต่ปากของมันก็ไม่ยาวพอที่จะยื่นลงไปถึงเนื้อ

ของโปรดได้ นกกระสาจึงพูดขึ้นมาว่า “อย่าหาว่าข้าใจร้ายกับเจ้าเลยนะ เจ้าจิ้งจอก เพราะข้าแค่ทำเหมือนกับที่เจ้าเคยทำไว้กับข้าเท่านั้นเอง” ได้ฟังดังนั้น หมาจิ้งจอกเลยต้องยอมกลับบ้านไป โดยไม่มีอะไรตกถึงท้อง

เลยแม้แต่นิดเดียว..

นิทาน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :

การใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อื่น ถ้าอยากมีเพื่อนที่ดีอยู่รอบตัว เราก็ควรทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีให้แก่เขาเช่นกัน เพราะฉะนั้นเด็ก ๆ อย่าคิดแต่จะกลั่นแกล้งให้คนอื่นต้องทุกข์ใจเหมือนเจ้าหมาป่านะคะ

เพราะสักวันหนึ่งสิ่งไม่ดีที่เคยทำเอาไว้ จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง ซ้ำยังไม่มีใครคอยยื่นมือมาช่วยเหลืออีกด้วย แต่ทั้งนี้ การแก้แค้นเอาคืนแบบนกกระสา ก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเท่าไรนัก เ

พราะเราควรรู้จักให้อภัยต่อกัน ถ้ารู้แล้วว่าใครนิสัยไม่ดี หรือคิดร้ายต่อตัวเรา สิิ่งที่ดีที่สุดก็คือ พยายามอย่าไปข้องเกี่ยวกับคนคนนั้นจะดีที่สุดค่ะ…

อ่านนิยายแนวไหน บ่งบอกได้ถึงนิสัย

นิยาย

นิยาย

มื่อพูดถึงนิยาย หลายคนก็คงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี และหลายๆ

คนก็ชอบอ่านนิยายกันใช่ใหมล่ะ

โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชอบอ่านนิยายมากกว่าผู้ชายแต่เรารู้หรือไม่ว่าการอ่านนิยายก็สามารถบ่งบอกถึงนิสัยใจคอของคนๆ นั้นได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวค่ะ

เอาล่ะเราลองมาดูกันดีกว่าว่าคนที่ชอบอ่านนิยายแนวไหนจะเป็นคนยังไง บาคาร่า

1 ชอบอ่านหนังสือดาราหรือหนังสือที่มีภาพเยอะๆ : เธอเป็นคนที่ช่างเม้าท์ช่างเจรจา เพื่อนสนิทมิตรสหายของเธอมีมากมายเหมมือนฝูงนกกระจอก

เธอเป็นคนที่เก่งในเรื่องของการจัดการสามารถสลับคิวกิ๊กไม่ให้ชนกันได้ แต่ควรระวังแฟนนอกใจแก้แค้น ถึงเธอจะเป็นเพื่อนกินที่หาง่าย แต่ยังไงๆ เพื่อนก็ยังพอใจที่จะมากินกับเธออยู่ดี

เป็นเพราะเธอใจดีไม่หวงของกิน

2 ชอบอ่านหนังสือประเภทเรื่องเหลือเชื่อ : คนที่ชอบอ่านเรื่องแปลกๆ อัศจรรย์ใจอย่างเรื่องปลาวาฬออกลูกเป็นไข่ ไก่ออกลูกเป็นตัว เธอเป็นคนใจกว้างยิ่งกว่าทะเล

มักให้ความสำคัญกับคนอื่นเท่าๆกัน มีจิตใจคนโอบอ้อมอารีเป็นคนดีจริง แถมยังชอบพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนรอบข้าง แต่ควรละเว้นเรื่องชาวบ้านที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

เพราะเธออาจกลายเป็นคนขี้นินทา อาจทำให้จุดยืนในการเป็นคนดีต้องด่างพร้อม

3 ชอบอ่านหนังสือผีหรือเรื่องสยองขวัญ : เธอเป็นคนที่ชอบให้ผีทำหัวตั้งโดยไม่ต้องใช้เจล เพราะชอบความตื่นเต้นเร้าใจ แต่เธอค่อนข้างจะเบื่อง่าย ทำให้บรรดาผีๆ

ต้องทำงานหนักในการหามุกใหม่ๆ มาหลอกเธอเธอไม่กลัวกับการเสี่ยงภัย สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ดี ถึงภายนอกเธอจะดูเป็นคนง่ายๆสบายๆแต่ที่

จริงเธอเป็นคนมีจดจำรายละเอียดต่างๆได้ดี สามารถแยกแยะชนิดของผีได้ไม่ผิดตัว

4 ชอบอ่านหนังสือกีฬาหรือหนังสือท่องเที่ยว : เธอเป็นคนที่รักการผจญภัย ชอบที่จะไปในที่ๆแปลกใหม่ เป็นคนติดดินเธอมักตกหลุมรักสัตว์และธรรมชาติ

ถ้าสามารถแต่งงานข้ามสปีชี่ได้ เธออาจเป็นคนแรกที่แจ้งความจำนง การไปเที่ยวสวนสัตว์ทำให้เธอดูกลมกลืน จึงควรระวังพนักงานจับใส่กรง แต่ถึงจะจริงเธอก็ไม่ตกใจ สำหรับคนอื่นเรียกปัญหาใหญ่

5 ชอบอ่านนิยายรักโรแมนติก : เธอเป็นคนที่มีกล้ามเนื้อขาแข็งแรงกว่าเพื่อนเพราะทั้งชีวิตเธอมักจะชอบวิ่งตามล่าหาความรัก ไม่ใช่ว่าเธอเป็นคนไม่มีใครมาจีบ

แต่เธอมักไม่ค่อยพอใจและอยากมีความรักที่โรแมนติกเหมือนในนิยายที่ชอบอ่าน ชอบอยู่ในโลกของความฝันมากกว่าความจริง แต่สิ่งที่เธอมีมากกว่าใครๆ

ก็เรื่องความเข้าอกเข้าใจคนอื่น เธอจึงเป็นเพื่อนที่ดี มีหูไว้ฟังเรื่องไม่สบายใจของเพื่อนได้ไม่มีเบื่อ

6 ชอบอ่าน How to หรือวิธีคิดแบบต่างๆ : เธอเป็นคนที่แอบดื้อไม่บอกใคร เป็นเด็กแนวแบบที่ไม่กระโดกกระดาก พกความมั่นใจติดกระเป๋าทุกๆวัน

แต่เธออ่อนโยนเหมือนก้อนหินหุ้มด้วยสำลี ไม่มีอาการก้าวร้าวให้เห็น แถมยังมีความเข้าใจคนอื่นดี รู้จักให้อภัย งานอดิเรกคือเปิดศูนย์รับปรึกษาชีวิตและหัวใจ

ที่ใครต่อใครจะต้องจับเบอร์เพื่อเข้าคิวฟังการคอมเม้นท์จากเธอ ซึ่งเธอก็พอใจเพราะอยากให้ตัวเองเป็นที่เชื่อถือของคนอื่น

7 ชอบอ่านนิตยสารผู้หญิงหรือแฟชั่น : ถ้าเอาเรื่องความสวยความงามไปคุยกับเธอรับรองว่าเธอจะต้องร้องกรี๊ดเหมือนแมลงสาบบินเฉี่ยว เพราะเธอน่ะชอบมากถึงขั้นคลั่งไคล้

อยากให้ตัวเองดูล่ำ เอ๊ย! ล้ำนำเทรนด์เป็นเจ้าแม่แฟชั่น สนใจในเรื่องความทันสมัย ชวนเธอไปป่าเธอจะต้องส่ายหน้าแล้วร้องยี้ แต่ถ้าชวนไปปาร์ตี้เธอจะไม่ยอมพลาด

เพราะการสังสรรค์กับคนมากมายมันช่วยเพิ่มพลังชีวิตให้เธอได้อย่างไม่น่าเบื่อ

8 ชอบอ่านหนังสือกลอนหรือวรรณคดี : เธอเป็นที่อ่อนไหวและสะเทือนใจง่ายจึงควรจะหลีกเลี่ยงแนวแผ่นดินไหว นอกจากเธอจะสะเทือนใจแล้วยังจะสะเทือนตัวอีกด้วย

เพราะเธอเปราะบางร่างกายขาดแคลเซี่ยม ช่างคิดช่างฝันชอบใช้หัวใจมากกว่าสมอง ส่งผลให้เธอเป็นโรคหัวใจโตแต่สมองฟีบ แต่ความเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาชอบช่วยเหลือใครๆ

มันก็จะพอทดแทนความเจ้าอารมณ์ไร้เหตุผลของเธอได้เป็นอย่างดี

9 ชอบอ่านนิยายสืบสวนหรือวิทยาศาสตร์ : เธอเป็นคนที่ช่างคิดช่างฝันไม่ใช่ฝันเพ้อเจ้อเพราะสิ่งที่ฝันมันจะต้องสร้างสรรค์และมีพื้นฐานจากความจริงเสมอ แต่บางทีก็ต้องบอกว่ามันล้ำจนเกินไป

เรื่องบางเรื่องหาคนเข้าใจยาก เธอก็เลยดูออกจะฟุ้งซ่านนิดๆ แต่ถ้าคนที่สามารถเปิดใจกว้างทนรับฟังแนวคิดของเธอได้ ก็จะรู้ว่าเธอน่ะไม่ธรรมดาเชียวล่ะ แต่ถ้าใครคิดที่จะรักเธอก็ต้องทำใจเพราะไม่โรแมนติกเอาซะเลย

10 ชอบอ่านพ็อกเก็ตบุ๊คดาราหรือคนดัง : เธอเป็นคนที่สนใจเรื่องราวรอบตัว แค่อยากเห็นด้วยตาอย่างเดียวไม่พอ จะต้องอยากรู้เรื่องของคนอื่นอีกด้วย ถึงบางทีเธอจะโดนเม้าท์ลับหลังว่าเธอเป็นทายาทตระกูล

”จุ้นจัง” มันทำให้เธอเป็นคนที่รอบคอบในการตัดสินใจ เพราะเธอเอาเรื่องราวของชาวบ้านมาบันทึกไว้ในสมอง เพื่อจะได้ใช้ในการดำเนินชีวิต คนที่ทะเยอทะยานอย่างเธอมัวลองผิดลองถูกมันเสียเวลา

11 ชอบอ่านหนังสือการ์ตูน : คำว่า ”เครียด” หมายความว่าอะไร ถ้าเอาไปถาม เธอจะต้องทำหน้าโนเนะแล้วบอกว่าไม่รู้จัก เธอมองโลกในแง่ดีและรักสนุกจึงมีก้อนเพื่อนที่ใหญ่มาก

แต่เครื่องปรุงที่เธอขาดไปทำให้ชีวิตไม่ครบรส ก็คือความจริงจังและตั้งใจ มัวทำเป็นเรื่องเล่นเรื่อยไปในชีวิตจะไม่เจริญเติบโต

12 ชอบอ่านหนังสือพิมพ์ : สำหรับเธอถ้าจะเอาตลับเมตรมาวัดความคิด คงจะวัดไม่ได้ เพราะความคิดของเธอทั้งกว้างไกลสุดขอบโลก เธอมีเรด้าร์จับความเคลื่อนไหว ใครกระดิกปุ๊บเธอจะต้องรู้ปั๊บ

ถึงความเป็นคนจริงจังของเธอไม่ได้ทำร้ายใคร แต่มันทำให้คนอื่นเกรงใจ และเปรียบเธอเหมือนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเธอดูไม่มีชีวิตชีวาเหมือนพวกไม่มีหัวใจ คนที่อยากจะตอแยหรือเฉียด

เข้าใกล้ก็จะมีแต่พวกไม่กลัวผีเพราะว่าจิตแข็งเท่านั้น

ขอบคุณแหล่งที่มา sanook.com…

นิทานใต้ต้นไม้

นิทาน

นิทาน

นิทานใต้ต้นไม้

เดินทางมาจนถึงเล่มสุดท้ายแล้ว สำหรับชุด นิ ท า น และการ์ตูนแอนิเมชั่น “ตามคำพ่อ” โดย เครือข่ายสานต่อที่พ่อทำ

ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นทั้งหมดรวม ๗ เล่ม เพื่อให้เด็กๆ อายุ ๔-๖ ปี และอายุ ๗-๙ ปี ได้เรียนรู้ พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พร้อมสร้างแรงบันดาลใจน้องๆ สามารถนำข้อคิดและคติสอนใจไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไป บาคาร่า

โดย นิ ท า น เล่มที่ ๗ นี้ ผู้แต่งได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ที่ทรงพระราชทานเพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็ก

ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๑ ความตอนหนึ่งว่า “ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นพื้นฐานของความดีทุกอย่าง เด็กๆ จึงต้องฝึกฝนอบรมให้เกิดมีขึ้นในตนเอง เพื่อจักได้เติบโตขึ้นเป็นคนดีมีประโยชน์

และมีชีวิตที่สะอาด ที่เจริญมั่นคง”

เนื้อหาของ นิ ท า น บอกเล่าเรื่องราวของเด็กสองคนที่มีจิตใจดี ตั้งใจทำสิ่งดีๆ ให้กับครอบครัวและเพื่อนบ้าน ซึ่งเด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าความซื่อสัตย์สุจริต คือ

พื้นฐานที่สำคัญของการทำความดี ถือเป็นแนวทางในการตัดสินใจทำความดีที่บริสุทธิ์และงดงามอย่างแท้จริง โดยนอกจากน้องๆ จะได้เพลิดเพลินกับการอ่านเรื่องราวๆ

ที่สนุกสนานแล้ว ยังจะได้สนุกไปกับการวาดภาพระบายสีตัวการ์ตูนใน นิ ท า น รวมถึงตกแต่งหนังสือด้วยสติ๊กเกอร์สีสันสดใส เพื่อเติมเต็มจินตนาการของน้องๆ ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ทางเครือข่ายสานต่อที่พ่อทำยังคงต่อยอดในการนำสมุด นิ ท า น และดินสอสี นิ ท า น ตามคำพ่อไปมอบให้แก่มูลนิธิและโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยเด็กรักษาตัวเป็นระยะเวลานาน

หรือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือมีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเรียนรู้ ซึ่งไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ รวมทั้ง ยังเปิดโอกาสให้มูลนิธิและโรงพยาบาลที่มีความต้องการ

สมุดนิทานตามคำพ่อ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ทาง แฟนเพจ สานต่อที่พ่อทำ

สำหรับผู้ปกครองที่สนใจสามารถดาวน์โหลดสมุด นิ ท า น เรื่อง “นิทานใต้ต้นไม้” ได้ทางแฟนเพจสานต่อที่พ่อทำ fulfillingfatherslegacy

และเผยแพร่เนื้อหาในรูปแบบการ์ตูนแอนิเมชั่น ๒ มิติ ความยาว ๓ นาที ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ขอบคุณแหล่งที่มา teen.mthai.com…

เลี้ยงลูกด้วยนิทาน” ปูพื้นฐานพัฒนาการชีวิต 6 ด้าน

นิทาน

นิทาน

นิทาน หนึ่งสิ่งสำคัญที่เป็นเพื่อนกับเด็กมาทุกยุคทุกสมัยแม้ในยุคปัจจุบันที่เด็ก ๆ

และคุณพ่อคุณแม่ถูกแวดล้อมด้วยข้อมูลความรู้ สื่อต่าง ๆ ที่รวดเร็วและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแล้วก็ตาม นั่นก็คือหนังสือ เจาะจงให้เฉพาะไปอีก นั่นก็คือหนังสือนิทาน

หลายคนอาจสงสัยว่าหนังสือนิทานที่มีเพียงภาพสวยๆ และคำน้อยๆ เด็กอ่านแล้วจะได้ประโยชน์อะไร

ถ้าอย่างนั้นเราลองมาทำความรู้จักพลังของหนังสือนิทานจากนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กกันเลยดีกว่า แล้วคุณจะเข้าใจถึงความมหัศจรรย์ของหนังสือนิทาน

ประโยชน์ของหนังสือนิทาน 6 ด้านที่ส่งผลต่อพัฒนาการของลูก บาคาร่า

สร้างสายสัมพันธ์ (attachment)

ดังที่ทราบกันแล้วว่าพัฒนาการที่สำคัญที่สุดในช่วง 3 ขวบปีแรกของมนุษย์คือการสร้างสายสัมพันธ์กับแม่ หรือพ่อ อย่างแข็งแรงมากที่สุด

สายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในสามขวบปีแรกนี้จะทำหน้าที่กำกับชีวิตของเด็กๆให้อยู่ในเส้นทางที่ดีตลอดกาลนาน การอ่านหนังสือวันละ 15 นาที

ให้ลูกฟังก่อนนอนเป็นกิจกรรมที่ง่ายมากในการประกันว่าพ่อแม่จะได้อยู่ใกล้ลูกแน่ๆ อย่างน้อยก็ทุกวันๆละ 15 นาที ได้เห็นหน้า ได้ยินเสียง

ได้แตะเนื้อต้องตัว และมีปฏิสัมพันธ์ ทำให้เด็กเล็กสามารถสร้างพ่อแม่ที่มีอยู่จริงขึ้นมา สร้างสายสัมพันธ์กับพ่อแม่ และสร้างตัวตน (self) ที่แข็งแรงมากในที่สุด

ตัวตนคือรากฐานของพัฒนาการอีกหลายๆ เรื่องในอนาคต

พัฒนาการด้านภาษา

ระหว่างที่พ่อแม่ลูกนอนอ่านนิทานด้วยกัน เด็กเล็กจะมองเห็นเส้นสายตัวอักษรคืออักขระ และได้ยินเสียงพ่อแม่อ่านหนังสือไปตามอักขระ

ด้วยกระบวนการนี้ทุกวัน วันละ 15 นาที สมองของเด็กจะพัฒนาความสามารถที่เรียกว่าการให้สัญลักษณ์ (symbolization) กล่าวคือรู้ว่า “เส้น”

มิได้เป็นเพียงแค่เส้น แต่มีสัญลักษณ์ซ่อนอยู่ภายใต้เส้นนั้น นี่คือโครงสร้างที่สำคัญมากของสมองในวันหน้า นั่นคือความสามารถที่จะให้สัญลักษณะ

ใช้สัญลักษณ์ และถอดความหมายของสัญลักษณ์ เป็นรากฐานของการใช้ภาษาทั้งการอ่าน การเขียน และคณิตศาสตร์ ไม่นับศาสตร์ด้านอื่นๆ รวมทั้งความสามารถที่จะใช้อุปมาอุปมัย (metaphor)

พัฒนาการด้านการคิด

เด็กเล็กไม่เพียงเห็นเส้นสายที่ก่อรูปเป็นอักขระ แต่เขาจะเห็นรูปภาพประกอบนิทานด้วย เช่น ช้าง รูปช้างที่เด็กเห็นในวันแรกจะกระตุ้นวงจรประสาทในสมองให้ทำงาน

วงจรประสาทที่ถูกระตุ้นนั้นจะได้เห็นและรับข้อมูลรูปภาพอื่นๆ อีกในเวลาต่อมา เช่น ช้างจากหนังสืออีกเล่มหนึ่ง ทำให้วงจรประสาทนั้นพัฒนาไปอีก ช้างคือสัตว์ที่มีหูใหญ่

มีอะไรบางอย่างที่ยืดยาวออกมาระหว่างตา และใจดี ความคิดเรื่องช้างจะแปรเปลี่ยนไปทุกวัน มีบ้างบางวันที่เด็กเล็กนอนหลับตาฟังนิทานโดยไม่ดูรูป

สมองของเขาจะวาดภาพช้างตัวใหม่ขึ้นมาอีก ช้างนั้นจะแปรเปลี่ยนไปทุกวัน แล้วแต่สมองรับรู้เรื่องช้างมากน้อยเพียงใด ที่มหัศจรรย์คือถึงแม้ว่าวันหนึ่งเขาจะได้เห็นช้างจริงๆ เดินในสวนสัตว์

แต่ช้างในสมองของเขาก็ยังมีหลายรูปแบบให้เขาเลือกใช้และต่อยอดความคิดไปตามสถานการณ์ จะเห็นว่านี่คือสมองที่เปิดกว้างและไร้ขีดจำกัดอย่างแสนมหัศจรรย์

พัฒนาการด้านสติปัญญา

สติปัญญาที่แท้เกิดจากความเชื่อมโยง (connection) มิได้เกิดจากความจำหรือการท่องจำ การอ่านนิทานก่อนนอนทุกวันๆ ละ 15 นาที

จนกระทั่งสร้างนักอ่านขึ้นมาจนได้ในตอนท้ายจะช่วยให้สมองของเขามีวงจรประสาทนับล้านที่เชื่อมโยงกันอย่างทั่วถึง ไม่แยกส่วน

สามารถเชื่อมศาสตร์หนึ่งไปสู่อีกศาสตร์หนึ่งโดยอัตโนมัติอย่างที่เรียกว่าไม่ต้องพยายามคิดหัวแทบแตก สมองจะพัดพาความคิดไปเอง

เช่น จากช้างเอราวัณของพระอินทร์ เชื่อมไปสู่โครงสร้างทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เป็นต้น

เรื่องจิตใจ

นิทานก่อนนอนในปฐมวัยเป็นการผจญภัยไปในดินแดนต่างๆ ในบ้าน นอกบ้าน ในโลก นอกโลก ใต้น้ำ อวกาศ ใต้ดิน ยอดเขา

ไปจนถึงในจินตนาการ เช่น บนเขาไกรลาศหรือยอดเขาโอลิมปัส ด้านเนื้อเรื่องของนิทานก็มีตั้งแต่สุขสันต์นิรันดรไปจนถึงเรื่องราว

ด้านมืดของความเป็นมนุษย์ คือ รัก โลภ โกรธ หลง ชีวิต ความตาย รวมทั้งภูตผีปีศาจ สารพัดเรื่องราวที่จะเข้าไปรวบกวนจิตใจ ทั้งด้านบวกด้านลบด้านสว่าง

ด้านมืดด้านดีด้านร้าย ทำให้จิตใจต้องพัฒนากลไกป้องกันตัวทางจิตใจในระดับจิตใต้สำนึก (unconscious defense mental mechanism)

เพื่อเตรียมรับมือความเป็นจริงของชีวิต (reality) ที่จะมีทั้งสุขทุกข์ดีร้ายและร้ายที่สุดเวียนกันเข้ามาหา การอ่านนิทานก่อนนอนคือการสร้างเกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง

วินัยการนอน

เหตุผลที่ต้องอ่านหนังสือนิทานก่อนนอน

เหตุผลหนึ่งคือเป็นอุบายที่จะดึงพ่อแม่มาอยู่พร้อมหน้ากับลูกทุกวัน เพียง 15 นาทีก็ยังดี อีกเหตุผลหนึ่งเพื่อสร้างวินัย

การเข้านอน เด็กเล็กควรเข้านอนตรงเวลา ไม่ดึกจนเกินไป เพื่อเป็นหมุดหมายให้กิจกรรมอื่น ๆ มีจังหวะเวลาของตัวเองด้วย

และอีกเหตุผลหนึ่งคือเพื่อใช้เวลาก่อนเข้านอนนี้ช่วยปรับหรือเปิดโอกาสให้คลื่นสมองเข้าสู่ระยะสงบก่อนจะถึงเวลานอน

ที่สำคัญคือการจัดสภาพแวดล้อมก่อนนอนให้สงบ ห้องนอนหรือเขตนอนไม่กว้างเกินไป สะอาด ปราศจากฝุ่น ไม่รกรุงรังเกินสมควร

ไฟสว่างพอที่จะอ่านหนังสือแต่ไม่รบกวนการนอน พ่อแม่ตัวเป็นๆ มาอยู่ด้วยกัน วางมือถือ อ่านนิทานด้วยน้ำเสียงสงบพอสมควร

เหล่านี้เป็นการเตรียมคลื่นสมองการนอนเข้าสู่ระยะพักเพื่อเคลื่อนตัวเข้าสู่การนอนระยะที่ 1 ต่อไป อันจะนำไปสู่การนอนที่สงบ ลึก

ได้พักผ่อน และการฝันที่ดี เหมาะสม ไม่มากไปไม่น้อยไป คือการพักเครื่อง จัดระเบียบข้อมูลในแต่ละวัน เพื่อเตรียมตัวตื่นขึ้นพบวันใหม่ อันจะทำให้ได้สมองที่ดีที่สุด…

ข้อดีของการอ่านนิยาย ยิ่งอ่านยิ่งรู้ สมอง ยิ่งแลน

สมอง

สมอง

การหนังสือก็เปรียบเสมือนปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตเรา

เพราะถือเป็นอาหารสมองที่จะช่วยบำรุงความรู้

 

1.ลดความเครียด

ไม่เพียงแต่กระตุ้นการทำงานของสมอง แต่การอ่านหนังสือยังมีข้อดีที่น่าสนใจอย่างช่วยลดความเครียดได้ด้วย

โดยนักจิตวิทยาได้แนะนำว่า การอ่านหนังสือนิยาย หรือหนังสือที่เราชอบในช่วงเวลาที่มีความเครียดจากงาน

หรือสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวัน จะทำให้ความเครียดที่มีอยู่หายไปได้ บาคาร่า เพราะเมื่อเรามีสมาธิในการอ่านหนังสือที่อยู่ในมือ

เราก็จะลืมเลือนเรื่องที่กำลังกังวล หรือเรื่องที่กำลังเครียดอยู่โดยอัตโนมัติ เผลอ ๆ ข้อคิด หรือมุมมองดี ๆ ที่ได้จากหนังสือ

ก็อาจจะช่วยให้เรื่องที่กำลังเครียดอยู่กลายเป็นเรื่องสิว ๆ ไปเลยก็ได้

2.กระตุ้นการทำงานของสมอง

สมองก็เป็นอวัยวะอย่างหนึ่งในร่างกาย ที่ต้องการการออกกำลัง เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการทำงานให้ลื่นไหลไม่ติดขัดอยู่เสมอ

และจากการวิจัยทางการแพทย์ก็พบว่า การอ่านหนังสืออยู่เสมอจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง และกระตุ้นกระบวนการคิด

ทำให้ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ และโรคความจำเสื่อม เพราะการใช้สมองคิดตามสิ่งที่อ่าน จะทำให้สมองได้ทำงานอยู่ตลอดนั่นเอง

3.ได้สำนวนภาษา

หากลองสังเกตดี ๆ จะรู้ว่า การอ่านหนังสือนั้นช่วยให้เราได้เรียนรู้สำนวนภาษา คำศัพท์ วิธีการพูดอย่างสละสลวย นุ่มนวล

ยิ่งถ้าได้อ่านหนังสือภาษาต่างประเทศ หรือหนังสือแปล เราก็จะมีโอกาสได้เรียนรู้คำศัพท์ และสำนวนใหม่ ๆ ไม่รู้จักจบสิ้น

ไม่เชื่อลองสังเกตสำนวนการพูดหรือสำนวนการเขียนของคนที่ชอบอ่านหนังสือดูก็ได้ แล้วจะได้เห็นความแตกต่าง ว่าเขาสามารถพูดจา

และเขียนหนังสือได้อย่างไม่สะดุด อ่านก็ลื่นตา ฟังก็ลื่นหู เห็นได้ชัดว่ายิ่งอ่าน ก็ยิ่งได้ประโยชน์ดี ๆ ต่อตัวคุณเองอย่างไม่น่าเชื่อเลยเนอะ

4.พัฒนาทักษะการเขียน

เชื่อได้ว่าคนที่อ่านหนังสือทุกคน แม้จะอ่านบ่อยหรือไม่ค่อยบ่อยก็ตาม จะต้องมีนักเขียนในดวงใจ ที่เราอ่านแล้วชอบวิธีการเขียน

และสำนวนของเขาเหลือเกิน ซึ่งสิ่งนี้และที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะทางด้านการเขียนให้เรา และยิ่งถ้าได้อ่านบ่อย ๆ

ก็จะได้ทั้งคำศัพท์และสำนวนภาษาที่เขาใช้เขียนหนังสือกัน ไม่แน่ว่าสักวันคุณก็อาจจะได้เป็นนักเขียนฝีมือดีคนหนึ่งเลยก็ได้นะ

5.ให้ความสงบ

ผลวิจัยทางการแพทย์ได้พิสูจน์แล้วว่า นอกจากการอ่านหนังสือจะช่วยให้เรามีสมาธิขึ้นแล้ว การอ่านหนังสือยังช่วยให้ร่างกายเราเกิดความรู้สึกสงบขึ้นด้วย

โดยหากอ่านหนังสือแนวปรัชญาหรือหนังสือที่ให้แนวคิด จะช่วยลดความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติได้

หรือถ้าอ่านหนังสือประเภทฮาวทู (self-help books) ก็จะช่วยปรับอารมณ์ที่แปรปรวนให้กลับมาเป็นปกติ และบางทีก็สามารถช่วยชี้ทางสว่างให้ปัญหาที่มืดแปดด้านได้ด้วย

6.ให้ความบันเทิง

ไม่ว่าจะอ่านหนังสือประเภทไหนก็แล้วแต่ จะมีสาระความรู้มากน้อยแค่ไหนก็ไม่สำคัญ เพราะหนังสือสามารถให้อะไรกับคนอ่านได้เสมอ

ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด ไอเดียดี ๆ ทักษะภาษา หรือแม้แต่หนังสือภาพการ์ตูนที่ไม่ได้มีสาระสำคัญอะไรเลย

ก็ยังสามารถให้ความบันเทิงเริงใจแก่ผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย ดังนั้น หากวัน ๆ หนึ่งคุณไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเท่าไร

ก็ลองหาหนังสือที่คิดว่าน่าสนใจ หรือเริ่มอ่านข้อความบนถุงกระดาษ หรือบนฉลากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันก่อนก็ได้ค่ะ

เราเชื่อว่าทุกคนพอจะรู้ประโยชน์และข้อดีของการอ่านหนังสือกันอยู่แล้ว แต่ที่ติดกันอยู่นี่ก็คงเป็นความขี้เกียจ

หรือบางคนก็มีกิจกรรมอื่นที่น่าสนใจกว่าให้ทำ ลองอ่านหนังสือกันให้มากขึ้น แล้วคุณจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวเองอย่างคาดไม่ถึง

ขอบคุณแหล่งที่มา education.kapook.com…