เหตุสยองเกิดเหตุกลางรถเมล์

เหตุสยองเกิดเหตุกลางรถเมล์

เหตุสยองเกิดเหตุกลางรถเมล์

เหตุสยองเกิดเหตุกลางรถเมล์ เรื่องมีอยู่ว่าวันนั้นเป็นวันอาทิตย์ เพื่อนที่ชื่อยุ้ย เพื่อนสนิทที่เรียนคนละวิชาเอกชวนเราไปเที่ยว แต่นางบอกว่าขอเข้าโบสถ์ก่อน เราก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้วและอยากออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ก็เลยไม่ขัดข้องอะไร ก็ไปนั่งฟังอยู่กับยุ้ยในโบสถ์จนเสร็จ

แล้วก็มาถึงเวลาขึ้นรถเมย์ไปเดอะมอล์บางแค เรากับยุ้ยได้ที่นั่งตรงข้างเครื่องยนที่เป็นม้านั่งยาวตรงข้ามกับคนขับซึ่งนั่งได้ประมาณ 4 คน รถออกไปได้สักพัก พี่กระเป๋ารถเมล์ก็เดินมาเก็บค่าโดยสาร เรากับยุ้ยก็ต่างคนต่างจ่าย จ่ายเสร็จเราก็หันไปคุยกับยุ้ยตามปกติ

เว้นแต่พี่กระเป๋ารถเมล์ที่ไม่ยอมไปไหน แถมยังเขย่ากะบอกเก็บเหรียญเหมือนจะทวงเงินอีก เรากับยุ้ยเลยเอาตั๋วมาโชว์บอกว่าจ่ายแล้ว พี่กระเป๋าก็ยืนท้าวสะเอวจะเอาเรื่องบอกว่า                      บาคาร่า
เพื่อนน้องอีกคน(ชี้ไปตรงข้างเราที่ยังว่างอยู่) ยังไม่จ่ายเงินสักทีจะเบี้ยวเหรอ ???

เรากับยุ้ยก็เหวอเลยค่ะ เราก็ยืนยันว่ามากัน 2 คนเถียงกันอยู่นานมากจนพี่คนขับบอกว่า น้องเค้ามากัน 2 คนอึงตาฝาดหรือไงฟะ พี่กระเป๋ารถเมล์หน้าถอดสีทันทีแล้วก็บอกน้องพี่เห็นจริงๆ นะ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ผมยาวปะบ่านั่งข้างน้องอ่ะ ยุ้ยมันก็ใจเสีย

บอกว่าพี่หนูมากับเพื่อแค่ 2 คนค่ะอย่าพูดแบบนี้สิหนูกลัวนะคะ ส่วนเราก็อึ้งค่ะเพราะดันเกิดเรื่อง ตลอดทางที่รถแล่นไปพี่กระเป๋ารถเมล์ไม่เดินมาเก็บเงินคนที่นั่งอยู่โซนหน้าเลยค่ะ
และที่แปลกที่สุดคือ ตรงที่เรามีที่นั่งว่างอยู่นั่งได้ 2 คนกลับไม่มีใครนั่งทั้งที่หลบทางให้กลับยอมที่จะโหนรถเอาด้วย แถมมองเราแปลก ๆ ตลอดทางจนถึงจุดหมายปลายทางเลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36339052…

สยองขวัญผีหอพักจากวิศวกรหนุ่ม

สยองขวัญผีหอพักจากวิศวกรหนุ่ม

สยองขวัญผีหอพักจากวิศวกรหนุ่ม

สยองขวัญผีหอพักจากวิศวกรหนุ่ม ติวเตอร์ท่านนี้จบวิศวกรรมโยธา สอนวิชาคณิตศาสตร์ ม.4 ซึ่งตอนนั้นผมยังเรียนอยู่
(ปัจจุบันผมก็ประกอบวิชาชีพนี้เหมือนกัน)                          บาคาร่า

เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนของ ติวเตอร์ท่านนี้ จบใหม่ๆ ไปทำงานเป็นวิศวกรโยธา
คุมหน้างาน (Construction site) ที่จังหวัดแห่งหนึ่งแถวภาคกลางตอนบน
ควบคุมงานก่อสร้างอาคารสำนักงาน ของหน่วยงานรัฐ

ด้วยความที่ต้องมาทำงานต่างจังหวัด ซึ่งไกลบ้าน จึงต้องพักแถวที่ทำงาน
ในบริเวณไซต์งาน ก็จะมีบ้านพักชั่วคราวให้อยู่แล้ว แต่ด้วยความอึดอัด
ไม่อยากอยู้ใกล้สถานที่ก่อสร้างเกินไป และอยากอยู่ใกล้ย่านชุมชน

วิศวกรท่านนี้ เลยมาหาที่พักข้างนอกแทน จนมาได้ที่พักเป็น Apartment
ใกล้ๆ ตลาด ข้างหน้า Apartment มีร้านรถเข็นบะหมี่เกี๊ยวอยู่หนึ่งร้าน (ร้านโต้รุ่ง)

คืนแรกที่เข้าพักวิศวกรท่านนี้ก็เเวะกินมื้อเย็นที่ ร้านบะหมี่เกี๊ยว (20.00 น)
วศ. “บะหมี่สองชามครับ”
เมื่อกินเสร็จ จึงเดินไปจ่ายเงิน อาเเปะก็ทักขึ้นว่า
อาแปะ “กินคนเดียวสองชามเลยนะ ไม่เเบ่งให้แฟนเลย”
วศ. “ผมมีแฟนที่ไหน มาทำงานไกลขนาดนี้”
อาแปะ “Hahahahah”
วศ. “Hahahahah”

หลังจากนั้นจึงกลับขึ้นห้องพัก ซึ่งอยู่ชั้น 3 อาบน้ำ ดูTV และล้มตัวปิดไฟนอน
ในคืนนั้นได้มีเสียงประหลาดเกิดขึ้น ดัง “แปก แปก….แปก” ไม่เป็นจังหวะ
เดียวหายเดียวติดกัน ทางวิศวกรท่านนี้ก็ไม่ได้คิดอะไร
นึกว่าเป็นเสียงเครื่องปรับอากาศ จึงหลับตานอนไป

คืนที่สองวิศวกรตื่นขึ้นกลางดึกเพราะว่า เสียงลึกลับดังกล่าว ได้ดังขึ้นอีกครั้ง
เเต่คราวนี้ นอกจากมันไม่เป็นจังหวะแล้ว มันยังเคลื่อนย้ายไปรอบๆ
ห้องด้วย จนบางครั้งเหมือนมาอยู่ข้างๆ บ้างก็อยู่ปลายเตียง ดัง “แปก แปก….แปก”

วิศวกรจึงลุกขึ้นมา และเปิดไฟในห้องพยายาม หาที่มาของเสียงให้ได้
เเต่เสียงนั้นก็หายไป และเขาก็สรุปได้ว่า มันไม่ใช่เสียงแอร์แน่นอน

คืนที่สามวิศวกรท่านนี้ไม่นอน เพราะจะหาที่มาของมันให้ได้ เลยเปิดไฟทุกห้อง
ซึ่งมีแค่ห้องนอน และห้องน้ำ และดู TV จะต้องหาที่มาของมันให้ได้
จนกระทั้งมาถึง ตี 2 ก็ไม่มีเสียงลึกลับนั้น จึงถอดใจนอน

จึงเดินไปปิดไฟที่ห้องน้ำก่อน ทั้นใดนั้น เสียง “แปก แปก….แปก”
ก็ดังขึ้น บริเวณใต้อ่างล่างหน้า ในห้องน้ำ วิศวกรท่านนี้ จึงก้มหน้าไปดู

พบเป็นหญิงสาว ผมรุงรัง ใส่กางเกงยีนขาสั้น เสื้อสายเดี่ยวสีดำ
กำลังนั่งกอดเข่า เล่นไฟแซ็คอยู่ ไฟแซ็คซึ่งไม่มีไฟ

ทั้นนั้นเองหญิงสาวผู้นั้นก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับวิศวกร วิศวกรท่านเล่าต่อๆ
มาว่า เเววตาน่ากลัวมาก อาฆาต สยองที่สุดในชีวิตแล้ว
เพราะไม่มีตาขาวเลย ออกดำๆขุ่นๆ

ด้วยความกลัว วิศวกรจึงพยามนำตัวเองออกนอกห้อง วิ่งยังไงก็วิ่งไม่ออก
ขาก้าวไม่ออก ได้แต่เดินอย่างช้าๆ พร้อมหยิบกุญแจ และกระเป๋าเงิน
เมื่อออกมาถึงนอกห้องแล้ว ก็หันกลับมาล็อกห้องอย่างใจเย็น แล้วก็เดิน

คือก้าวขาแทบจะไม่ออกเลย ในใจอยากจะวิ่งมาก
ขณะที่พยามนำตัวเองออกไปให้ไกลจากสถานการณ์นี้ให้มากที่สุด (พยามลงไปข้างล่าง)
ระหว่างนั้นเองหญิงสาวดังกล่าวก็วิ่งชนประตูจากข้างในห้อง
ดัง “ปัง………..ปัง……..ปัง”

เมื่อวิศวกรลงมาถึงข้างล่างแล้ว ทำอะไรไม่ถูกจึงไปสั่งหมี่เกี๊ยว
วศ.”บะหมี่ชามครับ”
.
.
.
วศ. “ขออีกชามครับ”
.
.
.
เมื่อกินชามที่สองหมด อาแปะเข้าไปทักทาย
อาแปะ “ทำไม ลงมากินตึกจัง นี้ก็ตีสองกว่าละนะ แล้วแฟนไม่มาด้วยหรอ”

วศ. “ผมไม่มีครับ”

อาแปะ “อ้าว แล้วผู้หญิงที่นั่งด้วยกันวันนั้น ล่ะ”

วศ. “ใครครับ”

อาแปะ “ก็วัยรุ่นหน่อยอะ ที่ใส่สายเดี่ยว กางเกงขาสั้นอะ”

วศ. “เสื้อสายเดี่ยวสีดำ กางเกงนี้ยีนใช่ไหมครับ”

อาเเปะ “อ่า….ใช่เลยแหละ” (อาแปะนึกก่อนถึงตอบ)

วศ. “เออ….คือ……..นั้นไม่ใช่แฟนผม ครับ”

ลูกน้องอาเเปะ “ผมว่า คุ้นๆนะ อาเเปะ”

อาเเปะ “ใช่”

วศ. “ที่ผมลงข้างล่างเวลานี้ก็ เพราะ ผู้หญิงคนนี้แหละครับ”

ทั้งสามคนจึงถึงบางอ้อ เพราะรู้ว่าไม่ใช่คน อาเเปะจึงเล่าให้วิศวกรฟังว่า
ที่ Apartment แห่งนี้ เคยมีผู้หญิงวัยรุ่น ใส่กางเกงยีนขาสั่น
เสื้อสายเดี่ยวสีดำ ถูกแฟนหนุ่มฆาตกรรม ไม่กี่ปีมานี้

อาแปะและวิศวกร ก็นั่งคุยกันถึงเช้าเลยเลยครับ
ช่วงเช้าวิศวกรจึงให้คนงาน ไปขนของ และย้ายมานอนที่พักบริเวณไซต์งาน

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/37012553…

เรื่องเล่าสยองขวัญเธอคือใคร ?

เรื่องเล่าสยองขวัญเธอคือใคร

เรื่องเล่าสยองขวัญเธอคือใคร

เรื่องเล่าสยองขวัญเธอคือใคร เรื่องของเด็กหญิงบี ว่ากันการจะได้เจอใครต้องเป็นคนที่เคยเกี่ยวพันกันมาก่อน
แต่กลับการที่ได้เจอพยาบานในฝันคนนี้ซึ่งก็คงเป็นผีไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้ยังไง

แต่ผีนางพยาบาลตนนี้ไม่ได้เข้ามาทำร้ายเด็กหญิงบี มีแต่มาค่อยช่วยบอกเรื่องราว
ในอนาคตให้เด็กหญิงบีฟัง ครั้งแรกที่เจอผีพยาบาลได้มาบอกถึงเกรด
ที่จะออกในวันพรุ่งนี้ของเด็กหญิงบีว่าไม่ต้องห่วง

เรื่องผ่านไป2ปี คุณปู่ของเด็กหญิงบีก็ได้เสียชีวิตลง ในช่วงหลังจากนั้นขณะที่
เด็กหญิงบีกำลังหลับอยู่ ผีนางพยาบาลก็เหมือนพาวิญญาณของปู่เข้ามาหาเธอ
เพราะปู่อยากเจอเธอมาก     บาคาร่า

ในปีต่อมา คืนก่อนที่คุณยายของเด็กหญิงบีจะเสีย เธอก็ฝันไปว่าพยาบาลคนเดิม
ก็เดินมาหาและพูดว่า คุณยายเธอเสียแล้วนะเธอน่าจะไปหาเขาตั้งแต่เย็น
หลังเสียงพูดเธอก็ตื่น และมีสายเรียกเข้าเธอรับแล้วปลายสายก็บอกว่า คุณยายเสียแล้ว

เป็นเรื่องราวช่วนหลอนที่เด็กหญิงบีก็ไม่รู้ว่าผีนางพยาบาลนั้นเป็นใครแล้วมา
บอกเหตุการณ์เธอล่วงหน้าทำไม เป็นเรื่องหลอนๆที่เธอนำมาเล่า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…

ประสบการณ์เรื่องผีจากคุณพ่อคุณแม่

ประสบการณ์เรื่องผีจากคุณพ่อคุณแม่

ประสบการณ์เรื่องผีจากคุณพ่อคุณแม่

ประสบการณ์เรื่องผีจากคุณพ่อคุณแม่ ตอนเราอยู่ ป.5 ตอนนั้นที่บ้านเราทำอาชีพค้าขาย จึงทำให้บ้านเรามีกุมารทองอยู่ที่บ้าน
ที่บ้านเราเคยไปวัดในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งไกลมากๆ มีแต่ป่าห้อมร้อมทั้งสองข้าง                        บาคาร่า
เป็นวัดที่ตั้งกลางป่า เราจำได้ว่าตอนนั้นพ่อเราไปอาบน้ำมนต์ ทำอะไรซักอย่าง

ขากลับต้องเอา เราไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าอะไร เหมือนเครื่องเซ่น วางทิ้งไว้กลางทาง
หลังจากนั้นก็ไม่ได้ไปอีกเลย มีอยู่วันนึง ช่วงหัวค่ำ เรากำลังจะหลับ แต่ตอนนั้นเรารู้สึกตัวน้ะ
กึ่งหลับกึ่งตื่น สลึมๆนิดๆ หัดไปเห็นหน้ากุมารทองทับหัวของแม่เราอีกที เราตกใจแบบขยี้ตา
ก็ไม่เห็นอะไรอีก เลยคิดว่าไม่มีไร เลยไม่ได้บอกใคร จนเวลาผ่านไป เราชอบอ่านเรื่องผีๆหลอนๆหน่อยๆ

ไปเจอเรื่องนึงน่าสนใจมาก “มี นศ กลุ่มนึงจะต้องไปถ่ายงานส่งครู
แต่สถานที่ที่เลือกอยู่ทางไปแก่งกระจาน ซึ่งค่อนข้างไกล และตอนนั้นก็มืดแล้ว
แต่พวกเขาก็ตัดสินใจออกเดินทาง ไปกัน4คน ขับไปเรื่อยๆเมื่อยก็แวะ เขาขับมาซักพักก็มีความรู้สึกว่า
หลงหรือป่าว แต่โชคดีเจอร้านค้าเลยแวะถามทาง นศ กลุ่มนั้นถาม ลุงจะไปสถานที่นี้จะต้องไปทางไหน

พอลุงได้ยินก็อึ้งไปแป็บนึง แล้วแกก็บอกว่าไปทางนั้นมันอันตราย แต่ นศ บอกอยากรีบไปถึงไวๆขะได้พัก
ลุงแกเลยบอกว่า ขับตรงไปจะเจอทางแยก ไม่ว่าจะเห็นป้ายเขียนว่าอะไรให้เลี้นวขวาอย่างเดียว
นศ ก็เริ่มเดินทางอีกครั้ง ระหว่างทางก็มีความเม้ามอยกัน จนลืมเรื่องที่ลุงบอก
พอไปถึงทางแยกก็เห็นป้ายให้เลี้ยวซ้าย คนขับก็ถาม เราต้องเลี้ยวไหน

ทุกคนบอกไปเสียงเดียว เลี้ยวซ้าย พอเลี้ยวซ้าย เพื่อนที่นั่งหลัง2คนก็กรีดขึ้นมา
เพื่อนที่นั่งข้างคนขับก็นั่งหลับตา ส่วนคนขับก็นิ่งๆ ขับไปเจอพระรูปนึง ท่านบอกให้ตรงไปในวัด
พอทุกคนถึงวัดก็รีบเข้าโบสถ์ เช้าวันรุ่งขึ้น นศ กลุ่มนี้ก็เล่าให้พระที่วัดฟังว่า พอเลี้ยวมา
2คนหลังก็เห็นคนมาเกาะที่กระจกหลัง คนข้างคนขับก็เห็นผู้หญิงคนเดิมซ้ำๆหลายครั้ง
ส่วนคนขับหมดสติไป เพราะเห็นคนแก่เกาะอยู่หน้ากระจกฝั่งคนขับ พระท่านบอกโชคดีมากนะที่รอดมาได้

เพราะปกติเวลามีใครมา มักจะมาไม่ถึงตลอด” เราเลยเล่าให้พ่อเราฟัง พ่อเราเลยเล่าเรื่องที่พ่อเจอให้ฟัง
ตอนนั้นเราไปเข้าค่ายกับ รร ครูเชิญให้ ผปค ไปดูการแสดงรอบกองไฟ พ่อแม่เราตัดสินใจมา
ระหว่างทางพ่อเราก็ขับไปเรื่อยๆ เส้นเดียวกับเรื่องที่เราอ่านเจอ พ่อเราเห็นป้ายก็เลี้ยวซ้าย

ขับเท่าไหร่ก้ไม่ถึง พ่อเราโทรถามครู ครูบอกเลี้ยวขวาๆ แต่คือป้ายบอกซ้าย
พ่อเราก็เลี้ยวซ้ายตามป้ายอีกครั้ง อยู่ๆก็เบรคกระทันหัน เพราะเห็นโรงแรมจะลงไปถามทาง
เป็นโรงแรมที่ใหม่มาก แต่เงียบมากๆๆ พ่อเรารู้สึกแปลกๆ ในใจก็สวดมนต์ พอจบบท
ทุกอย่างที่เห็นก็เปลี่ยนไป โรงแรมที่เห็นใหม่ๆกลับกลายเป็นแบบเก่ากึก ร้างมาก และที่พีคสุดคือ

ข้างหน้าห่างออกไปไม่กี่เมตร เป็นหน้าผา ซึ่งพ่อเราตกใจๆมากๆ แม่เรากลับเงียบไม่พูดอะไรซักคำ
ตั้งแต่ไปถึง พ่อเราเล่าให้ฟัง ซึ่งเรื่องที่พ่อเราเล่าให้ฟังมันพอดิบพอดีกับสิ่งที่เราเห็น
เรื่องที่เวลาใครที่ไม่มีเงาหัวต้องหาอะไรมาต่อ นี่อาจจะเป็นสัญญาณบางอย่างก็ได้

ไม่นานมานี้เราเลยลองถามแม่เรื่องพวกนี้ แม่เราเล่าเหมือนพ่อเด๊ะ และเราก็ถามว่า แล้วแม่เห็นอะไรอีกมั้ย
เพราะพ่อบอกนั่งเงียบไปเลย แม่เราก็ไม่กล้าพูด แต่ก็ยอมบอกออกมา สิ่งที่แม่เห็นจนทำให้เงียบก็คือ
พอไปถึงที่นั้นก็เห็น ผญ ผมยาวใส่ชุดสีแดงตาแดงก่ำ พุ่งเข้ามา สิ่งนี้จึงทำให้แม่ไม่อยากที่จะพูดเพราะกลัว

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36857035…

สยองผีนางรำจากปากครู

 

สยองผีนางรำจากปากครู

สยองผีนางรำจากปากครู

สยองผีนางรำจากปากครู ในช่วงตอนเย็น บ่าย 3 ที่นักเรียนจะลงมาจากห้อง
เพราะเป็นเวลาเลิกเรียน แต่ก็มีบางคนที่เรียนพิเศษ ซึ่งผมอยากเรียนพิเศษมากครับ
แต่พ่อไม่อยากให้เรียน มันเปลืองตังค์ ผมเลยแอบไปเรียนพิเศษ คุณครูก็ใจดีมากกกก

คุณครูชื่อ ครูจ๋า นะครับ ได้สอนเกี่ยวกับการบ้าน หรือ ไม่ก็หาคำศัพท์ ประมาณนี้
แต่แล้ววันหนึ่งผมได้ถามคุณครูว่า เคยเจอผีรึเปล่า คุณครูก็บอกว่า “เคยเจอสิ”
ผมเลยขอให้เล่าให้ฟังหน่อย ทุกคนอ้อนวอนอย่างกับคุณครูเป็นพระเจ้า

คุณครูก็บอก ได้แต่ถ้านอนไม่หลับ ครูไม่เกี่ยวหน่าาา
ตอนนั้นคุณครูได้ไปอบรมครับซึ่งอมรมที่โรงเรียนเก่า ครูผมก็ไปและเพื่อนของคุณครูก็ไปครับ
โดยที่คุณครูจะนอนที่ชั้นหนึ่ง และ ชั้นสองจะปิดไว้ และทางขึ้นไปชั้นสอง
จะมีห้องนาฎศิลป์อยู่ทางขวา และ ห้องดนตรีไทยอยู่ฝั้งซ้าย
โดยที่เพื่อนของคุณครูได้ไปชั้นบน แล้วครูสร ก็ขึ้นไปดู          บาคาร่า

แล้วเริ่มเกิดเหตุการ์ณที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้ เกิดเสียงดนตรีไทยบรรเลงขึ้น
โดยเป็นเพลงที่ไม่สามารถรู้ได้ เพราะ ครูสรเป็นครูคณิต และได้เห็นเงาแปลกประหลาด
เหมือนมีคนมารำอยู่ด้านหลัง พอหันหลังไปก็ไม่เจออะไร แล้วก็เหมือนมีใครอยู่ข้างหลัง

พอหันหลังกลับไปก็ไม่มี เป็นแบบนี้ทุกครั้ง จนครูเริ่มเกิดอาการกลัว
เสียงระนาดก็บรรเลงเริ่มดัง ดังมากขึ้น ดังมากขึ้น หลังจากนั้น ครูสรกลัวจนกริ๊ดดดดดดด
จนคนอื่นแตกตื่นกันหมด โดยที่ครูสรก็ได้วิ่งลงมาจนเกือบจะหัวล้มฟาดพื้น
เพื่อนๆของครูจ๋าและครูจ๋า ก็ถามครูสรว่าเป็นอะไร
ครูสรก็บอกแต่อย่างเดียวว่า ผีนางรำ ผีนางรำ
จนเพื่อนๆ และ ครูจ๋า ชวนกันปอบจนสงบลง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…

สยองผีผู้หญิงผมยาวบนชั้น 4

สยองผีผู้หญิงผมยาวบนชั้น 4

สยองผีผู้หญิงผมยาวบนชั้น 4

สยองผีผู้หญิงผมยาวบนชั้น 4 ส่วนตัวตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอผีหรือวิญญาณมาก่อน จนกระทั่งช่วงปี 2555
เป็นช่วงที่จบ ม.6 ใหม่ๆ และกำลังเตรียมตัวเข้ามหาลัยหนึ่งในจังหวัดอุบลฯ                         บาคาร่า
จำได้ว่าเป็นช่วงรับน้อง รุ่นพี่ที่คณะจะชอบนัดรวมตัวกันที่ตึกแฝด
(ซึ่งเป็นหอในหญิงล้วนตึกจะหันหน้าเข้าหากัน)
และจะชอบพูดกันเสียงดัง บางทีก็อยู่จนดึกดื่นเที่ยงคืน…

เรื่องเกิดช่วงรับน้องได้ประมาณวันที่ 3 เวลาประมาณ 22.00 น.
ผมจะชอบมีปัญหาเรื่องข้อเท้าบ่อยเลยไม่สามารถทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆได้อย่างเต็มที่
เวลาจะเข้าเชียร์หรือเลิกเชียร์ เลยต้องถูกแยกออกจากรุ่น
ไปนั่งบริเวณม้าหินออกหน้าตึกแฝดตึกหนึ่ง ด้วยความเป็นคนชอบมองนู้นนี้นั้นไปเรื่อย

ตาเหลือบมองขึ้นไปบนชั้น 4 และสังเกตว่าริมระเบียง ห้องๆหนึ่งผมเห็นผู้หญิงผมยาว
มองไม่เห็นหน้า ผมนี้ยาวมาก ยาวจนเห็นชัดเจนแม้จะอยู่ในความมืดก็ตาม
ในใจก็นึก คงมาดูว่าทำไมพวกนี้เสียงดังน่ารำคาญ! ก็ในตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก
(แต่ในใจก็แอบๆคิดว่าทำไมชั้น 4 ไม่มีห้องไหนเปิดไฟเลยซึ่งผิดกับชั้น 1-3 ที่ไฟสว่างเกือบทุกห้อง)

พอทำกิจกรรมเสร็จก็แยกย้ายกันกลับหอ แต่ยังไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง ได้แต่คิดวนๆไปว่า
สิ่งที่เห็นนั้นเป็นคนหรือผี… คิดจนนอนไม่หลับไปเลยคืนนั้น
เพราะภาพผู้หญิงผมยาวคนนั้นยังคงติดตาอยู่ จนรุ่งเช้าของอีกวันเลยตัดสินใจเล่าให้เพื่อนฟัง
เพื่อนเองก็บอกว่าอยู่ใกล้ๆกัน ก็มองขึ้นไปเหมือนกันทำไมไม่เห็นมีอะไรเลยวะ?
เห็นแต่ความมืด55++ (หัวเราะกลบเกลื่อน) คุยกันอยู่สักพัก…

ทุกคนต่างลงความเห็นว่าน่าจะเป็นช่วงเวลานอนห้องนั้นเลยปิดไฟแต่ผู้หญิงคนนั้น
คงออกมาดูเฉยๆว่าคณะเราทำอะไรกัน เพราะเวลาก็ค่อนข้างดึก เลยไม่ติดใจอะไรกันอีก

คิดว่าเรื่องนี้จะเงียบไปแล้ว แต่เปล่าเลย ข่าวเรื่องนี้ได้กระจายไปทั่วคณะ ทั้งรุ่นพี่ รุ่นเพื่อน
เริ่มรู้ถึงเหตุการณ์ที่ผมได้พบเจอผู้หญิงผมยาวมา จนรุ่นพี่คนหนึ่งได้มาเล่าให้ผมฟังจนหูตาสว่างว่า…
เรื่องเกิดได้สักพักแล้วก้ที่ผมจะเข้ามาเรียน สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่คน
แต่เป็นวิญญาณของนักศึกษาเป็นห้องเดียวกันกับที่ผมเห็นหญิงสาวผมยาว

สอบถามรุ่นพี่เลยได้ที่มาก็คือเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ป่วยหนัก แล้วเสียชีวิตในห้องนั้น
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ทุกคนที่อยู่บนชั้น 4 และคนที่อยู่ชั้น3 ใต้ห้องผู้หญิงคนนั้น
ต่างได้ยินเสียงลากเก้าอี้บ้าง ลากโต๊ะบ้างทั้งที่ห้องนั้นถูกสั่งปิดไปแล้ว
หนักสุดคือวันพระจะมีคนเห็นเป็นตัวเป็นตนก็มี แต่ไม่ได้หลอกหรือทำร้ายใคร
และแล้วนักศึกษาที่พักอยู่ชั้น 4 ก็เริ่มย้ายออกทีละห้องๆ บ้างย้ายไปอยู่ชั้นอื่น

บ้างก็ออกไปหาหอพักอยู่นอกมหาลัยกันเลยทีเดียว เลยทำให้ชั้น 4 ของหอนั้น
ไม่มีคนอาศัยอยู่หรือแม้จะขึ้นไปก็ยังไม่มีใครกล้าขึ้นไป ร้องไห้ ทุกวันนี้
ชั้น 4 ของหอในตึกนั้นก็ยังไม่มีใครกล้าขึ้นไปอยู่เลยสักราย

เพราะนักศึกษาผมยาวคนนั้นก็ยังอยู่ในห้องนั้นเหมือนเดิม
(เหมือนจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ตัวเธอเองนั้นได้จากโลกนี้ไปแล้ว) เหมือนตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่…

มานั่งคิดดูอีกทีตอนแรกๆก็กลัว แต่ก็สงสารนักศึกษาคนนั้น คงทรมานและเหงาน่าดู
กว่าวิญญาณจะได้ไปเกิดคงต้องวนเวียนอยู่ในนั้นไปอีกนาน

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/37803458…

ความทรงจำคาใจบังกะโลหลอน

ความทรงจำคาใจบังกะโลหลอน

ความทรงจำคาใจบังกะโลหลอน

ความทรงจำคาใจบังกะโลหลอน เราเคยมีความทรงจำแบบคาใจสมัยวัยรุ่นมหาลัย ทุกวันนี้ยังงงว่ามันคือเรื่องจริงมั้ย
หรือมันคืออะไร 5555 เราเป็นคนไม่เชื่อเรื่องผีเลย ไม่เคยเจอด้วย
แต่สมัยตอนเราเรียนมหาลัยเราเคยไปเที่ยวกับแฟนที่บังกะโลบนเกาะแห่งหนึ่ง
ตอนกลางคืนแฟนก็นอนในห้องดูทีวีเล่นมือถือ แถวนั้นก็จะมีบังกะโลอยู่ติดๆ กันเลย    บาคาร่า

แต่เค้าปิดไฟนอนไปแล้ว เราก็ปิดไฟในห้องพักเหมือนกัน มีแต่แสงจากทีวีที่เปิด
ตอนนั้นข้างนอกก็จะมืดๆ หน่อย เราก็ออกมาสูบบุหรี่ นั่งตรงม้านั่งใกล้ประตูห้อง
สูบไปซักพักรู้สึกเหมือนมีคนมองจากด้านซ้าย เลยหันไป ปรากฏว่ามีคนมองเราจริงๆ

เป็นผู้ชายผอม ยื่นหัวออกมาจากข้างๆ กำแพงบังกะโลถัดไปจากเรา จ้องมาที่เราตาถลนเลย
เห็นมือจับกำแพงแบบชะโงกมองเราอยู่ หัวโตยาวๆ ลีบๆ เหมือนไม่ใช่มนุษย์อ่ะ
คือเราหันไปแบบแว้บๆ แบบพอรู้ว่ามีคนมองก็หันกลับทันที ก็นั่งสูบบุหรี่ไป ตอนนั้นในหัวก็ค่อยๆ
ประมวลผลว่า เห้ย มีความรู้สึกว่าทำไมเค้ายังมองอยู่เลย
ก็หันไปอีกรอบ ก็ยังมองอยู่ หน้าก็แบบแปลกๆ ด้วย เลยทิ้งบุหรี่แล้วเดินเข้าห้องไปบอกแฟน

พอแฟนออกมาก็ไม่เจอ ก็เลยปิดประตูเห้องเล่าให้แฟนฟัง
คือตอนนั้นกลัวว่าจะเป็นโจรโรคจิตไรแบบนี้ ตอนนั้นก็ดึกมาแล้วแหละ อยู่ๆ บังกะโลข้างๆ
ก็เปิดไฟตามทั้งๆ ที่เค้าปิดไฟไปนานแล้ว ลืมบอก บังกะโลนั้นเค้ามาเป็นคู่หญิงชายเหมือนกัน

แต่เราก็ไม่ได้ออกไปดูนะ มันจะมีหน้าต่างมองเห็นได้อยู่ ก็ยังงงๆ ว่ามันคืออะไร
ผช คนนั้นเอาจริงๆ ดูไม่เหมือนคนเลย จำได้ติดตา แล้วเค้าหายไปไหน คนหรือผี
หรือเราจะคิดไปเอง ยังคาใจจนถึงทุกวันนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…

ผีกะเรื่องเล่าสุดหลอนจากญาติผู้ใหญ่

ผีกะเรื่องเล่าสุดหลอนจากญาติผู้ใหญ่

ผีกะเรื่องเล่าสุดหลอนจากญาติผู้ใหญ่

ผีกะเรื่องเล่าสุดหลอนจากญาติผู้ใหญ่ เรื่องเล่าจากญาติผู้ใหญ่ที่ท่านเจอมาด้วยตัวท่านเอง
ด้วยความที่อยู่บ้านนอก ในยุคก่อนๆคงจะเดากันได้ว่า ป่าจะค่อนข้างเยอะ
และที่พื้นที่ในการปลูกบ้านสมัยก่อนต้องอาศัยการจับจอง และแผ้วถางเอง
ดังนั้นบริเวณของเราเลยเป็นทุ่งนาที่ติดกับภูเขา และในบริเวณนั้น
อยู่กันแค่เครือญาติเพียวๆไม่มีคนนอกสายเลือดเลย…

ภาคเหนืออย่างที่รู้ๆกันดีว่า เรื่องเล่า ผีสาง ค่อนข้างเยอะ ยอดฮิตเลยก็คือ “ผีกะ”
ผีกะของภาคเหนือนี้จะอารมณ์คล้ายๆกับผีปอบ แต่น่าจะมีที่มามาจากผีบรรพบุรุษที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้
แล้วเลี้ยงไม่ดีจึงหันมากินเครื่องในลูกหลานแทน ทั้งนี้ผีกะยังสามารถจำแลงเป็นสัตว์ต่างๆได้ด้วย
คนที่เลี้ยงผีกะจะมีสิ่งให้จับสังเกตคือ กลางวันจะหน้าตาธรรมดาไปถึงแย่ แต่พอตกดึกเท่านั้นแหละ
จะหน้าตาหล่อสวยกันขึ้นมาทันที และอีกสิ่งหนึ่งตามที่ได้ยินเขาเล่าๆสืบกันมาคือ
คนที่เลี้ยงผีกะจะมีวอก(ลิงขนาดเล็ก)นั่งอยู่บนบ่าคอยเลียหน้าตาเจ้าของ
และเวลาไปไหนมักจะมีนกแสกบินนำเสมอ

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า….
บ้านใกล้เรือนเคียงที่เป็นเครือญาติ มีป้าสะใภ้คนหนึ่ง แต่งงานเข้ามาอยู่ที่หมู่บ้านนี้
(สมัยนั้นเรายังไม่เกิดเลยจ๊ะ) เป็นผู้หญิงหน้าตาธรรมดา บ้านๆ ตัวเล็กๆ ผิวสองสี
ขอแทนแกว่า “ป้าท้อ” ละกันนะคะ

ป้าทอเป็นคนที่ขวัญอ่อน และปากไว ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ไม่มีใครรู้ว่าแกไปทำอะไร
อีท่าไหน ถึงได้ไปถูกตาต้องใจ “ผีกะ” ตัวหนึ่งเข้า
ด้วยความที่พื้นที่แถวบ้านป่าค่อนข้างเยอะ บวกกับเป็นพื้นที่จังหวัดที่เปิดทำ
เฟอร์นิเจอร์ไม้สักอย่างถูกกฎหมาย ป่าสักจึงมหาศาลทุกข้างทางถนน

หลังจากออกไปข้างนอกกลับมา ป้าท้อมีอาการแปลกๆ ดูลุกลี้ลุกลน ปากก็พร่ำบอกแต่ว่า “มีคนตามมา”
ไม่หยุดปาก ผัวแกหรือก็คือ “ลุงราม” (นามสมมุติ) ก็วิตกว่าเมียเป็นอะไร ทำไมพูดจาประหลาดๆ
ด้วยความไม่เชื่อ เลยนิ่งเฉยปล่อยให้ป้าท้อแกเพ้ออยู่อย่างนั้น จนฟ้าเริ่มมืดแล้วเข้านอน
คืนนั้นป้าทอไม่สงบเลย นอนไม่ได้หวาดกลัวทุกสิ่ง จนกระทั่งเช้า

ลุงรามเลยนำเรื่องนี้ไปปรึกษาแม่ของแก คือยายสา
ตัวของยายสานั้น แต่นับถือศาสนาคริสต์ และเป็นเพียงคนเดียวในบ้านตอนนั้น
ที่ไม่นับถือศาสนาพุทธตามลูกผัว เพราะตระกูลของแก (หรือก็คือตระกูลเดียวกับเรานี่แหละ)
นับถือศาสนาคริสต์กันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ….

แกจึงบอกให้พิสูจน์เสียด้วยการ นำแป้งฝุ่นไปโรยไปตรงขั้นบันไดบ้าน
ซึ่งบ้านของลุงรามและป้าท้อเป็นบ้านไม้ บันไดซึ่งเป็นซี่ๆโปร่งๆ คงพอนึกกันออกนะคะ
หลังจากโรยแป้งเสร็จ ก็ให้ป้าท้อเดินขึ้นไปบนบ้านชั้นสองเพียงคนเดียว
แล้วก็เกิดสิ่งประหลาดที่ทำให้ทุกคนแทบหยุดหลายใจ…

รอยเท้าขนาดใหญ่ ปรากฏตามหลังป้าท้อไปติดๆ แกที่หันมาเห็นก็ทรุดฮวบลงเลยด้วยความกลัว
ทีนี้ปากก็พร่ำแต่พูดว่า “มันจะมาเอากูไปๆ” จนลุงรามอยู่ไม่สุข ต้องรีบพาแกไปหาพระแถวบ้าน..
แต่จนแล้วจนรอด เจ้าผีตัวดีก็ไม่ยอมออกไป ทั้งยังสำแดงเดชอาละวาด เข้าสิงไม่หยุดหย่อน

เจ้าผีกะตัวปัญหา มีการแอบอ้างเท้าความไปว่า ป้าท้อเมื่อชาติที่แล้วเคยอยู่เป็นคู่ผัว
ตัวเมียกับมันมาก่อน..มันตามหามานานแสนนาน และวันนี้มันเจอแล้ว มันจะเอาป้าท้อไปอยู่ด้วย!!!

อาการของคนผีเข้าก็จะมีลักษณะอาการที่ต่างกันออกไป บ้างร้องไห้ คำราม กรีดร้อง
แต่ของป้าท้อแสดงออกมาในลักษณะอาการขึงขัง บึ้งตึง มันตีอกชกหัวจนร่างกายแกบอบช้ำไปหมด
เดือดร้อนผัวแกกับบรรดาญาติๆต้องพากันกดจับแกไว้กับที่

พระประจำวัดนี้ ท่านก็ทั้งพรมน้ำมนต์ สวดคาถา ใช้สารพัดวิธีต่างๆขับไล่
แต่ยิ่งกลับทำให้มันอาละวาดหนักขึ้น.. จากท่าทีบึ้งตึง เปลี่ยนเป็นกราดเกรี้ยวดูถูก
เสียงหัวเราะเย้ยหยันของผู้ชายดังออกมาจากปากของป้าทอสนั่นไปทั่วลานวัด
“กูไม่กลัวหรอก เป็นแค่พระกระจอกๆมาไล่กู”

ด้วยจนปัญญา พระท่านเลยสุดจะทานทน ท่านเลยแนะนำให้ไปหาพระเกจิดังๆท่านอื่น
ลุงรามเลยต้องพาร่างป้าท้อที่มีผีกะแฝงอยู่ย้ายไปยังอีกวัด
แต่จนแล้วจนรอดก็อีหรอบเดิม ยิ่งพระเก่งมากเท่าไหร่ มันยิ่งสำแดงเดชมากเท่านั้น
ถ้อยคำท้าทายมากมายถูกพ่นออกมาไม่หยุดหย่อน จนวันทั้งวันนั้น
สุดท้ายลุงรามเลยจำใจต้องพาป้าท้อกลับบ้านมาก่อน

พอมาถึงบ้านได้ มันก็ยอมออกแต่โดยดี แต่ยังคงวยเวียนอยู่ใกล้ๆป้าท้อ
ทั้งทำเสียงโครมคราม เสียงกระทืบเท้า และจะหนักข้อขึ้นเมื่อลุงรามมาอยู่ใกล้ๆแก
เมื่อพึ่งพระไม่ได้ ลุงรามเลยเบนเข็มไปทางหมอผีแทน…

เช้าวันถัดมา ลุงรามพาป้าท้อเดินทางข้ามอำเภอไปหาหมอผีชื่อดังเจ้านี้
ตลอดทางป้าท้อก็บ่นพึมพำแต่ว่ามันอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ จนทุกคนพากันขวัญผวาไปหมด
จากร่างกายที่เคยเต็มอิ่ม ตอนนี้ป้าทอผอมซูบทั้งๆที่ผ่านไปยังไม่ถึง 3 วันด้วยซ้ำ
มาถึงตาของหมอผี อย่างที่เรารู้ๆกันว่าพวกที่เขามีวิชาอาคม มักจะมีสารพัดสิ่งของขลังไว้ใช้

รวมถึงหมอท่านนี้ด้วย เริ่มแรงด้วยงาช้าง นำมาทิ่มแทงตามร่างกายพอกระทิบกับผิวหนังป้าท้อเท่านั้น
มันก็โผล่มาสิงอย่างกับนัดหมายกันไว้ ไม่มีแม้แต่เสียงร้องโหยหวน
มีเพียงเสียงหัวเราะแหบห้าวกังวานแทน มันเริ่มท้าทายอาจารย์หมอท่านนี้ทันที
ดังนั้นสารพัดของขลังจึงประโคมใส่ร่างป้าท้อไม่หยุด หากแต่ผลก็ยังเหมือนเดิม…
มันไม่ออก และไม่ยอมไปไหน!!!

เมื่อหมอผีเจ้าแรกปราบไม่ลง เจ้าที่สอง สาม และสี่จึงตามมา แต่ทุกครั้งผลลัพท์ก็ออกมาแบบเดิม
จนเจ้าสุดท้ายถึงกับเอ่ยออกมาว่า “ตอนมีชีวิตเป็นคน มันก็คงมีวิชาไม่งั้นไอ้ผีกะตัวนี้มันคงทนไม่ไหว”
ราวกับคำสรรเสริญเยินยอ มันตีอกชกมือพอใจ บอกว่าอย่าพยายามมาขัดขวางทางรักของมัน
ยังไงซะมันก็จะเอาป้าท้อไปเป็นเมียมันเสียให้ได้ ลุงรามที่จนปัญญา เมื่อทำอะไรไม่ได้
เลยจำใจต้องพาป้าท้อและผีกะตัวนี้กลับบ้านอีกครั้ง

พูดถึงยายสาที่รออยู่บ้าน หลังจากลูกชายพาสะใภ้แกหายไปเกือบทั้งวัน ก็นั่งคิดนอนคิดไม่ตก
เลยมาหายายของเราที่บ้าน ขอคำแนะนำปรึกษา ซึ่งอย่างที่เคยเกริ่นไว้ว่าบ้านของเรา
นับถือศาสนาคริสต์กันหมด จึงเลยเอยด้วยการแนะนำให้พาป้าท้อไปที่โบสถ์
(ที่ประกอบพิธีของศาสนาคริสต์ บ้านเรานับถือนิกายโปเตสแตนท์นะคะ เป็นคริสเตียน)

เช้าวันรุ่งขึ้น ยายสาเลยพาลุงรามและป้าท้อเดินทางไปที่โบสถ์ใกล้บ้าน ซึ่งทางนั้นเอง
ก็ได้รับการติดต่อมาแล้วว่ายายสาจะพาสะใภ้มาเนื่องจากโดนผีเข้า พอไปถึงทุกคนไม่รอช้า
พาป้าท้อเข้าไปด้านใน ตรงแท่นพิธีจากนั้นศาสนาจารย์ (คล้ายๆบาทหลวง แต่ไม่ใช่นะคะ)
ทั้งหลายท่านก็เริ่มทำการอธิษฐาน อย่างที่รู้ๆกันมานั่นแหละค่ะ ว่าชาวคริสต์จะมีการอธิษฐานกันอยู่เนื่องๆ

ทั้งสารภาพบาป อ้อนวอน และต่างๆนาๆ ก็คงจะคล้ายๆการสวดมนต์ของชาวพุทธ
ซึ่งในครั้งนี้ศาสนาจารย์ทุกคนจึงพากันอธิษฐานช่วยป้าท้อในการขับไล่ผีกะอย่างเต็มที่
หลายๆคนอาจจะงงว่า มันเกี่ยวอะไร ช่วยได้ตรงไหน เราขออธิบายแบบรวดรับเลยนะคะ…

ในศาสนาคริสต์ เราจะไม่มีการนับถือผี เพราะเราเรียกสิ่งเหล่านั้นว่าวิญญาณนะคะ
เมื่อเรานับถือพระเจ้า ผีจึงไม่กล้ามายุ่งเกี่ยวค่ะ หากแต่ยังขัดแย้งเพราะเห็นในหนังฝรั่ง
ก็ยังโดนผีเข้ากันโครมๆ นั่นไม่ใช่ผีนะคะ สิ่งเหล่านั้นคือ สาวกและซาตานค่ะ
(แล้วมันคืออะไร ไปหาอ่านเอาค่ะ เราไม่รู้ลึกซึ้งในเรื่องนี้เลย)
ดังนั้นการอธิษฐานขับไล่ มันจึงเป็นเรื่องปกติ      บาคาร่า

การอธิษฐานขับไล่เริ่มต้นขึ้น และถูกแทรกด้วยเสียงร้องของป้าท้อ
เสียงใหญ่แหบแผดร้องอย่างกับเจ็ดปวด ร่างของป้าท้อดิ้นทุรนทุราย
ปากก็บอกพอแล้วกลัวแล้ว ไม่หยุด ลุงรามที่ยืนดูอยู่ก็พยายามจะเข้าไปช่วยเมีย
แต่ยายสาก็รั้งลูกชายแกเอาไว้ บอกให้ทนถ้าอยากให้ป้าท้อรอด..

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ สุดท้ายผีกะตัวนี้มันเริ่มพ่ายแล้วก็ถอยออกไป
ป้าท้อที่ได้สติก็พรั่งพรูน้ำตาออกมาไม่ขาดสาย ด้วยความศรัทธา แกเลยขอเปลี่ยนศาสนา
แล้วหันเข้าหาพระเจ้าตั้งแต่วันนั้น จนมาทุกวันนี้แกก็ไม่เคยโดนผีเข้าอีกเลย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…

สยองเมื่อผีสาวมาขออยู่ด้วย

สยองเมื่อผีสาวมาขออยู่ด้วย

สยองเมื่อผีสาวมาขออยู่ด้วย

สยองเมื่อผีสาวมาขออยู่ด้วย เริ่มจากเข้าเรียนใน ม.นี้ ต้องบอกก่อนว่าตัวเองมีประสบการณ์ทางด้านผีอยู่พอสมควร

และยิ่งมาอยู่ที่นี่ ได้เจอเพื่อนที่มีเซ้นส์แบบเรามันยิ่งทำให้เราเจอแบบหนักทวีคูณขึ้นไปอีก

เราเข้าเรียนปี1ที่นี่ ตามธรรมเนียมของปี1 ต้องอยู่หอในกันทุกคน ห้องนึงอยู่ได้ 4 คน

แต่ห้องเรามีแค่ 3 เพื่อนอีก 2 คนนอนเตียงที่ติดประตูเป็นเตียง 2 ชั้น

ส่วนเรานอนอีกเตียงอยู่ติดฝั่งระเบียง ซึ่งชั้นบนของเตียงเราไม่มีคนนอน ส่วนตัวเราคิดว่าหัวนอน

หันไม่ถูกหลักแต่ก็ไม่ได้อะไรมากเพราะเกรงใจเมท ก็อยู่ไปกันสักพักจนเริ่มสนิทกันพอสมควร

แต่เราก็ไม่ค่อยจะอยู่ห้อง ชอบออกไปข้างนอกกับเพื่อนอีกกลุ่มมากกว่า จนมีครั้งหนึ่งวันนั้น

เรากึ่งหลับกึ่งตื่น นอนอยู่บนเตียงคนเดียว เมทอีกคนกำลังตากผ้าอยู่ที่ระเบียง

เรานอนหันหน้าเข้ากำแพง ตอนนั้นเคลิ้มๆเลย รู้สึกว่าเตียงด้านหลังที่ว่างยุบลง

ในใจคิดว่าเมทอีกคนเพิ่งกลับมาและนั่งลงบนเตียงเรา แต่ก็ฉุดนึกได้ว่าเมทไม่เคยมานั่งเตียงเราเลย

จังหวะนั้นตกใจมากเลยพลิกตัวไปมอง ทั้งห้องว่างเปล่า จนเรารู้สึกกลัวเพราะมันใกล้เกินไป

เรียกได้ว่าแทบจะนั่งบนตัวเราแล้ว ตอนนั้นเลยลุกพรวดออกไปหาเมทที่ระเบียง เห็นมันทำหน้างงๆ

ไอ่ตัวเราก็โล่งใจ นึกว่าอยู่คนเดียว เลยถามไปว่า “เมทอีกคนเข้าห้องมาหรอ”

มันบอกว่า “ไม่รู้” ต่างคนต่างงง และเราก็ลืมเรื่องนี้ไป

จนเพื่อนอีกกลุ่มที่เราสนิท มานอนห้องด้วยบ่อยๆ มันก็มาเล่าให้ฟังว่า

เคยฝันเห็นผู้หญิงยืนอยู่นอกห้อง ขอเข้ามาอยู่ด้วย แต่ตัวมันไม่ค่อยกลัวอะไรแบบนี้อยู่แล้ว

มันจึงตะโกนตอบไปว่า “ไม่ให้อยู่” แล้วผู้หญิงคนนั้นก็หายไป     บาคาร่า

สำหรับตัวเราก็เจอบ่อยจนเริ่มคุ้นชิน อยู่ไปสักพักจนเริ่มสนิทกับเมทอีกคน

มันก็ค่อยๆเริ่มเล่าเรื่องราวที่ตัวเองเจอมาบ้าง ปกติเมทเป็นคนนอนดึกประมาณเกือบตี3

ในช่วงออกพรรษา มันเล่าว่า ตอนนั้นมันหลับไปแต่ยังไม่สนิท เหมือนฝันอยู่แต่จำฝันนี้ไม่ได้

แล้วก็มีภาพผู้หญิงแวบเข้ามา หน้าตาคล้ายๆไปทางใหม่ดาวิกาตอนแต่งผี

ผู้หญิงคนนั้นมาถามว่า “จะให้เข้าห้องไหม” ถามด้วยสีหน้านิ่งๆ เหมือนกำลังสั่งให้อนุญาติ

แล้วเมทก็ตื่นแต่ยังไม่ลืมตา นึกถึงคำพูดเขาเลยตอบไปว่า “ไม่”

จากนั้นทั้งตัวก็แข็งจนขยับไม่ได้เลย เป็นอยู่ 3 ครั้ง รอบที่ 3 เริ่มหนักขึ้นจนหายใจไม่ออก

เมทเลยด่าออกไปนิดนึงถึงหลุด และสามารถลืมตา ขยับตัวได้ปกติ

ตอนลุกขึ้นมาได้ยินเสียงมาหอนและได้ยินเพื่อนอีกคนที่มาขอนอนด้วย ละเมอไล่ใครก็ไม่รู้

เราเอาเรื่องต่างๆที่ทั้งตัวเองเจอและเพื่อนกับเมทเจอมาคิด มันได้ข้อสรุปว่า

ผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นคนเดียวกันและพยายามที่จะเข้ามาอยู่ในห้องเรา

ขอบคุณแห่ลที่มา https://shock.mthai.com…

สยองขวัญในออฟฟิศเพราะแอบเล่นเสียว

สยองขวัญในออฟฟิศเพราะแอบเล่นเสียว

สยองขวัญในออฟฟิศเพราะแอบเล่นเสียว

สยองขวัญในออฟฟิศเพราะแอบเล่นเสียว เรื่องราวที่จะเล่านี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเลียนแบบเป็นอย่างยิ่งครับ แต่ถ้าใครคิดจะลอง

เรื่องมีอยู่ ว่า ผมกับภรรยาสาวทำงานที่ออฟฟิศเล็กๆ แห่งหนึ่ง เมื่อวานก่อน                          บาคาร่า
ผมกับภรรยาทำงานอยู่กันจนดึก แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนว่า ออฟิศที่ผมทำงานอยู่นั้น
มีติดกล้องวงจรปิดก็จริง แต่ก็ติดอยู่แค่ภายนอกอาคารหนึ่งตัว ทางขึ้นออฟิศหนึ่งตัว
และหน้าทางเข้าด้านหน้าและด้านหลังอีกหนึงตัวเท่านั้น
แต่ในห้องไม่ได้ติดเอาไว้ และเป็นออฟิศเล็กๆจึงไม่ได้มี รปภ.

ในระหว่างที่กำลังนั่งทำงานใกล้จะเสร็จแล้วนั้น เนื่องจากผมเห็นภรรยาในวันนี้
แต่งตัวมาทำงานค่อนข้างจะเปรี้ยวๆ จึงเกิด อารมณ์ ก็เลยชวนภรรยามีอะไรกันในออฟฟิศ
เพื่อไม่ให้คนอื่นสังเกตุ ผมจึงได้ปิดไฟทั้งหมด ในขณะที่กำลังนัวเนียกันกับภรรยา จู่ๆ
ก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก๊อกๆๆ ผมกับภรรยาถึงกับสะดุ้งโหย่ง

คิดตกใจว่า ซวยแล้ว หรือว่าจะมีเจ้านาย หรือเพื่อนร่วมงาน แวะเข้ามา
ซึ่งในตอนนั้นผมกับภรรยา เสื้อผ้าหลุดจนเหลือแค่ กกน.และชชน.แล้ว
คิดไม่ออกว่าจะทำยังไงดี แต่สุดท้ายภรรยาของผมก็ตอบผมว่า ยังไงก็ใส่เสื้อผ้าไม่ทันแล้ว
เปิดประตูออกไปดูเถอะ ถ้าโชคดีเป็นเพื่อนร่วมงาน ก็อาจจะพอข้อร้องเขาให้ปกปิดเรื่องราวได้

แต่ถ้าโชคร้ายก็ต้องยอมรับไป ผมจึงเดินไปแง้มๆประตูห้องออกดูแต่สิ่งที่พบคือ ว่างเปล่า
ผมจึงปิดประตูห้องเดินกลับเข้ามา เดินกลับเข้ามาในห้องโดยผมคิดว่าคงอาจจะมี
สัตว์อะไรสักอย่างมาชนประตูก็ได้ จึงเดินมาหาภรรยาแล้วเริ่มจะทำอะไรกันต่อ
แต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูขึ้นอีกครั้ง ผมจึงลุกขึ้นไปเปิดแง้มประตูดูอีกครั้ง

สิ่งที่ผมพบคือ ป้าแก่ๆ คนหนึ่ง ซึ่งแกเคยเป็นพนักงานทำความสะอาดหรือแม่บ้านที่นี่
ยืนยิ้มให้มองมาทางผม ผมยืนตะลึงค้างอยู่อย่างนั้น แล้วสักพักผมกลัวภรรยาตกใจ
จึงค่อยๆปิดประตูห้อง แล้วบอกให้ภรรยารีบสวมเสื้อผ้า หลังจากนั้น ผมกับภรรยา
ก็ชวนกันเดินกลับมาที่รถ โดยเดินออกทางประตูหลังอ้อมมาที่รถ
เพื่อเดินทางออกจากออฟิศ กลับบ้าน

เมื่อถึงบ้านภรรยาของผมจึงถามว่าผมเห็นใคร ทำไมไม่เรียกเขาเข้ามาเจรจา
เกิดพรุ่งนี้ เขาเกิดนำเรื่องที่เราไปเล่าให้เจ้านายฟัง เราจะแย่ ผมก็เลยตอบภรรยาไปว่า
แกไม่นำเรื่องของเราไปเล่าให้เจ้านายฟังหรอกหรอก

เพราะแกคือป้าแม่บ้านที่เพิ่งจะเสียชีวิตไปเมื่อสามวันที่แล้ว
หลังจากวันนั้นผมกับภรรยาจึงอดทนกลับมาเล่นเสียวกันที่บ้านจะดีกว่า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…